วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดริดดาร์บี้ อีกแล้ว

มาดริดดาร์บี้ อีกแล้ว

โดย หมวดแซม
6 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ได้คู่ชิงชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว สำหรับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015-16 หลังจาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดรังซานติอาโก เบอร์นาบิว บดเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ไปได้ 1-0 ทะยานเข้าไปชิงดำกับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมจากแดนกระทิงดุด้วยกัน โดยจะเป็นศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงมาดริดเวอร์ชั่นบอลยุโรปอีกครั้ง

นัดแรกที่บ้านแมนฯซิตี้ ทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันโนสกอร์ 0-0 โดยที่เกมนั้น เรอัล มาดริด ขาดกองหน้าซุปเปอร์สตาร์อย่างคริสเตีย-โน โรนัลโด เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บ

แต่พอย้ายวิกกลับมาเล่นในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว “ราชันชุดขาว” ที่ได้คริสเตียโน โรนัลโด หายเจ็บฟิตเปรี๊ยะกลับมาเป็นตัวจริง ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนเปิดบ้านเฉือนชนะ “เรือใบ” แมนฯซิตี้ ลงได้ 1-0

ประตูเดียวที่มาดริดทำได้ในเกมนี้ เกิดขึ้นในนาทีที่ 20 จากจังหวะที่กาเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ เปิดบอลจากกราบขวาเข้าไปกลางประตู บอลไปแฉลบขาเฟอร์นันโด ก่อนเช็ดเสาเข้าประตูไป ชนิดที่โจ ฮาร์ท นายทวารแมนฯซิตี้ หมดสิทธิ์เซฟ

ว่ากันตามรูปเกมแล้ว เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเล่นได้เหนือกว่า โดยครองเกมมากกว่า 55 ต่อ 45 เปอร์เซ็นต์, มีโอกาสทำประตู 15 ครั้ง และยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่แมนฯซิตี้ มีโอกาส 5 ครั้ง แต่ยิงเข้ากรอบเพียงแค่หนเดียว

เป็นอันว่ารวมผลสองนัด เรอัล มาดริด คว้าชัยด้วยสกอร์รวม 1-0 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ยุโรปเป็นครั้งที่ 14 โดยจะไปชิงดำกับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมคู่ปรับเพื่อนร่วมชาติ ในนัดชิงชนะเลิศที่สนามซาน ซิโร เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้ ต่อไป

นับเป็นการรีแมตช์นัดชิงแชมเปียนส์ลีกที่เป็น “มาดริดดาร์บี้” เวอร์ชั่นยุโรป เมื่อ 2 ปีก่อน หรือปี 2014 ซึ่งจบลงด้วยการที่ “ราชันชุดขาว” เป็นฝ่ายเอาชนะแอตฯมาดริด ในการต่อเวลาพิเศษ 4-1 คว้าแชมป์เจ้ายุโรปไปครองเป็นสมัยที่ 10

นอกจากนี้ยังถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปีหลังสุด ที่คู่ชิงชนะเลิศศึกแชมเปียนส์ลีกเป็น 2 ทีมจากชาติเดียวกันอีกด้วย

ต้องบอกว่าเป็นคู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีเพราะ เรอัล มาดริด และแอตเลติโก มาดริด ต่างเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลา ลีกาสเปน โดยสถานการณ์ปัจจุบันในเกมลีก “ตราหมี” แอตฯมาดริด รั้งอันดับ 2 ส่วนราชันชุดขาวอยู่อันดับ 3 แต่มีคะแนนห่างกันแค่แต้มเดียว

ส่วนการประชันกึ๋นของกุนซือทั้งสองทีม ระหว่างซีเนอดีน ซีดาน ของเรอัล มาดริด กับดี-เอโก ซิเมโอเน ของแอตฯมาดริด ก็ถือเป็นมวยถูกคู่ เพราะต่างมีดีกันคนละแบบ

ซีดานคุมทีมเรอัล มาดริด เล่นบอลสไตล์บุกแหลก ต่อบอลทำเกมกันสวยงาม ผิดกับซิเม-โอเน ที่คุมทัพ “ตราหมี” เน้นตั้งรับเหนียวแน่นแล้วรอหาจังหวะสวนกลับเร็ว

อาร์ตูโร วิดาล กองกลางทีมชาติชิลีของบาเยิร์น มิวนิก เคยกล่าวหลังเกมที่เสือใต้ชนะตราหมี 2-1 แต่ตกรอบรองฯ โดยจวกแอตฯมาดริดไม่สมควรเข้าชิง เพราะเล่นบอลได้น่าเกลียดสุดๆ และบอกว่าทีมที่ดีที่สุดในโลกอย่างบาเยิร์นต้องมาแพ้ทีมเล่นบอลน่าเกลียดอย่างแอตเลติโก

นอกจากซีดานปะทะซิเมโอเนแล้ว คริสเตียโน โรนัลโด ยังต้องประชันความคมในการทำประตูกับอังตวน กรีซมันน์ หัวหอกฝรั่งเศสของทีมตราหมีด้วย

ต้องมาดูกันว่าทีมที่เล่นบุกแหลกอย่าง เรอัล มาดริด หรือทีมที่เล่นน่าเกลียดอย่างแอตฯมาดริด

สุดท้ายทีมไหนจะชูถ้วย “บิ๊กเอียร์” ประจำซีซั่นนี้.

หมวดแซม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้