วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กังวลภัยแล้ง-เงินน้อย ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.ร่วงต่ำรอบ 7 ด.

ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.อยู่ที่ 72.7 ร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 4 ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน กังวลภัยแล้งกระทบพืชผลการเกษตร ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ไม่กล้าใช้จ่าย ประเมินจีดีพีทั้งปีโต 3.0-3.5%…

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน เม.ย.59 ว่า อยู่ที่ 72.7 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 61.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 68.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 88.5

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค.58 จากปัจจัยลบคือ ความกังวลปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร และรายได้ของประชาชนในภูมิภาค กระทรวงการคลัง ปรับลดจีดีพีปี 59 เหลือ 3.3% ความกังวลความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น

ส่วนปัจจัยบวกสำคัญ คือการส่งออก มี.ค.59 เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ เงินบาทปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อย โดยผู้บริโภครู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันฟื้นตัวค่อนข้างช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะภัยแล้งและราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวไม่มาก แม้ว่าการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ดี และการส่งออกเริ่มจะฟื้นตัวขึ้นก็ตาม แต่ผู้บริโภคเองยังรู้สึกว่ารายได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

"ผู้บริโภคยังรู้สึกว่ามีเงินเข้ากระเป๋าน้อย และยังไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งการจ้างงาน ซึ่งจุดที่เปราะบางของเดือน เม.ย. คือดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์ใหม่ต่ำสุดในรอบ 78 เดือน หรือเกือบ 7 ปี และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมที่เกือบหลุดจุดต่ำสุด จากที่เคยลงไประดับ 61.2 ในเดือน ก.ย.58"

ทั้งนี้ คาดว่าการบริโภคของภาคประชาชนจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนักในช่วงนี้ เนื่องจากประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก แต่อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 หรือต้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ถ้าสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง โดยขณะนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่เป็นทิศทางขาขึ้น เพราะผู้บริโภคขาดความมั่นใจ ไม่กล้าจะจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงที่จะเติบโตได้ไม่โดดเด่นในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ซึ่งอาจจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า ช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ในกรอบ 2.5-3.0% หรือมีค่ากลางที่ 2.8% ขณะที่ทั้งปียังคงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 3.0-3.5% ปัจจัยที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นได้มาจากสถานการณ์การส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นในเดือน ก.พ.และ มี.ค.59 นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อในเดือนเม.ย.59 ยังปรับตัวเป็นบวกครั้งแรกในรอบปีกว่านับตั้งแต่เดือน ม.ค.58 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาทองคำแตะระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ทิศทางตลาดหุ้นยังเป็น sideway up และสุดท้ายราคายางพาราเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งในจุดนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น.

ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.อยู่ที่ 72.7 ร่วงต่อเนื่องเดือนที่ 4 ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน กังวลภัยแล้งกระทบพืชผลการเกษตร ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ไม่กล้าใช้จ่าย... 3 พ.ค. 2559 13:11 3 พ.ค. 2559 14:01 ไทยรัฐ