วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทิ้งเงินเดือนหลักแสน เจอสิ่งที่ใช่! เปิดหัวใจเจ้าแม่โยคะ เบญจพร การุณกรสกุล

"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง" ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะมีเงินทองมากมายไปซื้อคอร์สต่างๆ แต่ถ้าคุณไม่พยายามด้วยตัวเองอย่าหวังเลยว่าจะได้สุขภาพดีๆ

นี่คือสิ่งที่เราคิดหลังจากได้ไปเยือน Absolute Sanctuary รีสอร์ตเพื่อคนรักสุขภาพที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากจะได้ใช้เวลากับวันหยุดแสนสบายแล้ว บอกเลยว่าถ้าใครรักสุขภาพ รีสอร์ตแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณต้องมาสักครั้ง เพราะที่นี่ครบครันทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และโปรแกรมที่ออกแบบและดูแลจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง ดีทอกซ์, สปา, โยคะ, พิลาทิส, อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อที่จะได้ใช้เวลาในวันพักผ่อนเติมพลังชีวิต ซึ่งเป็นการพักผ่อนที่แตกต่างจากเดิม 

Absolute Sanctuary เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เกิดจากการต่อยอดของแบรนด์ไลฟ์สไตล์เพื่อการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร โดย เบญจพร การุณกรสกุล ผู้บุกเบิกโยคะร้อนในประเทศไทย เรียกได้ว่าเธอคือเจ้าแม่โยคะเลยก็ว่าได้ นับเป็นเวลากว่า 14 ปี มาแล้วที่ได้พัฒนาจากสถาบันฝึกสอนโยคะ มาสู่ผู้ให้บริการด้านไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพที่สมบูรณ์แบบครบวงจร ซึ่งรวบรวมบริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพไว้อย่างครบครัน ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟสบายๆ ที่รีสอร์ตแห่งนี้กับเจ้าแม่โยคะ อยากรู้มั้ยอะไรคือจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนี้ของเธอ เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว

จากเจ้าแม่ไฟแนนซ์ สู่วงการโยคะ

ถามว่าก่อนหน้าที่จะมาทำโยคะร้อน คุณทำอะไรมาก่อน ผู้บุกเบิกโยคะร้อนในเมืองไทย บอกเราว่า จริงๆ ก็เรียนหนังสือมาตามขั้นตอนปกติ เรียนจบปริญญาตรี การตลาดจากมหา'ลัย เอแบค เสร็จแล้วไปเรียนต่อที่อเมริกา เรียนไฟแนนซ์ มันก็เหมือนเป็นสเต็ปที่ทางบ้านเขาตั้งไว้ว่าอยากให้เราเรียนให้จบปริญญาโท โชคดีที่เราเป็นคนเรียนเก่ง ส่วนที่เลือกเรียนทางด้านนี้เพราะตอนเด็กๆ คือเราก็ไม่ได้คิดไรมาก พ่อเราทำธุรกิจก็คงจะคิดว่าเราก็คงอยู่ในแวดวงอาชีพนี้แหละ แต่จะเป็นสายไหนก็ดูอีกที แต่เราก็โตมากับครอบครัวที่ทำการค้า ครอบครัวของเรามีโรงงานอาหารสัตว์ส่งให้กับพวกซีพี เป็นกิจการของครอบครัวไทยจีนทั่วไป

เมื่อเรียนจบปริญญาโทกลับมาก็ทำงานทางด้านไฟแนนซ์ กลับมาก็โชคดีได้ทำงานค่อนข้างเป็นอาชีพการงานที่ดี กลับมาเป็นช่วงที่ยังไม่ได้มีคนไทยเยอะมากที่พูดได้ทั้งสองภาษา หางานก็ไม่ยาก เงินเดือนก็ได้เยอะ สบายๆ ทำไฟแนนซ์อยู่ 6 ปี เปลี่ยนที่ทำงาน 8 ที่ เพราะเราเป็นคนขี้เบื่อ และอีกอย่างโดนเจ้านายดึงไปทำงานด้วยในหลายๆ ที่ บอกเลยว่าเราทำครบทุกอย่างในแวดวงไฟแนนซ์แล้ว พอทำมาสักพักเราก็กลับมามองว่าหรือสายนี้มันจะไม่ใช่ตัวเรา ถามว่าเราทำได้มั้ย ทำได้ เพราะเราก็เรียนมาทางสายนี้ เงินเดือนก็ดีมากๆ ตอนนั้นประมาณสามแสนกว่า จบปริญญาโทใหม่ๆ เงินเดือน 75,000 จำได้ว่าตอนนั้นมีข่าวขึ้นหนังสือพิมพ์เลยนะว่าทำไฟแนนซ์เงินเดือน 75,000 ตอนนั้นเพื่อนเราเงินเดือนเต็มที่ก็ 30,000 เราก็คิดว่า เออเราสบายนะ เงินเดือนเราเยอะขนาดนี้

ทิ้งเงินเดือนหลักแสน ค้นพบสิ่งที่ใช่ 'โยคะร้อน'

เงินเดือนหลักแสน ทำไมลาออก เบญจพร เล่าไปเรื่อยๆ ให้ฟังว่า เพราะตอนนั้นทำแล้วรู้สึกไม่ใช่ตัวเรา จุดเปลี่ยนคือ ถ้าตอนนั้นเรายังทำงานอยู่ เราจะต้องย้ายจากฮ่องกงไปที่ออสเตรเลีย ซึ่งเราก็ไปอยู่ 4 เดือน แต่เราก็มาคิดว่าเราไม่ชอบ ไม่อยากทำอย่างนี้แล้ว เราจึงไปค้นพบโยคะร้อนที่ฮ่องกง ตอนนั้นเพื่อนชวนไปเล่น เล่นแล้วรู้สึกว่าดีเหมือนกัน เมืองไทยไม่มีเราน่าจะเอาไปเปิดนะ เราก็ได้ศึกษาและเอามาเปิดที่ไทย ตอนนั้นแค่คิดว่าทำโยคะสักปีสองปีแล้วจะกลับไปทำงาน เหมือนมันเป็นแค่อารมณ์ที่อยากทำอะไรใหม่ๆ

พอเรานำมาเปิดที่ไทย ตอนแรกยังไม่ใช่ชื่อ “Absolute Yoga” - เป็น “Bikram Yoga” - เป็นชื่อศาสตร์อย่างหนึ่งของโยคะ เราได้ไปเทรนที่อเมริกา ฝึกเป็นครูเลย เทรนอยู่ 3 เดือน ได้ประกาศนียบัตรมา กลับมาเปิดที่ไทย พอเราเริ่มอยากขยายโยคะด้านอื่นๆ ให้มากขึ้น ชื่อเดิมมันขยายไม่ได้ เราจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Absolute Yoga” - เราเป็นเจ้าแรกที่เอาโยคะร้อนเข้ามาในประเทศไทย และเป็นเจ้าที่สองของเอเชีย

ผู้ปลุกกระแสโยคะให้ฮอตในเมืองไทย

เบญจพร เล่าต่อว่า เราไม่เคยคิดว่าวันนึงจะต้องมาทำด้านนี้ เพราะชีวิตเราไม่เคยแพลนล่วงหน้าเกินอาทิตย์ สองอาทิตย์ คือคิดว่าการทำอะไรสักอย่างเราก็แพลนได้ในระดับหนึ่ง เป็นระดับกว้างๆ การเงินการลงทุนตอนนั้นก้อนแรกเดินไปขอพ่อ 5 ล้านบาท พ่อถาม ฮะ! อะไร ทำอะไรโยคะคืออะไรบ้าๆ บอๆ ทิ้งเงินเดือนสามสี่แสน มาเอาเงินเดือนตัวเองทำโยคะ แต่พ่อก็เป็นนักธุรกิจคนหนึ่ง 5 ล้านเอาไป หมดก็คือหมด เขาให้มาลองอยากลองก็ลองให้รู้ หมดก็หมดจะได้รู้ตัวเอง ตอนนั้นเราก็ลาออกจากงานแล้วพ่อเขาก็คงไม่รู้จะทำไง เลยให้เงินเรามาทำตรงนี้

เริ่มแรกเป็นธุรกิจเล็กๆ ง่ายๆ มาก มีพนักงานทั้งหมด 6 คน มีครู 2 คน พนักงานฟร้อนต์ 2 คน แม่บ้าน 2 คน แต่เราโชคดีที่เราทำมาตั้งแต่เริ่มก็มีลูกค้าเยอะ สมัครรายปีก็เยอะ เราโชคดีที่เราอาจจะอ่านตลาดถูก ตอนนั้นเราทำทุกอย่าง ออกโชว์นู่นนี่ ทำยังไงก็ได้ให้คนได้ยิน Absolute Yoga ให้ได้ ด้วยเงินที่ไม่มีเลย เราไม่มีบัดเจ็ตมาร์เก็ตติ้ง ยิ่งตอนนั้นมันไม่มีออนไลน์ มันไม่มีทางหรอกที่จะโฆษณาอะไรก็ได้ในราคาประหยัด ตอนนั้นเราก็ต้องออกสื่อเท่านั้น หนังสือ หนังสือพิมพ์ ทีวี แจกโบรชัวร์ ซึ่งแพงและกว่าจะได้คอลัมน์หนึ่งอัน กว่าจะได้เขาก็ต้องเลือกเรื่องราวที่น่าสนใจ เราก็ต้องพูดเอง โปรโมตเอง ซึ่งธุรกิจสมัยก่อนมันไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้ที่มีออนไลน์ แต่เราก็โชคดีที่โปรดักต์เราดี ลูกค้าถูกใจ จริงๆ แล้ว Absolute โตมาได้ก็เพราะลูกค้าทั้งนั้น ลูกค้าบอกต่อกันเอง บางคนก็บอกต่อเหมือนเป็นเจ้าของเองเลย ธุรกิจนี้อยู่ได้ก็เพราะลูกค้า คนไทย ฝรั่ง คนแก่ วัยรุ่น เขาก็บอกขอบคุณมากเลยที่มีที่นี่ บางคนไม่เคยมีความมั่นใจมาทั้งชีวิตเลย หุ่นไม่ดีนู้นนี่นั่น แต่มาเล่นที่นี่เขามั่นใจขึ้น ชีวิตดีขึ้นทุกอย่าง สุขภาพดี ไม่เหนื่อย ดูแล้วชอบตัวเอง ปัญหาคือเราต้องชอบตัวเองก่อน

อะไรทำให้โยคะมาแรง ?

เพราะมันน่าจะตอบโจทย์กับคนหลายคน ผู้หญิงที่ไม่ได้อยากหักโหมอะไรขนาดนั้น ไม่อยากออกแดด อยากสบายตัว เหงื่อออก ได้กล้ามเนื้อ หุ่นดีสวยงาม โยคะน่าจะเป็นกีฬาที่ตอบโจทย์เขามากกว่า คงเป็นเบเนฟิตหลักๆ นี่แหละ

Absolute คือชีวิต 

ถามว่า Absolute คืออะไรสำหรับคุณ เจ้าแม่โยคะบอกว่า Absolute ชีวิตหลักๆ ของเราเลย เพราะว่าเมมเบอร์กลายเป็นเพื่อนกัน สิ่งที่เราครีเอทก็กลายเป็นคอมมิวนิตี้ หลายๆ อย่างก็มาจากความรู้สึก ที่นี่เป็นที่ที่ทุกคนมาแล้วเอ็นจอย มีเอ็นเนอร์จี้ที่ดีที่เราสร้างขึ้นมา เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ จากวันที่เรามาลองทำ มันก็เป็นชีวิตของเราที่ถามว่าเราแพลนมั้ย ก็ไม่ได้แพลนหรอกค่ะ แต่เราพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งที่เราครีเอทก็โชคดีว่าเป็นสิ่งที่ดีกับคนอื่น เป็นเรื่องตลกที่เราพูดประจำว่า คนเอาตังค์มาให้เรายังต้องมาขอบคุณอีก ชีวิตเราดีจังเลย (หัวเราะ) ปกติคนเอาตังค์มาให้เราต้องขอบคุณเขา แต่นี่ลูกค้ามาขอบคุณเรา เพราะเราทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ภายใต้แบรนด์ ABSOLUTE YOU ตอนนี้มี 1. สตูดิโอออกกำลังกาย Absolute Yoga, Absolute Pilates, Absolute Coreblast 2. อาหารเพื่อสุขภาพ Absolute FitFood 3. รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ Absolute Sanctuary เบญจพร บอกว่าเราต้องการให้ ABSOLUTE YOU นั้นเป็นส่วนหนึ่งของคุณ เป็นไลฟ์สไตล์ที่จะเพิ่มพลังด้านบวกให้กับชีวิต มีความบาลานซ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยการออกกำลังกายและการกิน สร้างความเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลในปัจจุบันและส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเรามีความตั้งใจที่จะให้ทุกคนรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกาย โดยเราจะร่วมสร้างแรงบันดาลใจดีๆ เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีนั้นเริ่มได้ทุกวันค่ะ 

เบอร์ 1 ต้นตำรับ โยคะร้อน 

สมัยนี้มีคู่แข่งออกมามากมายหลายแบรนด์ในเรื่องของโยคะ เราถามเธอว่าอะไรทำให้ที่นี่แตกต่างจากที่อื่น เจ้าแม่โยคะ บอกว่า เราเป็นต้นตำรับโยคะร้อน เพราะฉะนั้นความที่เรามีประสบการณ์มามากสุด เราทำมาตั้งแต่ต้น เราพัฒนาของเรามาตลอด สิ่งที่แตกต่างคือเราก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นเบอร์ 1 อยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณครู โปรแกรมต่างๆ และสิ่งที่เราจะพัฒนาต่อไป และการที่เราอยู่มานานลูกค้าก็จะให้ความเชื่อใจกับเราเหมือนเราเป็นครอบครัว คู่แข่งมากขึ้นเราก็คิดว่าเป็นข้อดีเพราะทำให้คนรู้จักมากขึ้น เล่นกันมากขึ้น อาจจะไปเล่นที่อื่นแล้วสรุปก็มาชอบที่เราก็ได้ มันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ

ความฝันครั้งยังเด็กของ ด.ญ.เบญจพร การุณกรสกุล

ไม่ได้มีความฝันชัดเจน ถ้าถามว่าตอนเด็กๆ พ่อแม่ถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ส่วนใหญ่ถ้าจำไม่ผิดจะตอบว่า เป็นนักธุรกิจ เพราะพ่อแม่เราเป็นแบบนั้น จริงๆ ตอนเด็กๆ เราก็อยากออกไปท่องโลกกว้าง เราอยู่ไม่สุข ไปเรื่อยๆ ตอนสมัยเรียนมหา'ลัย เรียนอยู่เอแบค แอบไปสมัครไปเรียนที่อเมริกาแต่พ่อแม่ไม่ให้ไป เพราะเราเป็นลูกสาว

'เบญจพร' ฉันนอกคอกที่สุดในครอบครัว

ครอบครัวของเราก็เป็นครอบครัว ไทย-จีน ทั่วไป ยิ่งเป็นเจเนอเรชั่นเราพ่อแม่จะไม่ค่อยมีเวลาให้ โตมาจะค่อนข้างอิสระ มีความมั่นใจในตัวเอง แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ปล่อยเราไปจะซัพพอร์ตเราทุกอย่าง ซึ่งอาจจะโตมาในครอบครัวที่ว่ามีศาสตร์มากกว่าศิลป์ เป็นศาสตร์ในเชิงที่ว่า มีการฝึกการคิดมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล จะทำอะไรก็ต้องมีเหตุมีผล ซึ่งบางครั้งเราก็คิดว่าจะต้องมีเหตุผลอะไรนักหนา (หัวเราะ) ก็อยากทำอะ ทำไมต้องมีเหตุผล ถามว่าพ่อแม่หวงมั้ย เป็นห่วงมากกว่า ห่วงมากๆ ถึงมากที่สุด อายุ 30 ยังต้องหนีไปเที่ยวเลย ถ้าขอไปเที่ยวคนเดียวไม่ได้เลย อย่าได้หวัง คือถ้าอะไรที่เป็นเรื่องที่ดีก็จะอนุญาตเต็มที่ แต่ถ้าอันไหนเป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงอันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากๆ และอะไรที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นจะต้องไปเต้นรำทำไม มันได้อะไร อันนี้จะเป็นเหตุผลของเขา

"โตมาในบรรดาพี่น้อง เราออกนอกกรอบสุดแล้ว มีพี่น้อง 5 คน เราเป็นคนสุดท้อง ไม่เหมือนใครเลย เรียกได้ว่านอกคอกสุดๆ ในทุกเรื่อง พี่ๆ ก็จะนิสัยดี เรียบร้อย มีเหตุมีผล เราก็ไม่อยากให้เขาเป็นห่วงนะ แต่เราก็อยากเที่ยวเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่พอไปเรียนเมืองนอก 2 ปี แปลกมาก เขาไม่โทรหาเราเลย เขารู้ว่าเราเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว อีกอย่างถึงเขาจะเป็นห่วงเรา แต่พอเราอยู่เมืองนอกถึงแม้เขาจะเป็นห่วงเรา แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนอยู่เมืองนอกเราก็เลยไม่ได้คุยกันเลย แต่อยู่เมืองไทยนี่เช้า กลางวัน เย็น เขาโทรหาทั้งวัน (หัวเราะ)"

งานเยอะ ไม่เครียด แข็งแรง แบ่งเวลาให้ชิล

เบญจพรเล่าอย่างออกรสว่า อันดับหนึ่งคือร่างกายต้องแข็งแรง โชคดีที่เป็นคนงานเยอะแต่ไม่ค่อยเครียดเท่าไร และแบ่งเวลาชัดเจนว่าเวลานี้เราต้องให้กับลูกให้กับครอบครัว เรามีลูกสองคน สัปดาห์นึงเราจะไปส่งลูกที่โรงเรียนสองวัน นอกนั้นก็ต้องแบ่งเวลาให้ตัวเอง ให้เพื่อน งานก็เป็นส่วนใหญ่แต่ไม่เคยเทคโอเวอร์ เป็นคนทำอะไรเร็วก็ได้เปรียบนิดนึง มาเร็วไปเร็ว ถามว่างานอดิเรกของเรามีอะไรบ้าง ของเราก็จะเป็นอะไรที่ทำให้สบายใจ ออกกำลังกาย โยคะ นั่งชิลกับเพื่อน สปา เดินทาง เราทำอยู่ตลอด

อีก 10 ปีข้างหน้า ABSOLUTE YOU ไลฟ์สไตล์ที่จะเพิ่มพลังให้กับคนได้สุขภาพดี

10 ปีข้างหน้า เราอยากให้ ABSOLUTE YOU เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่จะเพิ่มพลังให้กับคนได้สุขภาพดี แต่ถามตัวเองเราว่าก็คงจะสร้างองค์กรให้โตได้ในระดับหนึ่ง อีก 10 ปีเราไม่อยากทำงานหนักขนาดนั้น เอา 5 ปีก็พอ เราพยายามวางคนให้ถูกที่เพื่อจะได้พัฒนา ส่วนจะให้ลูกสานต่อธุรกิจนี้ของเรามั้ยตอบเลยว่า แล้วแต่เขาอย่างแรง ลูกก็ต้องเลือกของเขาเองแต่เราแค่ซัพพอร์ตเขา มีคนชอบถามว่าโตขึ้นอยากให้ลูกเป็นอะไร เราแค่อยากให้เขาแฮปปี้ อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำเถอะแต่ขอให้เขามีความสุขจริงๆ

นี่คือเรื่องราวชีวิตของเธอ เจ้าแม่โยคะเมืองไทย เบญจพร การุณกรสกุล.

"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง" ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะมีเงินทองมากมายไปซื้อคอร์สต่างๆ แต่ถ้าคุณไม่พยายามด้วยตัวเองอย่าหวังเลยว่าจะได้สุขภาพดีๆ 4 พ.ค. 2559 14:14 14 มิ.ย. 2559 13:56 ไทยรัฐ