วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระยายืนชิงช้า

ที่เมือง “อูร์” สมัยบาบิโลเนีย เมื่อสี่พันปีที่แล้ว ถึงวันขึ้นปีใหม่ ก็ราวๆเดือนห้าเดือนหกของไทย จะมีพิธีบวงสรวงเทพเจ้า ขอพร “อย่าให้ฝนแล้ง อย่าให้ข้าวยากหมากแพง”

ผู้ทำพิธี มักเลือกมาจากนักโทษ หรือกบฏ...อุปโลกน์ให้เป็นพระราชา ทำพิธีเสร็จแล้ว ในวันเดียว ก็ถูกเอาไปฆ่า

มีบันทึกไว้ในจดหมายเหตุโบราณของบาบิโลน ครั้งหนึ่ง สมัยพระเจ้าเออราอิมิตติ เลือกเอาหัวหน้ารักษาอุทยาน ชื่อ เอลลินบานี ขึ้นเป็นพระราชา

แต่ระหว่างทำพิธี พระราชาสวรรคตกะทันหัน หัวหน้าอุทยานก็กลายเป็นพระราชาแทน

อำมาตย์สินอีกีชา ไม่พอใจยึดอำนาจ แค่อยู่ได้หกเดือน พระราชา หัวหน้าคนสวน ก็กลับมายึดอำนาจคืน เป็นพระราชาต่อไปอีกได้ถึง 25 ปี

กาญจนาคพันธุ์ เขียนไว้ในคอคิดขอเขียน ชุดที่ 4 ว่า เรื่องตั้งพระราชาหลอก ที่บาบิโลน เหมือนประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และพิธีตรียัมปวาย โล้ชิงช้า ในไทย

พิธีแรกนาฯ ตราไว้ในกฎมณเฑียรบาลว่า

“เดือนไพศาข จรดพระนังคัล เจ้าพระยาจันทรกุมาร ถวายบังคม ณ หอพระ ทรงพระกรุณายื่นพระขรรค์ และพระพลเทพถวายบังคมสั่งอาญาสิทธิ์ ทรงพระกรุณาลดพระบรมเดช มิได้ไขหน้าละออง มิได้ตรัสคดีถ้อยความ มิได้เบิกลูกขุน มิได้เสด็จออก...”

รวมความว่า พระเจ้าแผ่นดินตั้งให้เจ้าพระยาจันทรกุมาร เป็นพระเจ้าแผ่นดินหลอกสามวัน ระหว่างสามวัน ส่วยสาอากรขนอนตลาดต่างๆที่เก็บได้ เป็นของพระเจ้าแผ่นดินหลอกหมด

พิธีตรียัมปวายโล้ชิงช้า คำให้การของชาวกรุงเก่าเล่าว่า

ในการพระราชพิธีนี้ พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา โปรดให้พระยาพลเทพ เสนาบดีกรมนา ต่างพระองค์ แห่ไปยังที่พราหมณ์โหนชิงช้า นั่งในมณฑป แต่เอาเท้าลงดินข้างเดียว

ถ้าเมื่อยเผลอเอาเท้าลงดินทั้งสองข้างแล้ว ถูกปรับ ของที่ได้รับพระราชทาน คือส่วยและอากรซึ่งมาแต่หัวเมืองต่างๆ ตลอดจนเครื่องราชบรรณาการ ที่เข้ามาในระหว่างพิธี

ต้องตกเป็นของพราหมณ์ทั้งสิ้น

สมัย “กาญจนาคพันธุ์” เป็นเด็กเล็ก ได้ไปดูโล้ชิงช้าทุกปี เป็นนักเรียนปฐมมหาธาตุ ก็ได้เข้ากระบวนแห่ ได้เห็นท่าทีพระยายืนชิงช้า ยังจำได้ติดตา ท่านนั่งพิงเอนๆไขว่ขา ขาขวาทับขาซ้ายเหมือนนั่งไขว่ห้าง

รู้สึกว่า กว่าจะโล้หมดสามกระดาน พระยายืนชิงช้าคงจะเมื่อยแย่

ระหว่างดูพระยายืนชิงช้า ก็นึกถึงคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ “นี่แหละ ถ้าตีนตกก็จะถูกตัดหัว”

ตีนตก หมายถึง เอาขาลง

ตอนเป็นเด็กก็ได้แต่ฟังๆไป โตขึ้นจึงพอคิดได้ เรื่องที่ผู้ใหญ่เล่า “ไม่จริง” คงเอาเรื่องริบส่วยอากรมาพูด...พูดว่าริบ...แล้วก็ต่อด้วยคำว่า “ราชบาตร” เคยมีคำเก่า “ฟันคอริบราชบาตร” เรื่องฟันคอ เป็นแค่เรื่องเล่า เข้าทำนองกลอนพาไป

แต่เรื่อง ริบราชบาตร คือถ้าทำผิดกติกา คือเผลอปล่อยให้ขาที่ไขว่ห้างตกลงพื้น...ยังเป็นเรื่องจริง แต่ต่อมาคงเห็นว่า “ไม่ควร” ก็คงเลิกรากันไป

เรื่องพระยายืนชิงช้าเผลอปล่อยให้ “ตีนตก” ตอนแสดงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ในพิธี...แล้วจะถูกปรับให้คืนส่วยสาอากรให้พราหมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องเล่า แต่ก็มีคติสอนใจ

ผู้นำสมัยใหม่ ไม่ว่าจะได้อำนาจมาจากปากกระบอกปืน หรือชาวบ้านลงคะแนนให้ ก็ต้องทำหน้าที่ผู้นำที่ดี...แสดงอย่างสุดฝีมือ ถ้า “มือตก” ปล่อยให้เศรษฐกิจตก มีข้าวก็ขายไม่ออก ฝนแล้งชาวนาปลูกข้าวไม่ได้

ตามวิถีทาง ไม่ว่าจะมีวาระสั้นยาวแค่ไหน...ก็ต้องไป

ผู้นำที่ดื้อ หลงตัวไม่ยอมไป มักลงท้าย เหมือนโบราณว่า หนีรอดได้ ไม่ถูกฟันคอ แต่ก็มักถูก “ริบเรือน”

ชะตากรรมของพระยายืนชิงช้า...หลายราย เป็นไปในรูปรอยนี้เอง.

กิเลน ประลองเชิง

5 พ.ค. 2559 09:21 5 พ.ค. 2559 09:21 ไทยรัฐ