วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นศ.ม.ดังเมืองอุบลฯ โอดถูกโจรดักปล้น-ถีบ จยย. ความปลอดภัยไม่เหลือ

นศ.ม.ดังเมืองอุบลฯ โอดถูกโจรดักปล้น-ถีบ จยย. ความปลอดภัยไม่เหลือ

  • Share:

น.ศ.ม.ดังเมืองอุบลฯ เผยถูกคนร้ายกลุ่มวัยรุ่นขี่ จยย.ประกบชิงแหวนทองจากนิ้วมือ เผยมีจุดเสี่ยงใกล้มหาวิทยาลัยหลายจุด และมีคนตกเป็นเหยื่อหลายราย เผยความปลอดภัยไม่เหลือ วอน ตร.เพิ่มสายตรวจถี่ขึ้น น่าจะลดเหตุร้ายได้...

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า ขณะนี้ หลายเพจดังในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่เว้นแม้แต่ เฟซบุ๊กของตำรวจกองปราบฯขวัญใจชาวเน็ต ยุทธพล ศรีสมพงษ์ (จอนนี่กองปราบ) แชร์โพสต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัดอุบลราชธานี กรณีถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ ปล้นทรัพย์ ถีบรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาเอาแหวนทอง โทรศัพท์มือถือ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับบาดเจ็บหลายรายในช่วงเดือนเมษายนที่ ผ่านมา

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้สื่อข่าวพบว่าผู้เสียหาย เป็นนักศึกษาสาว ชื่อนางสาวดา (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันเสาร์ ที่ 30 เม.ย.59 ขณะที่ตนเองกำลังขับรถจักรยานยนต์จากมหาวิทยาลัยเพื่อจะกลับบ้าน ใกล้กับสถานีรถไฟวารินชำราบ เมื่อมาถึงบริเวณ วัดป่าบ้านเดิ่น ถนนวาริน-เดชอุดม ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีชายวัยรุ่น 4 คน อายุไม่เกิน 20 ปี ผมสั้น ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 2 คัน จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ เข้ามาประกบด้านซ้าย และขวา

นักศึกษาสาวผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า จากนั้นคนซ้อนทั้งสองคันดึงมีดออกมาพร้อมทั้งบอกให้ตนเองจอดรถ แล้วบอกว่าพี่ขอเงินหน่อย ตนก็ไม่ยอมจอด บอกคนร้ายว่าหนูไม่มีอะไร ขณะนั้นคนร้ายที่เป็นคนซ้อนด้านซ้ายเห็นแหวนทองที่นิ้วนางด้านซ้าย คนร้ายจึงบอกให้จอดรถเพื่อจะเอาแหวนแต่ตนก็ยังไม่ยอมจอด พยายามขับต่อไปจนถึงที่บ้านคนแต่ก็ไม่ได้ขับเร็วเพราะกลัวคนร้ายถีบรถ จักรยานยนต์ คนร้ายได้ยื่นมือมาดึงมือของตนพร้อมทั้งถอดเอาแหวนทองคำหนัก 1 สลึงไปทั้งที่รถกำลังวิ่งอยู่เมื่อได้แหวนคนร้ายก็รีบขับรถจักรยานยนต์ออก ไปอย่างรวดเร็ว

นางสาวดา กล่าวอีกว่า นอกจากจุดที่ตนถูกปล้นแล้ว แถวหน้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ช่วงประตู 3 และซอยข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.หน้ามหาวิทยาลัย จะเกิดเหตุประจำช่วงดึกๆ บางคนกลับมาจากอ่านหนังสือ บางคนกลับมาจากเที่ยวก็จะถูกลักษณะคล้ายๆ กันคือขับรถจักรยานยนต์มาจอดเทียบ แล้วบอกว่าขอเงินหน่อย บางคนก็ให้ไปบางคนก็บางคนก็ถูกบังคับให้ถอดแหวน ถอดสร้อยไปมันเป็นเหตุที่เกิดบ่อย พอโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้รับคำตอบว่าถ้าเราจำรูปพรรณ ทะเบียนรถของคนร้ายไม่ได้เนื่องจากตกใจก็ยากที่จะตามคนร้ายได้

"สำหรับตนคิดว่าตอนนี้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นศูนย์ ตนอยากจะฝากส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องความปลอดภัยของนักศึกษาเนื่องจาก มหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่เราไม่ได้อยู่แค่เรียนเสร็จแล้วกลับห้องมันจะมีกิจกรรมอื่นๆ จนถึงช่วงดึกมิจฉาชีพเราก็ไม่รู้ว่าคนไหนเป็นโจรคนไหนเป็นคนดีอยากจะให้มีการเพิ่มสายตรวจ ให้ถี่ขึ้นตำรวจรู้อยู่แล้วว่าจุดใดที่เกิดเหตุบ่อยๆ จะมีผลที่แจ้งเหตุ เข้าไปอยู่แล้วแต่ตำรวจก็ยังตรวจตราไม่เพียงพอ แต่ถ้าเพิ่มความถี่ในการตรวจเข้มก็จะสามารถช่วยลดเหตุร้ายต่างๆ ลงไปได้" นางสาวดา กล่าว

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า นอกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางสาวดา เมื่อวันที่ 27 เมษายน ได้เกิดเหตุชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ จากนางสาวเก๋ นามสมมติ นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ภาพบาดแผลที่บริเวณข้อเท้าในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมทั้งระบุว่า "ยันรถกู เอาโทสับกูไป ไม่นึกถึงจิตใจกูเลย วิ่งหนีเกือบตาย ขอบคุณลุงกับป้าทีช่วยชีวิตหนู" เมื่อสอบถามไปยังนักศึกษาที่โพสต์ ทางผู้เสียหาย เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ได้ไปทำธุระกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ถึงซอยด้านข้างเซเว่น บ้านธาตุ ต.คำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ห่างจากบ้านตนประมาณ 1 กิโลเมตร ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 1 คน ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาถีบรถของตนจนล้มจากนั้นก็มาชิงโทรศัพท์มือถือของตนไป หลังจากนั้นตนก็วิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้เคียงก่อนที่จะไปโรงพยาบาล โดยไม่ได้เข้าแจ้งความ

นางสาวเก๋ เล่าว่าหลังจากที่ตนเองโพสต์ ข้อความและภาพดังกล่าวไปลงไปในเฟซบุ๊กส่วนตัว ได้มีสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง นำไปลงมีการแชร์ไปอย่างรวดเร็วจนมีการวิพากษ์วิจารณ์ ในแง่ลบจำนวนมากรวมถึงพาดพิงไปถึงบุพการีด้วย ตนจึงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก จากข้อมูลที่ได้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามถนนสายวาริน -เดชอุดม พบว่าตลอดทั้งสายมีไฟเกาะกลางถนนส่องสว่างตลอดทาง ยกเว้นจุดเกิดเหตุเป็นช่วงที่ไม่มีบ้านคนประกอบกับไฟส่องสว่างเกาะกลางถนน ไม่ติดยาวประมาณ 200 เมตร ในช่วงเวลากลางคืนจะมีรถวิ่งผ่านบ้าง แต่จะใช้ความเร็วทำให้ไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ได้ว่าเกิดเหตุร้าย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้