แก้ระบบอุปถัมภ์ (5)

ข่าว

    แก้ระบบอุปถัมภ์ (5)

    ซี.12

      6 พ.ค. 2559 05:01 น.

      มาถึงประเด็นที่ 4 แนวความคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม

      คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มี พลเรือเอกศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง เป็นประธานระบุว่า

      นโยบายของรัฐต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือวาระแห่งชาติในการบริหารราชการแผ่นดินโดยระบบคุณธรรมยกเลิกระบบอุปถัมภ์ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) ของหน่วยงานรัฐ โดยจัดทำมาตรฐานกำหนดแนวทางในการทำงานให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามหลัก 6 ประการ ได้แก่ หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบและหลักความคุ้มค่า

      กำหนดเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการให้ทุกส่วนราชการถือปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนโดยละเอียด เช่น ห้ามรับของขวัญหรือรับเลี้ยงจากผู้อื่น ห้ามรับสินบนจากผู้อื่นที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับหน่วยงาน ห้ามการเล่นกอล์ฟร่วมกันระหว่างข้าราชการกับนักธุรกิจ ห้ามใช้ทรัพย์สมบัติสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ห้ามไม่ให้ข้าราชการบำนาญเข้ามาเกี่ยวข้องหรือรับจ้างบริษัทเอกชน ในลักษณะเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสองปีหลังจากเกษียณอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และความสัมพันธ์ในเชิงอุปถัมภ์ รวมถึงต้องกำหนดมาตรการและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีการทำผิดกฎหมายจริยธรรม

      จัดตั้งองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล เพื่อเป็นกลไกในการควบคุมและกำกับดูแลให้การบริหารงานบุคคลภาครัฐให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน มีความเป็นกลาง เป็นหน่วยงานอิสระที่ไม่ขึ้นกับฝ่ายบริหารหรืออยู่ใต้การบังคับ บัญชาของฝ่ายบริหารโดยตรง เกิดความเป็นธรรมในการปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ กระบวนการได้มาซึ่งคณะกรรมการกลางชุดดังกล่าวต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และมีความหลากหลายของผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน

      กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาของทุกส่วนราชการให้มีขอบเขตอย่างชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการกำกับ ควบคุมและเป็นข้อพึงระวังต่อการใช้อำนาจในการตัดสินใจที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของระบบคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อประโยชน์ต่อทางราชการอย่างแท้จริง ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาหรือแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับสูงควรหลีกเลี่ยงการให้อำนาจหรือการใช้ดุลพินิจของตัวบุคคล แต่ควรกำหนดให้เป็นอำนาจในรูปแบบของคณะกรรมการ

      กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการผู้พิจารณาจะต้องบันทึกรายงานการประชุมถึงเหตุผลในการใช้ดุลพินิจหรือเหตุผลในการตัดสินใจแต่งตั้ง โยกย้าย และเลื่อนตำแหน่งเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งต้องมีระบบตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในการคัดเลือกของคณะกรรมการ

      ระบบราชการจะต้องกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ รวมทั้งระบบการเตรียมคนเพื่อดำรงตำแหน่งสำคัญไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งนักบริหารระดับสูง ตลอดจนต้องจัดทำหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง การโยกย้าย และการสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งที่ชัดเจน โปร่งใสและเป็นธรรม

      จะทำให้ข้าราชการเกิดความมั่นใจในระบบการบริหารงานบุคคลและสร้างศรัทธา ความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นภายในองค์กร และควรจัดทำคู่มือด้านการบริหารงานบุคคล เพื่อใช้เป็นมาตรฐานการประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อเลื่อนตำแหน่งในทุกระดับ/ทุกชั้นยศ

      ถึงวันนี้ยังจบไม่ลงคงต้องต่อพรุ่งนี้อีกวัน.

      “ซี.12”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:45 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์