วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เครือข่ายนักวิชาการฯ ร้อง 'ยูเอ็น' สอบ รบ.-คสช. ละเมิดสิทธิคนเห็นต่าง

เครือข่ายนักวิชาการฯ ร้อง 'ยูเอ็น' สอบ รบ.-คสช. ละเมิดสิทธิคนเห็นต่าง

  • Share:

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ร้อง "ยูเอ็น" ตรวจสอบ รบ.-คสช. ละเมิดสิทธิมนุษยชนคนเห็นต่าง เผยยูเอ็นจ่อ ยกระดับความกดดัน-หาทางเชิญ จนท.ไทยคุยนักวิชาการแบบปิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 59 ที่สำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ที่นำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าพบตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์) เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาล

โดยหนังสือ ระบุว่า ภายใต้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง และอาศัยอำนาจจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 44 รวมถึงคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3/2558 และฉบับที่ 13/2559 โดยมีการจับกุมและซ้อม ทรมานประชาชนต่างขั้วการเมือง รวมถึงนิสิตนักศึกษา นักวิชาการ สื่อมวลชน นักกิจกรรมสังคม และนักการเมือง จากการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ คสช. ด้วยการเรียกตัวเข้าค่ายทหารเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับทัศนคติ และส่งเจ้าหน้าที่ติดตามชีวิตประจำวัน อีกทั้งละเมิดสิทธิส่วนตัวในระบบคอมพิวเตอร์ และแจ้งความดำเนินคดีโดยใช้กฎหมายที่รุนแรง นอกจากนี้ ยังจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงมากขึ้นในระหว่างการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการจับกุมผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กที่ล้อเลียนหัวหน้า คสช. พร้อมจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง 8 คน และต่อมา ศาลทหารได้ออกหมายจับในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 ซึ่งเครือข่ายนักวิชาการฯ มองว่าการจับกุมประชาชนทั้ง 8 คน เป็นจุดเริ่มต้นการกวาดล้างของผู้เห็นต่าง สร้างบรรยากาศความกดดัน และสอดคล้องกับที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ดังนั้นจึงมีความกังวลต่อสถานการณ์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จึงขอเรียกร้องต่อยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พร้อมกับแสดงท่าทีไปยังรัฐบาลและ คสช.ให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกรณีโดยเร็ว

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายอนุสรณ์ กล่าวภายหลังการเข้าพบรักษาการข้าหลวงใหญ่ฯ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ได้หารือถึงแนวทางสิทธิการแสดงออก สิทธิมนุษยชน และการออกเสียงประชามติในทางที่ชอบธรรม ซึ่งยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์มีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์กลุ่มชุมนุมต่างๆ โดยส่งเจ้าหน้าที่สอบถามทหารและตำรวจระดับปฏิบัติการ แต่คำตอบที่ได้คือเจ้าหน้าที่ทำตามคำสั่งซึ่งอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ทำให้ไทยไม่สามารถดำเนินการตามสัตยาบรรณได้ ทั้งนี้ มีแนวทางหลัก 2 แนวทาง คือ การยกระดับการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ไทยให้สูงขึ้น และยกระดับไปที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อความกดดันเจ้าหน้าที่ไทยอีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งหาแนวทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยในระดับนโยบายมาพูดคุยกับนักวิชาการมากขึ้นในลักษณะกิจกรรมแบบปิด โดยเน้นเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ ความคิดเห็น และการลงประชามติ โดยจะมีการพูดกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะที่ผ่านมา นักวิชาการไม่เคยได้มีโอกาสในการพูดคุย มีแต่การเรียกไปปรับทัศนคติ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้