วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กต๊อก' ปัดชี้นำคดี 'ธัมมชโย' ให้สังคมตัดสินเอง

'บิ๊กต๊อก' ปัดชี้นำคดี 'ธัมมชโย' ให้สังคมตัดสินเอง

  • Share:

รมว.ยธ. ปัดวิจารณ์คดี "ธัมมชโย" ชี้ทำตามหน้าที่ ให้สังคมตัดสิน ย้ำทำตามกฎหมายดีที่สุด เร่งอธิบดีกรมน้ำบาดาล กำชับ ขรก.เกี่ยวทุจริต ย้ำต้องปรับปรุงดูผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระธัมมชโย มารับทราบข้อกล่าวหาครั้งที่ 3 ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ว่า "ไม่ทราบ แต่เราก็ทำตามหน้าที่ของเรา"

เมื่อถามว่า ถือว่าพระธัมมชโยบ่ายเบี่ยงโดยการแสดงรูปและพยายามไม่รับข้อเท็จจริง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สื่อยังเข้าใจได้ ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ และทุกคนต้องพิจารณาจากข้อมูลข่าวสาร แต่ตนคงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพราะตนเป็นหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องนี้ และตนก็ไม่อยากชี้นำ ซึ่งตนก็เรียนแล้วว่าเมื่อมีทนายมีฟ้องร้องคดีก็ถือว่าดี ถ้ามีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเขาก็มีสิทธิฟ้องร้อง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี จะไปใช้กระบวนการอื่นๆ ตนไม่เห็นด้วย และตนเชื่อว่าหากมีการดำเนินการอย่างไรที่ไม่สมเหตุสมผลสังคมมองเห็นเอง เหมือนที่ผู้สื่อข่าวถามตน ตนก็เชื่อว่าสังคมก็คิดลักษณะเดียวกันว่าหากทำมากไปก็จะเสื่อมไปเอง ซึ่งเป็นแบบนี้กับทุกคนและทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า ข้าราชการจะหนักใจหรือไม่ หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่หนักใจและเชื่อว่าไม่มีใครจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันเป็นไปไม่ได้ อาจจะใช้ได้บางครั้ง แต่วันหนึ่งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอยู่ดี และถ้าไม่ผิดจะยืดเยื้อไปทำไม ก็ขอให้มันจบไป แต่ทุกอย่างให้เดินไปตามกระบวนการยุติธรรมจะดีที่สุด

นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี กำชับให้มีการแก้ไขปัญหาทุจริตการขุดบ่อบาดาลว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แถลงไปแล้ว ซึ่งนายกฯ ก็ได้รับรายงานแล้ว ซึ่งตนได้คุยกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่ามีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการทุจริตหลายพันล้านบาทในงบประมาณปี 2557 และขออย่าให้เจออีก และต้องการให้เจ้าของหน่วยงานรับทราบเมื่อถึงปีงบประมาณใหม่จะได้กำกับไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นอีก เพราะหากจะให้ไล่ปราบปรามเช่นนี้มันก็ไม่จบและทำให้สูญเสียงบประมาณ ปีนี้เมื่อเจออะไรก็บอกกันตรงๆ และให้เตือนกัน อย่างไรก็ตามมีการงานร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะสามารถยั้บยั้งการทุจริตได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนงบประมาณปี 2557 มันจบไปแล้ว และเชื่อว่าต้องยั้บยั้งการทุจริตได้ในปีถัดไป เพราะมีการพูดคุยกับอธิบดีฯ แล้ว และหากไม่สามารถทำได้จะดูแลรักษางบประมาณได้อย่างไร เมื่อมีการตรวจสอบพบก็ต้องบอกกัน เพราะจะให้ปราบอย่างเดียวก็ไม่ได้ และศูนย์อำนวยต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไม่ได้มีนโยบายปราบปรามอย่างเดียวแต่ต้องแจ้งให้ทราบ ท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าเจออะไรก็ต้องบอกปีหน้าจะได้ไม่ทำ ส่วนปีที่ผ่านมาก็ต้องมีการตรวจสอบกันไป ซึ่งหากทำเช่นนี้จะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณ

เมื่อถามว่า ในส่วนของปี 2557 มีผู้ที่เกี่ยวข้องกี่คน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า มีในทุกพื้นที่ มีหมดทุกภาค ซึ่งตนไม่ได้ดูในรายละเอียด แต่อธิบดีฯ รับทราบอยู่แล้ว ทั้งนี้หากมีการทุจริตจริงก็ต้องมีการดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ซึ่งตนใช้คำว่าทุจริตจริงเพื่อให้มีเวลาในการแก้ไขและตรวจสอบและสอบสวน เพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ แต่หลักฐานค่อนข้างชัดเจน ส่วนโครงการที่ยังคงค้างอยู่เมื่อเราเห็นแล้วเขาจะได้ปรับปรุง จะไปไล่จับเขาทำไม ซึ่งถือเป็นผลดีต่อประชาชน

เมื่อถามถึงกรณีการขุดลอกของกระทรวงกลาโหมนั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นคนละงบประมาณกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้