วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศัตรูกล้วยไม้ยามแล้ง

โดย สะ-เล-เต

ในช่วงสภาพอากาศร้อนแล้งเยี่ยงนี้ เป็นเรื่องปกติที่โรคศัตรูพืชทั้งหลาย มักจะอาละวาดมากเป็นพิเศษ เพราะอาหารการกินของแมลงศัตรูพืชในธรรมชาติมีให้ดูดกัดกินได้น้อย เลยต้องมีรายการยกทัพมาบุกสวนของเกษตรกรเพื่อความอยู่รอด

สวนกล้วยไม้ก็เช่นกัน ห้วงเวลาเช่นนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะนำเกษตรกรให้เฝ้าระวังการระบาดของ เพลี้ยไฟฝ้าย ที่ชอบเข้ามาทำลายในระยะกล้วยไม้ออกดอก หากระบาดรุนแรง กล้วยไม้จะแสดงอาการรอยด่างขาวที่กลีบดอก หรือเกิดขี้กลากบนก้านช่อดอก

หากสุ่มตรวจพบอาการทำลายของเพลี้ยไฟฝ้าย 8 ช่อดอก จาก 40 ช่อดอก ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงแบบสลับชนิดกันดังนี้

สารสไปนีโทแรม 12% เอสซี 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 14 วัน หรือ สารฟิโพรนิล 5% เอสซี 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5 วัน หรือ สารอีมา เมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน

นอกจากนั้นให้หมั่นสังเกตการระบาดของ โรคปื้นเหลือง ที่จะเกิดบริเวณใบล่างของโคนต้นก่อน จากนั้นจะลุกลามสู่ใบยอด อาการของโรคจะแสดงให้เห็นชัด บริเวณด้านหน้าใบจะเป็นจุดกลมสีเหลือง ต่อมาแผลขยายใหญ่เป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบ ส่วนด้านหลังใบ จะพบกลุ่มผงสีดำของเชื้อราคล้ายขี้ดินสอ

ถ้าอาการรุนแรงใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งและหลุดร่วงได้

โดยจะสามารถพบการระบาดของโรคปื้นเหลืองได้ตลอดทั้งปี

หากพบการระบาดของโรคปื้นเหลือง ให้เก็บใบที่เป็นโรคและใบที่ร่วงไปเผาทำลายนอกแปลง และพ่นด้วย สารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี 10-20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ล ยูพี 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารโพรพิเนบ 70% ดับเบิ้ลยูพี 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

แต่ไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องกันเกิน 3 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันเชื้อราตัวการก่อโรค เกิดการดื้อยา และควรพ่นให้ทั่วใบ โดยเฉพาะด้านหลังใบที่มีกลุ่มผงสีดำของเชื้อรา.

สะ–เล–เต

3 พ.ค. 2559 10:59 3 พ.ค. 2559 10:59 ไทยรัฐ