วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' ใจกว้าง เผยไม่คิดรังแกผู้หญิง กรณี 'ปู' โพสต์เหน็บวิชาการสอนทำวุ่นวาย

'บิ๊กตู่' ใจกว้าง เผยไม่คิดรังแกผู้หญิง กรณี 'ปู' โพสต์เหน็บวิชาการสอนทำวุ่นวาย

  • Share:

“บิ๊กตู่” เบรกโต้ “ปู” บอกไม่รังแกผู้หญิง แต่เรื่องคดีให้ว่ากันไป ย้ำ 8 แอดมินสร้างเพจล้อเลียน ผิด ม.116 ม.112 ชัด ปัดไม่เคยสั่งซ้อมให้รับสารภาพ ประชดไม่คุ้มครองถ้าโดนตีหัว บ่นปากเปียกปากแฉะพวกทำเป็นไม่เข้าใจกติกาประชามติ “บิ๊กป้อม” ยังไม่เห็นรายงานเชื่อมโยง “โอ๊ค-พานทองแท้” กกต.โชว์แอพฯ “ฉลาดรู้ประชามติ” “สุรชัย-เสรี” รุมเตือนสติ กกต.อย่าเข้มเกินเหตุ แนะใช้ไม้นวมก่อนล่อไม้แข็ง กสม.มาแล้วร่อนแถลงการณ์จี้รัฐอย่าปิดกั้น บังคับใช้ ก.ม.ต้องดูบรรยากาศประเทศ “ตู่” สังหรณ์จะไม่ได้เข้าคูหา กองปราบฯแจ้งข้อหาเพิ่ม “หฤษฏ์-ณัฏฐิกา” ผิด ม.112 “ลดาวัลลิ์” ปรี๊ดหยุดละเมิดทางเพศผู้ต้องหาหญิง ส.นักข่าวยื่นขอเสรีภาพจี้รัฐเลิกคุมสื่อ นายกฯขอกลับสื่อไม่บิดเบือนช่วยคนผิดหนีคดี

ตามที่รัฐบาลและ คสช. งัดไม้แข็งดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญและรัฐบาล ขณะที่กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ประกาศออกมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักว่าไม่มีความชัดเจน ล่าสุดคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องอย่าปิดกั้นการแสดงความเห็นของกลุ่มต่างๆ

“บิ๊กตู่” ไม่โต้ “ปู” เรื่องคดีว่ากันไป

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง หลังจาก คสช.ควบคุมตัว 8 แอดมิน ว่า ก็โพสต์ไป ไม่ได้ไปอะไร ให้เกียรติท่าน เป็นคนที่ไม่รังแกผู้หญิง แต่เรื่องคดีความก็ให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม การที่เราจะฟ้องอะไรสักอย่างเช่น ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ มีการทุจริต การฟ้องก็ไม่ผิด ที่ผ่านมาปล่อยปละละเลยจึงต้องใช้อำนาจ แต่ใช่ว่าจะเอากันจนตาย เมื่อเข้ากระบวนการยุติธรรมถือว่าจบสิ้น หน้าที่ตนคือเอาคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนมาตรา 44 เป็นคนละเรื่องใช้เพื่อความรวดเร็วป้องกันไม่ให้หนีเตลิดเปิดเปิง แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ได้แตะตัวอะไรสักอย่าง มีแต่การโกหกทั้งนั้น เราระวังอยู่แล้ว สื่อเขียนกันไปกันมาจนต่างชาติงง

ไม่คุ้มครอง 8 แอดมินเดินถนน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนคดี 8 แอดมิน ให้สู้กันในกระบวนการยุติธรรม จริงๆไม่ใช่การล้อเลียนอะไรตน แต่เขาสอบสวนทั้งกระบวนการ เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันก็มี มันโยงใยกันอยู่ ไม่ได้บังคับหรือไปซ้อมให้รับ ไม่เคยสั่งการอยู่แล้ว ร้อนตัวเกินไปหรือเปล่า แต่บิดเบือนแบบนี้คงไม่ได้ “บางคนละเมิดแล้วละเมิดอีก ถ้าปล่อยจับปล่อยจับ กระบวนการยุติธรรมของผมจะเสีย ถ้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ไม่กลัวเสียชื่อเสียง ก็ให้คนเหล่านี้อยู่ไป ไม่ว่าอะไร มีแต่กลุ่มเดิมๆ ทำไมไม่ต่อต้านรัฐบาลโน้นบ้าง อยู่ไหนกันหมด ข้างหนึ่งทำผิดตลอด อีกข้างหนึ่งเขาทำหรือยัง อย่ามาพูดคำว่าไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน กฎหมายมีมาตรฐานเดียว มันไม่เกี่ยวกับการทำประชามติ แต่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 มาตรา 112 ถ้าไม่มีเขาไม่จับหรอก จับให้เปลืองข้าวหรือ จับแล้วสำนึกหรือไม่ วันหน้าออกไปไหนไม่ได้ คนพวกนี้โดนตีหัวจะทำอย่างไร แต่ 8 คนนี้ออกมาเดินมากๆเถอะ อย่ามาเรียกร้องให้ทหาร-ตำรวจช่วยก็แล้วกัน ไม่คุ้มครองหรอก”

ย้ำอย่าสับสนกับข้อห้ามรณรงค์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุเพิ่มเติมเรื่องข้อปฏิบัติ 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เมื่อกฎหมายออกมาก็รับฟัง ไม่ได้ขัดแย้งอะไร แต่สิ่งที่ตนห้ามคือการรณรงค์ให้รับหรือไม่รับ แต่การอธิบายทำความเข้าใจต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ทั้งหมดอยู่ที่เจตนาคนทำ เมื่อถามว่านายสมชัยระบุว่าสามารถรณรงค์ให้รับแต่ต้องมีเหตุผลทางวิชาการ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า เขาไม่ให้พูดไม่ใช่หรือการรับหรือไม่รับ วิชาการอะไรหลักการวิชาการทั้งนั้นแหละ คือต่อต้านรัฐบาล วิชาที่ไหนสอนทำบ้านเมืองวุ่นวาย สับสน คนถูกบิดเบือน ปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง มีประเทศนี้แหละสอน

เหน็บถ้ามีสำนึกต้องแยกแยะได้

เมื่อถามถึงความคลุมเครือในความหมายของคำว่าปลุกปั่น ยั่วยุ พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างฉุนเฉียวว่า ถ้ามีสำนึกเป็นคนไทยจะแยกออกว่าอะไรคือปลุกปั่น ไม่ปลุกปั่น บ้านเมืองจะทำประชามติจะไปล้ม ถามว่าแบบนี้ปลุกปั่นหรือไม่ เขาเขียนห้าม รณรงค์รับหรือไม่แล้วต้องไปดูอะไรอีก พฤติกรรมก็เห็นอยู่แล้ว นักข่าวก็ถามยั่วอารมณ์ แล้วมาหาว่านายกฯหัวเสีย ไม่ได้หัวเสีย บางครั้งก็แกล้งไปอย่างนั้น เมื่อถามว่ากังวลจะถูกนำไปตีความหรือไม่ นายกฯตอบเสียงดังว่า “ปัดโธ่ จะไปตีความอะไรหนักหนา คำหยาบคายไม่รู้เหรอ จะต้องไปตีความใครอีกวะ ไม่รู้เหรอคำหยาบคาย พูดให้ฟังไหม คำว่าหยาบคายเป็นสิ่งที่ผู้ที่สติปัญญา หรือผู้ที่เป็นวิญญูชน พึงสำนึกได้ด้วยความเป็นคน อะไรที่หยาบคาย อะไรที่คลุมเครือ การพูดจาบิดเบือนจากข้อเท็จจริง มันชัดไหม”

“บิ๊กป้อม” กร้าวบิดเบือนจับหมด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย ขอให้เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ส่วนกลุ่มที่โพสต์เฟซบุ๊กว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถทำได้ รวมถึงการทำเพจล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากบิดเบือนต้องถูกจับ เมื่อถามว่าพบความเชื่อมโยงกับนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่เห็น รายงานไม่มี

ไฟเขียว จนท.รัฐช่วยงาน กรธ.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอขอความอนุเคราะห์เจ้าหน้าที่กองทัพ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สาระสำคัญ และทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน หลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว

เปิดคอลเซ็นเตอร์ตอบข้อข้องใจ

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า หลังจากวิทยากรอาสาสมัครเผยแพร่ประชาธิปไตย ทั้ง ครู ก. ครู ข. ครู ค. ลงไปอธิบายชี้แจงเนื้อหาสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หากประชาชนยังมีข้อสงสัยและทางวิทยากรอาสาสมัครอธิบายไม่ได้ กรธ.มีความคิดจะตั้งคอลเซ็นเตอร์ขึ้นมา เพื่อตอบข้อสงสัยต่างๆ ขณะนี้กำลังวางแผนว่าจะให้ กรธ. หรืออนุ กรธ.มานั่งประจำที่คอลเซ็นเตอร์เพื่อตอบคำถาม อาจจัดเป็นเวรประจำวัน เมื่อถามว่าเป็นห่วงเรื่องการแปลงสารเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญโดยอาสาสมัครฯหรือไม่ นายมีชัยยอมรับว่า เป็นห่วงอยู่บ้าง ดังนั้น กรธ.จะมีการสุ่มลงพื้นที่ เพื่อรับฟังและทำความเข้าใจ โดยใช้หลักวิชาการทำแบบสำรวจสอบถามหรือการทำโพล จากนิด้าโพล และสถาบันพระปกเกล้า

ไม่หวั่นกลุ่มต้านให้ยึดกฎหมาย

เมื่อถามถึงความเป็นห่วงกระแสต่อต้านระหว่างลงพื้นที่ที่อ่อนไหวทางการเมือง เช่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน นายมีชัยตอบว่า วิทยากรเป็นคนในพื้นที่ เขารู้ตื้นลึกหนาบางแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว แต่หากเกิดปัญหาจะมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยดูแลอยู่ ก่อนลงพื้นที่ กรธ.ต้องขออนุญาต คสช.ก่อน คาดว่าคงไม่ต้องขอให้ดูแลเป็นพิเศษ เมื่อถามว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะช่วยให้ กรธ. มั่นใจการลงพื้นที่มากขึ้นหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า คงมั่นใจมากไม่ได้ แต่คงไม่มีปัญหาอะไรมาก ประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่ ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่มีเหตุผลอะไรจะมาก่อกวน หากไม่เห็นด้วยก็ขอให้บอกเหตุผล แต่อย่าบิดเบือน ก้าวร้าว ใช้คำหยาบคาย ไม่เหมาะสม ตอนที่เราลงพื้นที่ต้องคิดอยู่เสมอว่าประชาชนเขายังไม่รู้ ต้องอธิบายให้หมด ทำให้เขาเข้าใจให้ได้ ขณะนี้ กรธ.พยายามผลิตสื่อและรายการของเราเอง โดยจะขอความร่วมมือส่งให้สื่อและหน่วยงานต่างๆช่วยเผยแพร่ด้วย

กกต.โชว์แอพฯ “ฉลาดรู้ประชามติ”

ต่อมาเวลา 14.45 น. ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าหารือกับ กรธ. โดยนำเสนอแอพพลิเคชั่น “ฉลาดรู้ประชามติ” ที่ กกต.จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่เนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ และคำอธิบายสาระสำคัญทั้งหมด จากนั้นนายสมชัยให้สัมภาษณ์ว่า จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “ฉลาดรู้ประชามติ” ในวันที่ 16 พ.ค. จะเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ กรธ. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงการเผยแพร่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ และสิ่งที่ทำได้ ทำไม่ได้ เชื่อว่าจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเต็มและฉบับสรุปสาระสำคัญได้ง่ายขึ้น ไม่มีการโน้มน้าวจูงใจ แต่เป็นการใช้ข้อเท็จจริงมานำเสนอ รวมทั้งขั้นตอนและวิธีการลงประชามติด้วย ทั้งนี้ กรธ.ต้องการเพิ่มข้อมูลที่เป็นคำตอบที่ชัดเจน ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

ถกช่องฟรีทีวีจัดผังสนทนา รธน.

นายสมชัยกล่าวต่อว่า วันที่ 17 พ.ค. จะหารือกับผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี 6 ช่อง รวมทั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สนช. กรธ. และ กกต. เพื่อกำหนดผังรายการทั้ง 12 ครั้ง ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร จะออกอากาศช่วงวันเวลาใด และจะมีใครมาออกรายการบ้าง ไม่ใช่การดีเบตแต่เป็นการสนทนา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และวันที่ 25 พ.ค. กกต.จะเริ่มแจกร่างรัฐธรรมนูญ 1 ล้านฉบับ พร้อมคำอธิบาย 4 ล้านเล่ม โดยอาจมีกิจกรรมแถลงข่าวร่วมกับ กรธ.

เตือนสติ กกต.อย่าเข้มเกินเหตุ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวถึงการลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของ สนช. ว่า มี สนช.กว่า 100 คนส่งรายชื่อร่วมเป็นตัวแทนชี้แจงคำถามพ่วงประชามติ จะประชุมหารือกับ กรธ. ถึงการลงพื้นที่ร่วมกัน ส่วนการแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อการออกเสียงประชามตินั้น ขอเสนอให้ กกต.ยึดหลักใหญ่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯมาตรา 7 ที่ให้สิทธิเสรีภาพประชาชนแสดงความเห็นได้โดยสุจริตและถูกกฎหมาย กกต.ไม่ควรเข้มงวด หรือเน้นหลักกฎหมายมากเกินไป อาจทำให้เกิดกระแสต่อต้านได้ หากยึดหลักสิทธิเสรีภาพ การออกเสียงที่เกิดขึ้นจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่มีอิสระทางความคิด

“เสรี” แนะใช้ไม้นวมก่อนใช้ไม้แข็ง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.การเมืองเห็นว่า กกต.ควรกำหนดวิธีการเป็นขั้นเป็นตอนให้ชัดเจนกว่านี้ และ กกต.ควรเปิดโอกาสให้สอบถามได้ว่าการกระทำใดทำได้ หรือไม่ได้ หากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น กกต.ควรแจ้งเตือนผู้กระทำผิดก่อน หากยังฝ่าฝืนอีก กกต.จึงแจ้ง ความดำเนินคดีได้ ไม่ใช่อยู่ๆให้ กกต.ไปฟ้องเลย เพราะบางคนอาจคิดว่าการแสดงความเห็นของตนเองเป็นเรื่องสุจริต ดังนั้นหาก กกต.เห็นว่าเรื่องใดเป็นความผิดควรรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนแจ้งความดำเนินคดี เพื่อความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมา กกต.พยายามอธิบายสิ่งที่ทำได้และไม่ได้เกินจากบทบัญญัติ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯมาตรา 61 ทำให้เกิดความสับสน กมธ.การเมืองจะนำข้อเสนอนี้จัดทำเป็นรายงานข้อแนะนำให้ กกต.ต่อไป

สนช.แจงคำถามพ่วงผ่านทรู–เนชั่น

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสนช. แถลงว่า ที่ประชุมวิป สนช. หารือแนวทางการลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วงประชามติ โดยจะใช้เวทีเครือข่ายของ สนช.ที่มีอยู่แล้ว อธิบายหลักการและเหตุผล กำหนดไว้ 9 กลุ่มจังหวัด ส่วนการชี้แจงผ่านรายการโทรทัศน์ร่วมกับ กรธ. เบื้องต้นทราบว่า มีช่องทรูวิชั่นส์ ช่องทีวีเนชั่นแชนแนล แบ่งเป็น 60 ตอน แบ่งเวลาให้ กรธ. ตอนละ 26 นาที สนช. ตอนละ 9 นาที นอกจากนี้ จะมีชี้แจงผ่านช่องของหน่วยงานรัฐ สถานีของกองทัพบก กองทัพเรือ ส่วนจะเผยแพร่ออกอากาศเมื่อใดขึ้นอยู่กับ กกต. เชื่อว่าการลงพื้นที่ ไม่น่ามีปัญหาหรือการปั่นป่วน ฝ่ายความมั่นคงน่าจะใช้กฎหมายประชามติควบคุมสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง

คสช.งัดทุกมาตรการคุมให้อยู่

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า คสช.ยังคงเดินหน้าใช้กลไกทุกส่วนสนับสนุนสร้างการรับรู้ต่อร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน ปูพื้นฐานสู่การไปใช้สิทธิลงประชามติโดยอิสระวันที่ 7 ส.ค.นี้ รวมทั้งสนับสนุนอำนวยความสะดวกแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำพื้นที่ กรธ.ที่จะลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจบทบัญญัติและสาระสำคัญของร่าง ควบคู่ไปกับการดูแลสถานการณ์โดยรวม ไม่ให้มีการกระทำที่ละเมิดหรือขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ส่วนการเคลื่อนไหวหรือการชุมนุมต่างๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะดูแลให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย

กสม.ออกแถลงการณ์จี้อย่าปิดกั้น

วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง การรับฟังประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กสม.ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง พบว่านับจากวันที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญบังคับใช้ มีบุคคล กลุ่มบุคคล แสดงความคิดเห็นในทางสนับสนุน และไม่สนับสนุนต่อร่างรัฐธรรมนูญ กระทั่งมีการควบคุมตัวดำเนินคดี อาจนำไปสู่บรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ของสังคมไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิรูปประเทศ กสม. จึงมีข้อเสนอดังนี้ ขอให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญโดยสุจริต ถึงแม้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ บัญญัติความหมายหลักว่า “การเผยแพร่จะต้องไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือไม่มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่”

จะบังคับใช้ ก.ม.ต้องดูบรรยากาศ

แถลงการณ์ กสม.ระบุด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายควรคำนึงถึงบรรยากาศที่เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายผ่อนคลายในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และสร้างบรรยากาศเดินหน้าปฏิรูปประเทศร่วมกัน ขอให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ในการปฏิรูปประเทศ โดยควบคุม กำกับ ดูแล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการตีความเพื่อมิให้เกิดความไม่เป็นธรรม สร้างความขัดแย้งความแตก แยกในสังคม ขอเรียกร้องประชาชนทุกภาคส่วนที่มีความเห็นต่าง ไม่ใช้สถานการณ์การรับฟังความเห็นนี้ เป็นเครื่องมือเอาชนะหรือความได้เปรียบกัน ซึ่งจะทำลายบรรยากาศการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ

ออก ก.ม.คุ้มครองทำไมถ้าสุจริต

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเปิดให้ชี้แจงถึงแต่ข้อดี ของร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่ให้ชี้แจงข้อเสียเลย เท่ากับเป็นการรณรงค์ให้รับ ถือเป็นการชี้นำหรือบิดเบือนหรือไม่ โดยออก พ.ร.บ.ประชามติมาคุ้มครอง กรธ.และเจ้าหน้าที่ จึงมีข้อสังเกตว่าหากสุจริตใจทำไมต้องออกกฎหมายคุ้มครอง หรือทราบอยู่แล้วว่าจะกระทำผิดกฎหมายประชามติเสียเอง แต่จะคุ้มครองการกระทำผิดได้จริงหรือ หากไม่คลี่คลายปัญหานี้คงหาอาสาสมัครได้ยาก เพราะไม่มีใครอยากทำหน้าที่ที่อาจถูกฟ้องทั่วประเทศ

ซัดรัฐบาลทำสวนทางประชาชน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ดูเหมือนบ้านนี้เมืองนี้ยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯระบุ ยิ่งนายกฯบอกให้ทุกคนช่วยกันเปิดไฟฉายส่องทาง ยิ่งแล้วไปใหญ่ ติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลพบว่าขัดแย้งกับความเป็นจริง และความรู้สึกประชาชนแทบทุกเรื่อง ที่สำคัญคืออิสรภาพและเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก รัฐบาลเตรียมการอะไรรองรับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินจะคาด ความเชื่อมั่นของต่างชาติจะฟื้นคืนมาได้เหมือนเดิมหรือไม่ เราเสียเวลาและเสียโอกาสมามากแล้ว อย่าหลงหรือหลอกตัวเองอีกต่อไป ต้องมาช่วยกันสร้างสิ่งดีๆร่วมกันได้แล้ว ก่อนที่เราจะล้าหลังเพื่อนในอาเซียน ต้องเปิดใจกันให้กว้าง ยอมรับความเห็นต่างกันให้ได้

“ตู่” สังหรณ์จะไม่ได้ลงประชามติ

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึงกรณี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ระบุจะจัดการกับบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรนูญ ว่า อย่าได้หวั่นกลัวใครจะมาป่วนเลย ขอให้มาร่วมมือจับโกงด้วยกัน ส่งข้อมูลให้ กกต.ดำเนินการตามกฎหมาย พวกล้มประชามติไม่ใช่ตน ให้ไปดูว่าใครเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ล้มประชามติมาครั้งหนึ่งแล้ว ผบ.ทบ.สบายใจได้ว่าจะไม่มีการป่วนใดๆ ตนต้องการให้เดินไปจนถึงวันที่ 7 ส.ค. เพื่อได้ผลลัพธ์ไปอธิบายต่อชาวโลก แต่สังหรณ์จะมีคนจ้องล้มทำประชามติ พยายามสร้างความปั่นป่วนมาเป็นเหตุ เนื่องจากกลัวผลประชามติ ผบ.ทบ.ควรไปจัดการคนพวกนี้ ถ้าเปิดให้รณรงค์อย่างเสรีคาดว่าผลแพ้ชนะจะต่างกันไม่มาก การเปิดให้ กรธ. สนช. สปท. ตลอดจนหน่วยงานรัฐ เผยแพร่ส่วนดีของร่างรัฐธรรมนูญได้ ก็ควรให้พูดถึงส่วนไม่ดีด้วย

แจ้งข้อหาเพิ่ม 2 มือโพสต์ผิด ม.112

สำหรับกรณีทหารนำตัว 8 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหากระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่นก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องและวุ่นวายในสังคม มาดำเนินคดีนั้น ล่าสุด พ.ต.ท.ชัยพร นิตยภัตร์ สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เดินทางไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดมาตรา 112 แก่นายหฤษฏ์ มหาทน และ น.ส.ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับพร้อมกับพวกอีก 6 คน หลังเจ้าหน้าที่พบข้อความที่มีลักษณะเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลทหารกรุงเทพ ออกหมายจับในความผิดดังกล่าวลงวันที่ 29 เม.ย. 2559 ทั้งนี้เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งคู่ ให้การปฏิเสธที่จะลงชื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยขอรอการแต่งตั้งทนายความส่วนตัวก่อน เนื่องจากเพิ่งยกเลิกใช้ทนายความจากสภาทนายความไป

แนะตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยง “จ่านิว”

ที่ บช.น. นายชัชเชชฌ์ สงษ์รี ผู้ประสานงานนักศึกษากลุ่ม “เรารักชาติ” เข้ามอบดอกไม้ให้กำลังใจการทำงานของตำรวจ บก.น.5 กรณีควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” และพวก ที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง นายชัชเชชฌ์กล่าวว่า อยากให้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวว่า มีการสนับสนุนการเงิน หรืออื่นๆจากกลุ่มบุคคลใดหรือไม่ ก่อนหน้านี้แจ้งให้ บก.ป.ตรวจสอบ ส่วนตัวไม่มีอคติกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มจ่านิว ไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้ง แต่เห็นว่ารัฐบาลกำหนดแผนโรดแม็ปชัดเจน และจะเลือกตั้งในปี 60

จี้หยุดละเมิดทางเพศผู้ต้องหาหญิง

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สั่งยกเลิกการตรวจภายในผู้ต้องโทษหญิงที่ไม่ใช่คดียาเสพติดทันที เพราะเป็นสิ่งเลวร้ายมากต่อผู้หญิงทุกคน แถมยังสั่งให้ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่นทำให้เกิดความอับอาย และทราบมาอีกว่าเคยมีผู้นำแรงงานหญิงคนหนึ่ง ถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าแล้วคลานไปเข้าห้องน้ำ ทำเหมือนไม่ใช่มนุษย์ เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม เชื่อว่าผู้หญิงไทยทุกคนไม่สามารถรับพฤติกรรมนี้ได้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ครม. และ คสช. มีภรรยา ลูกสาว หลานสาว ควรให้เกียรติเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพศแม่ และปฏิบัติต่อผู้หญิงทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ขอยูเอ็นจับตาสิทธิมนุษยชนไทย

นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า รัฐบาลไทยต้องเคารพและปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม และขอเรียกร้องให้ผู้แทนองค์การสิทธิมนุษยชนแห่งสห-ประชาชาติประจำประเทศไทย เข้ามาตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรือนจำของไทยด้วย รู้สึกเป็นห่วง 8 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีการเมือง ที่มีผู้หญิงเป็น 1 ในผู้ต้องหา ล่าสุดไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว จะถูกล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อีก นายกฯซึ่งมีอำนาจเต็มควรสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ระงับการกระทำใดๆ และแก้ไขระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้สังคมโลกตราหน้าว่าประเทศไทยเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

แจงทูตยัน รธน.เหมาะกับสถานการณ์

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่เตรียมเข้าสู่กระบวนการลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. ต่อคณะทูตต่างประเทศและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ที่มีองค์การระหว่างประเทศ 6 แห่ง ผู้แทนจากสถานทูต 47 ประเทศ ซึ่งเป็นระดับเอกอัครราชทูต 12 ประเทศ เข้าร่วม โดยนายนรชิตยืนยันต่อคณะทูตว่า กรธ. มีความตั้งใจร่างรัฐธรรมนูญให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และวัฒนธรรมของประเทศไทย

ส.นักข่าวบุกขอเสรีภาพ “บิ๊กตู่”

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานประชุม ครม.โดยก่อนการประชุม นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและปฏิรูปสื่อ มารอพบที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการ เพื่อมอบเสื้อยืดที่ระลึกเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยนายวันชัยกล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า วันที่ 3 พ.ค. เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงอยากให้ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่เป็นข้อจำกัดของสื่อมวลชนโดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ 97/2557 และ 103/2557 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เสรีภาพเท่าที่มีอยู่ยังไม่พออีกหรือ จะดูให้ เราไปยุ่งอะไรกับพวกท่าน ถ้ายกเลิกบางข้อก็เพิ่มบางข้อ ถึงอย่างไรขอให้ทุกคนมีความสุข ขอให้ทำเพื่อบ้านเมือง

กระเซ้า “เจ๊ยุ” ระวังตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น นางยุวดี ธัญศิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส กล่าวขึ้นว่า เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ หันกลับมาถามว่าใครพูด นางยุวดีตอบว่า “ยุวดีค่ะ” พล.อ.ประยุทธ์จึงตอบกลับว่า “ระวังตัวด้วย” นางยุวดีตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ระวังอยู่แล้ว” อย่างไรก็ตามสมาคมนักข่าวฯและคณะ ซึ่งเตรียมเอกสารแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 3 พ.ค.2559 “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” มายื่นให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ทีมงานนายกฯขอไม่ให้ยื่นเอกสารแถลงการณ์ดังกล่าว เพราะเกรงจะกลายเป็นตัวอย่างของกลุ่มอื่น

ขอสื่อไม่บิดเบือนช่วยเหลือคนผิด

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงข้อเรียกร้องเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า วันนี้เสรีภาพยังไม่พอหรือ ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า ไม่ได้เรียกร้องเพิ่ม ไม่ได้ให้ยกเลิก แต่อยากให้ช่วยเป็นหลักประกันในเรื่องพื้นที่การแสดงความคิดเห็น เมื่อถามต่อว่า วันนี้วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก อยากให้พูดถึงความพอใจในการทำงานของสื่อมวลชน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง ต้องอดทน ถือว่าสื่อคือผู้สร้างการรับรู้ให้ประชาชนโดยไม่บิดเบือน เข้าใจบริบทการทำงาน ข้อกฎหมาย วิธีการและปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ถ้าทุกคนยังคิดเหมือนเดิม ทำข่าว เหมือนเดิม ประเทศจะไม่หลุดพ้นความขัดแย้ง ตนพยายามทำให้เดินได้ ไม่ได้รังเกียจ ต้องการสื่อที่พูดจาไม่บิดเบือน ไปเอาสิ่งที่คนทำผิดมาพูด คนผิดคดีความในศาลไม่ควรได้พูด หนีคดีด้วยไม่ควรพูด ไม่ควรขยายความ อย่าขยายเรื่องที่ไม่ควรขยาย และเรื่องที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติ ก็ให้ถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร

อ่านแถลงการณ์จี้รัฐเลิกคุมสื่อ

จากนั้นที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายปราเมศ และนายสุปัน รักเชื้อ อุปนายกฝ่ายสิทธิ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมอ่านแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว เรียกร้องให้รัฐบาล คสช.เร่งยกเลิกกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อฯ ทั้งคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 97/2557 ฉบับที่ 103/ 2557 และฉบับที่ 3/2558 ข้อ 5 โดยเร็ว กลับไปใช้ กฎหมายปกติกรณีที่พบสื่อละเมิดกฎหมาย เปิดให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็น รวมทั้งสนช. และ สปท. ต้องสนับสนุนการจัดทำกฎหมายเพื่อป้องกันการแทรกแซงสื่อ พร้อมกับให้ความสำคัญ และสนับสนุนให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อมวลชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างหลักประกันเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน พร้อมเรียกร้องให้สื่อทุกแขนงทำหน้าที่อย่างถูกต้องครบถ้วน ไม่เสนอ ข่าวและภาพข่าวละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สนับสนุนกลไกกำกับดูแลกันเอง ส่วนภาคประชาชนขอให้คิดก่อนแชร์ก่อนโพสต์

กระทุ้งออกกฎหมายคุ้มครองสื่อ

ต่อมามีการจัดเสวนาเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เรื่องเสรีภาพสื่อ...ประชาชนได้อะไร? โดยมีผู้แทนกลุ่มชาวบ้าน ผู้ใช้แรงงาน และนักวิชาการที่ได้รับผลกระทบจากสื่อมวลชนและคำสั่งควบคุมสื่อ มาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า หากสื่อไม่มีเสรีภาพเสนอความเดือดร้อนให้สาธารณะรับทราบ ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อสื่อตกอยู่ภายใต้อำนาจรัฐนำเสนอแต่มุมดีชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ขณะที่นายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า สิ่งที่ชาวบ้านเผชิญอยู่คือการถูกปิดล้อมข้อมูลข่าวสาร ความเดือดร้อนไม่ถูกนำ เสนอต่อสาธารณะ ขอให้สื่อทำหน้าที่มากกว่าการ รายงานข่าว โดยตั้งคำถามกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง วันนี้สื่อและ ชาวบ้านกำลังถูกคุกคามด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อข่มขู่คุกคามปิดปาก โดยเฉพาะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ห้องประชุม ครม.ไฟดับ รปภ.วิ่งวุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประชุม ครม.ที่ห้องประชุมชั้น 5 ตึกบัญชาการ จู่ๆเกิดไฟดับเฉพาะชั้น 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบรรดา ครม. ต้องวิ่งกันวุ่น เพื่อดูแลความปลอดภัย จากนั้นได้รีบประสานเจ้า– หน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง เปิดเครื่องปั่นไฟฟ้า เคลื่อนที่ฉุกเฉินที่เตรียมมาประจำไว้อยู่ที่ข้างตึกบัญชาการ แค่เพียง 5 นาทีไฟฟ้าก็กลับมาใช้ได้ตามปกติ ทั้งนี้ เหตุไฟฟ้าดับที่ทำเนียบฯนับเป็นครั้งที่ 2 จากที่เคยดับไปเมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 29 เม.ย. ทำให้ตึกบัญชาการ 2 และห้องนักข่าวรังนก กระจอกใหม่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ไปช่วงเวลาหนึ่ง และระหว่างประชุม ครม.ได้เกิดเหตุไฟฟ้าดับสั้นๆอีก 2-3 ครั้ง ที่ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 4-5 และห้องประชุม ครม. เจ้าหน้าที่เรียกรถการไฟฟ้านครหลวงมาสแตนด์บายและตรวจสอบระบบไฟฟ้าของตึก

สมช.เผย รมต.ศก.โดนขู่ไขก๊อก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ระบุว่า มีรัฐ– มนตรีโดนโทรศัพท์ข่มขู่ให้ลาออก ล่าสุด พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตรสั่งการให้สายข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบแล้ว ไม่นานคงทราบ ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกโทร.ข่มขู่เป็นรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานด้านเศรษฐกิจ ไอซีที เบื้องต้นสันนิษฐานว่าต้องการสกัดผลงานด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากรัฐบาลเดินหน้าจนเริ่มมีผลงานด้านเศรษฐกิจ ที่ถือเป็นเครดิตรัฐบาล จึงพยายามตีเจาะไปยังหน่วยงานที่มีผลงาน คาดว่าหลังจับคนร้ายได้ จะรู้ว่าใครสั่งการ โยงใยถึงใคร ส่วนการรักษาความปลอดภัยเพื่อความไม่ประมาท ต้องเพิ่มกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนตัวรัฐมนตรีที่ถูกข่มขู่ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรีคนดังกล่าวคือนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง

ยันเป็นขั้นตอนกฎหมายไม่ผิดปกติ

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯปี 2551 ว่า ไม่ได้รื้อฟื้น แต่เป็นการยื่นเรื่องจากผู้ถูกกล่าวหาให้พิจารณาทบทวน ทุกคนทำได้ ป.ป.ช.เพียงแต่พิจารณาว่ารับได้หรือไม่ได้ ติดตามดูอีกที ส่วนการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ ถ้าเขายังไม่ได้ตั้งก็ยังไม่ได้ตั้ง อย่าเพิ่งตีกระแสให้ขัดแย้งไป เมื่อถามว่า ทำไมต้องขอถอน ฟ้องเมื่อคดีนี้อยู่ในชั้นศาลแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตามกฎหมายเมื่อมีผู้ยื่นเรื่อง ป.ป.ช.ต้องรับไว้พิจารณา ตนไม่มองว่าผิดปกติ

เมิน “แป๊ะลิ้ม” โจมตี “สตาร์ทอัพ”

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ วิจารณ์โครงการประชารัฐเอื้อลูกนักธุรกิจให้ได้ประโยชน์ว่า ไม่สนใจ เพราะทำสิ่งที่ดี คนพูดไม่ได้ทำ ลองทำดูบ้าง คิดและ พูดมันง่ายเกินไป ไม่ได้เจอปัญหา มีแต่สร้างความ ขัดแย้งตนยังไม่ก้าวก่ายงานของท่าน ดังนั้น อย่ายุ่ง กับตน แม้แต่คนที่มาช่วยโครงการสตาร์ทอัพ เขาจะมาฮุบอย่างไร บอกวิธีการฮุบมา ตนไม่ฉลาดพอที่จะให้เขาฮุบเหรอ เขามาช่วยขับเคลื่อนร่วมตั้งบริษัท และมีผลกำไรหรือเปล่า โครงการประชารัฐไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรืออย่างไร ก็เพื่อเอาประโยชน์มาสู่ประชาชนเพราะประชาชนเป็นหุ้นส่วนใหญ่ เงินที่ได้กลับมาไม่ได้แบ่งปันผลประโยชน์ แต่เอามาเป็นค่าแรงค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ที่เหลือผลักเข้าสู่กองทุน นำไปใช้ขยายที่อื่นมันผิดตรงไหน

ปชป.จวกอย่าทำตัวเป็นศาลเตี้ย

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ป.ป.ช.รู้ดีว่ากฎหมายไม่ให้อำนาจกรรมการ ป.ป.ช.ถอนฟ้องได้ จึงน่าสงสัยว่าต้องการช่วยผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ เพราะคดีอยู่ในชั้นศาล นอกเขตอำนาจ ป.ป.ช. และศาลก็เปิดโอกาสให้ชี้แจงในชั้นไต่สวนอยู่แล้ว เหตุใดจึงถอนคดีที่ตัวเองเป็นผู้กล่าวหาและส่งฟ้องศาล และใช้กฎหมายใดจึงทำตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง ทำให้สังคมสงสัยในพฤติกรรมของกรรมการชุดนี้ อีกทั้ง เมื่อหัวขบวนยอมรับเสียเองว่าสนิทสนมกับผู้มีอำนาจยุคนี้ และผู้ถูกกล่าวหา จึงอยากเตือนว่าอย่าใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียมาวินิจฉัยเรื่องนี้ จะผิดมาตรา 29 ของกฎหมาย ป.ป.ช. และ อาจติดคุกตอนแก่

ออกหมายจับ “เมธี” หนีศาลลงดาบ

ที่ศาลอาญา วันเดียวกัน ศาลนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีที่นายจตุพร หรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เป็นโจทก์ฟ้องนายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตดารานักแสดง ชื่อดัง และอดีตแนวร่วม นปช. จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดย การโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 12 ต.ค.53 นายเมธี แถลงข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทำนองว่านายจตุพรอมเงินบริจาคของคนเสื้อแดง 68 ล้านบาท มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้หญิงบนชายหาดเมืองพัทยา รวมทั้งกล่าวหาว่านายจตุพร โทรศัพท์ขู่ฆ่าจำเลย โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายเมธี 1 ปี 4 เดือน และปรับ 66,666 บาท โทษ จำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-7 ยกฟ้อง แต่เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่านายเมธีไม่มาศาล มีเพียง ทนายความ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2-7 มาศาล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้รับหมายศาลแล้ว แต่ไม่มาฟังคำพิพากษา มีเจตนาหลบเลี่ยงไม่มาฟังคำพิพากษา ให้ออกหมายจับเพื่อมาฟังคำพิพากษา นัดอีกครั้งวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 09.30 น.

“ธาริต” โล่งหลังศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง

เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาล อุทธรณ์ คดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น กรณีจำเลยแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชน ระหว่างวันที่ 21 ม.ค.-4 ก.พ.56 กล่าวหาโจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด ซึ่งล้วนเป็นเท็จทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค.58 ให้ยกฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

“บิ๊กตู่” สั่งจัดบินตรวจงานเชียงใหม่

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้ปรารภถึง การลงพื้นที่ปฏิบัติราชการที่ จ.เชียงใหม่ ที่ผ่านมา ซึ่งมีโครงการให้ติดตามจำนวนมาก ทำให้ไม่มีเวลาไปลงพบปะประชาชน และดูโครงการต่างๆ ได้อย่าง ทั่วถึง นายกฯจึงให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จัดโปรแกรมบินสำรวจพื้นที่ โดยใช้เวลาไปกลับไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง เพื่อดู โครงการต่างๆ เช่น การบริหารจัดการน้ำ โดยจะไปอย่างเงียบ ไม่ต้องตั้งแถวรอรับ เพื่อได้เห็นปัญหาจริงๆ นอกจากนี้ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งที่ประชุม ครม.ว่า นายกฯจะเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน-รัสเซีย ระหว่างวันที่ 17-20 พ.ค. การประชุม ครม. ในวันที่ 17 พ.ค. จะเลื่อนมาเป็นวันที่ 16 พ.ค. แทน

จ่อยกเครื่องระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบูรณาการประสานงานกรณีกู้ชีพ ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกเครื่องระบบการแพทย์ฉุกเฉินว่า ได้หารือถึงอุปสรรคการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังเกิดเสียงวิจารณ์กรณีการ ถึงแก่อนิจกรรมของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นจะเน้นแนวทางการแก้ปัญหา 2 ประเด็นคือกรณีเข้าไม่ถึงที่เกิดเหตุ และกรณีจากจุดเกิดเหตุไปยังสถานพยาบาลล่าช้า ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้ประสานกับ สปท.ให้ร่วมบูรณาการทำงาน ปฏิรูปทั้งระบบ นอกจากนี้ เตรียมทบทวนกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เพื่อพิจารณาแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงข้อบังคับให้ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด จะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในสนช.ชุดนี้

คนดังร่วมสวดศพ “บรรหาร” แน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ว่า ในการสวดพระอภิธรรมศพนายบรรหาร ศิลปอาชา มีบรรดาแขกเหรื่อและบุคคลสำคัญจำนวนมากมาร่วมงาน อาทิ นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. นายประวิช รัตนเพียร กกต. นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ และยังมีบุคคลและกลุ่มบุคคล เป็นเจ้าภาพร่วมหลายกลุ่ม อาทิ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บ.มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารในเครือมติชน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีวันชัย วงศ์มีชัยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยคำสั่ง คสช.ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมมะนาวคาร์เวียร์ศิริชัย ดิษฐกุลประชุม ครม.ตรวจภายใจนักโทษหญิงผู้ต้องขังหญิงยกเลิกตรวจภายในลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ประชารัฐพธม.สนธิ วิจารณ์โครงการประชารัฐสนธิ ลิ้มทองกุลหนังสือพิมพ์ผู้จัดการอดีตแกนนำพันธมิตรฯความขัดแย้งเสื้อเหลืองประชามติหลักเกณฑ์แสดงความเห็นปรับหลักเกณฑ์เสรี สุวรรณภานนท์ขั้นตอนแสดงความเห็นกกต.สปท.มาตรา 61ร่างรัฐธรรมนูญการออกเสียงพ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉินสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัยระบบการแพทย์ฉุกเฉินสนช.สถานพยาบาลบรรหารถึงแก่อนิจกรรมเผยแพร่ร่างฯชี้แจงร่างฯมีชัย ฤชุพันธุ์กลุ่มต้านร่างฯเนื้อหาร่างฯกรธ.ลงพื้นที่ชี้แจงร่างฯโทษประชามติข่าวข่าวหน้า1ไทยรัฐออนไลน์ไทยรัฐฉบับพิมพ์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้