วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยจ่อเคลียร์ใจซาอุฯ หลังศาลยกฟ้อง 'สมคิด บุญถนอม'

ไทยจ่อเคลียร์ใจซาอุฯ หลังศาลยกฟ้อง 'สมคิด บุญถนอม'

  • Share:

"นายกฯ" ยืนยันไม่เคยโกรธสื่อ แม้มีคำถามยั่วยุแต่ก็อดทน แนะสื่อนำเสนอข่าวบนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก โยนถามซาอุฯ หลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจกระทบสัมพันธ์ประเทศ เชื่อปมนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกทำร้าย กระทบความเชื่อมั่น สั่ง ตร.เร่งดำเนินการจับกุม

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี ที่นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยื่นแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ขอให้ทบทวนคำสั่ง คสช.ที่ 97/2557 และ 103/2557 ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนว่า ก็จะรับไปพิจารณา แต่วันนี้เสรีภาพยังไม่พอหรือ ส่วนประชามติ 8 ข้อห้ามว่ายังไง ไม่รู้จักคำหยาบคายรุนแรงหรือ ถ้ารู้ก็อย่าไปทำ หรือไม่รู้จักต้องพูดให้ฟัง คำหยาบคายถือเป็นคำที่วิญญูชน หรือผู้มีสติปัญญาพึงรู้ได้ และข้ออื่นๆ ก็มีความชัดเจนอยู่แล้ว ทุกวันนี้ตนไม่ได้อยากให้มีคนมาติดคุกมากขึ้น แต่สื่อชอบไปฟังคนผิดกฎหมาย เอามาสู้กับคนถูกกฎหมายให้ปวดหัว ทำไมชอบติดคำว่าตีความ ตีความรัฐธรรมนูญ ตีความกฎหมายที่เป็นช่องทางในกระบวนการยุติธรรม กฎหมายพึงมองทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่หากขัดกฎหมายชัดเจนตนรับไม่ได้ ซึ่งสื่อก็ชอบหาช่องทางให้เกิดความแตกแยกให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงความพอใจต่อผู้สื่อข่าว ในวันเสรีภาพสื่อโลกด้วยว่า ทุกวันนี้ก็พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง ต้องอดทน เพราะสื่อคือผู้ที่สร้างการรับรู้ให้กับสังคม โดยไม่บิดเบือนเข้าใจบริบทการทำงาน ข้อกฎหมาย และวิธีการปัญหาอดีตที่ผ่านมา ซึ่งหากทุกคนยังทำเหมือนเดิมประเทศชาติก็ไม่หลุดพ้นจากความขัดแย้ง ทั้งที่ตนพยายามเดินหน้า แต่กลับบอกว่าตนทำให้หยุดชะงัก วิธีการทำงานแบบนี้ไม่ใช่วิธีการที่สมบูรณ์ แต่ตนก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะถ้ารังเกียจคงไม่มายืนตอบคำถามเป็นชั่วโมงๆ แบบนี้ บางครั้งก็ถามยั่วยุ แต่ตัวเองก็ต้องอดทน ซึ่งก็อดทนได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อย่างไรก็ตามก็ยังยินดีที่จะทะเลาะกับนักข่าว พร้อมทั้งฝากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวให้มีข้อมูลอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และไม่ควรให้ผู้ที่กระทำความผิดออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชน ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชนก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย แตกแยกกันในสังคม

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียว่า จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศหรือไม่นั้น ต้องไปถามกับทางประเทศซาอุดีอาระเบีย ส่วนไทยจะทำอะไรได้นอกจากปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักฐานที่พิสูจน์ทราบได้ โดยการที่จะตัดสินว่าถูกหรือผิดจะต้องมาคำสั่งศาลออกมาแล้ว ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับประเทศซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง 

ส่วนกรณีที่ครอบครัวนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกทำร้ายอย่างเหี้ยมโหดที่ อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนรู้ว่าจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและเป็นสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการจับกุม แม้ว่าจะจับคนร้ายไปแล้วบางส่วน ดังนั้นต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงาน ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิดผ่านทางโซเชียลมีเดียนั้น ต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรคือกฎหมายและเครื่องมือของรัฐ ตนไม่ได้ปกปิด แต่เครื่องของรัฐที่ปิดไม่ใช่ใครจะใช้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องติดกล้องวงจรปิด เพราะจะต้องนำไปใช้ในการจับกุม แต่การเผยแพร่จะได้อะไรขึ้นมา หรือต้องการเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ และสิ่งที่เสียคืออะไร ซึ่งการให้ทั่วโลกรับทราบจะแก้ไขได้หรือไม่ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยเหลือกัน ทั้งนี้ตนไม่เห็นใจกับคำขอโทษเล็กๆ น้อยๆ และต้องให้กฎหมายดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะเสียชื่อเสียงของประเทศชาติ และไม่ได้โกรธคนเผยแพร่ หากเข้าข่ายผิดกฎหมาย คนโพสต์ต้องรับผิดชอบ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้