วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอสซีจีบุก 10 ตลาดอาเซียน แผนลงทุน 5 ปีถล่มงบ 2.5 แสนล้าน

เอสซีจีเปิดแผนทุ่มทุนสร้าง เทงบลงอาเซียน 2.5 แสนล้านบาทใน 5 ปี ยึดหัวหาดครบ 10 ประเทศ วางเป้าหมายยอดขายสินค้าทุกประเภทในอาเซียน ต้องโตไม่ต่ำกว่าปีละ 5% เผยระยะต่อไปจะเน้นสินค้านวัตกรรม เพิ่มงบด้านวิจัยและพัฒนาเป็น 4,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของยอดขายรวม เชื่อ 6 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เศรษฐกิจเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของกลุ่มเอสซีจีว่า ได้ตั้งเป้าหมายการขยายธุรกิจของเอสซีจีในอาเซียน ภายใต้งบประมาณลงทุน 5 ปี (ปี 2559-2563) รวม 250,000 ล้านบาท แบ่งเป็นปีละ 50,000 ล้านบาท เช่น การซื้อกิจการในประเทศต่างๆ หรือร่วมทุนกับบริษัทพันธมิตรในประเทศนั้นๆ และเข้าไปตั้งกิจการ เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานปิโตรเคมี โรงงานแพ็กเกจจิ้ง (กระดาษและบรรจุภัณฑ์) เนื่องจากกลุ่มประเทศอาเซียนมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และจากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของแต่ละประเทศ ส่งผลให้มีความต้องการสินค้ากลุ่มปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง เซรามิก และบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน กลุ่มเอสซีจีมีสัดส่วนรายได้ในกลุ่มประเทศอาเซียนประมาณ 12,586 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 12% ของรายได้รวมทั้งหมดของเอสซีจี และขณะนี้เอสซีจีก็ได้ทยอยเข้าไปลงทุนเกือบครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว อาทิ ในเวียดนาม มีการลงทุนในกลุ่มปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์, อินโดนีเซีย ลงทุนทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์, พม่า ลงทุนในกลุ่มปูน ซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง, ลาว ในกลุ่มปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง, กัมพูชา ในกลุ่มปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง, ฟิลิปปินส์ ในกลุ่มปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอุตสาหกรรม, สิงคโปร์ ลงทุนในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ในระยะเริ่มต้น และมาเลเซีย เพิ่งเริ่มมีการลงทุน

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า การลงทุนในธุรกิจปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้างในประเทศอาเซียนต่อไปนี้ จะเน้นหาพันธมิตรมากกว่าลงทุนสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด เช่น ปัจจุบันเอสซีจีกำลังมองหาโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ในเวียดนาม เพราะเวียดนามมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ล้นตลาด ส่วนการหาพันธมิตรใหม่ ในโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ในเวียดนาม ต้องใช้เวลา 2-3 เดือน และคาดว่าจะมีความชัดเจนกลางปีนี้ตามกำหนดเดิม

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่เอสซีจีมุ่งเน้นลงทุนในอาเซียน ก็เพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในอาเซียนให้เป็นรายได้หลัก เพราะอาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่และสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งมีประชากรรวม 600 ล้านคน โดยเอสซีจีได้ตั้งเป้าหมายว่า ยอดการจำหน่ายของทุกผลิตภัณฑ์ของเอสซีจีในอาเซียน นับจากนี้ไป จะต้องมีอัตราเติบโตปีละ 5% หรือมากกว่า 5% ตามอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของอาเซียน

นอกจากนี้ ในระยะต่อไปเอสซีจีจะให้ความสำคัญในเรื่องของสินค้านวัตกรรมหรือการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งที่เป็นการค้นคว้าวิจัยโดยทีมงานเอสซีจีและการร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำของไทยและระดับโลก ล่าสุดในปีนี้ ก็ได้เพิ่มงบประมาณสำหรับงานวิจัยและพัฒนาเป็น 4,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของยอดขายรวมทั้งหมด จากปีที่ผ่านมา ได้ใช้งบประมาณไปรวม 3,000 ล้านบาท หรือ 0.8% ของยอดขายรวมทั้งหมด

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า ในระยะต่อไป เอสซีจีจะเพิ่มงบประมาณในส่วนนี้ให้มากขึ้นทุกๆปี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงวัยที่ในอนาคต ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุจำนวนมาก ในกลุ่มสินค้าวัสดุกันลื่นในห้องน้ำ เป็นต้น และจะมีการผลิตปูนซีเมนต์สูตรพิเศษ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3D (สามมิติ), การผลิตบรรจุภัณฑ์หรือกล่องกระดาษให้ทนทานและขนาดเล็กลง เพื่อขนส่งได้สะดวกขึ้น

“ส่วนแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจของไทยใน6 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ผมมองว่าเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เพราะมาตรการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ เริ่มเห็นผลระดับหนึ่งใน 4 เดือนแรกของปีนี้ ส่วนที่ภาคเอกชนกังวลคือปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงมากกว่าทุกๆปี จึงอยากให้รัฐบาลจัดทำแผนแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำแบบครบวงจรในระยะยาว หากสามารถผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งปีนี้ไปได้ หากเกิดภัยแล้งขึ้นในปีหน้า อาจจะสามารถรับมือได้ดีกว่าในขณะนี้”.

เอสซีจีเปิดแผนทุ่มทุนสร้าง เทงบลงอาเซียน 2.5 แสนล้านบาทใน 5 ปี ยึดหัวหาดครบ 10 ประเทศ วางเป้าหมายยอดขายสินค้าทุกประเภทในอาเซียน ต้องโตไม่ต่ำกว่าปีละ 5% เผยระยะต่อไปจะเน้นสินค้านวัตกรรม 4 พ.ค. 2559 00:22 4 พ.ค. 2559 00:23 ไทยรัฐ