วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แม่ชีเนปาลสวดรัฐ ทิ้งเหยื่อแผ่นดินไหว

แม่ชีเนปาลสวดรัฐ ทิ้งเหยื่อแผ่นดินไหว

  • Share:

เหตุการณ์แผ่นดินไหวขั้นรุนแรงที่ประเทศเนปาลเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 เกิดความสูญเสียอย่างหนัก

ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างไม่เป็นทางการราว 8,856 คน อาคารบ้านเรือนพังเสียหายนับ 100,000 หลัง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนนับแสนครอบครัว สถานศึกษา วัดวาอาราม แม้แต่พระราชวังก็ถูกแรงสั่นสะเทือนทำลายย่อยยับ

เหตุการณ์ผ่านมา 1 ปีแล้ว ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในมุมของรัฐบาลเป็นอย่างไร นายอนันดา ปราสาด โภคาเรล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการบิน เปิดใจเมื่อวันที่ 25 เมษายน อันเป็นวันครบรอบ 1 ปีแผ่นดินไหว ว่ารัฐบาลเนปาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลเองมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการ ผู้ประสบภัยพิบัตินั้น แต่ละคนก็พบเหมือนๆกัน แม้แต่ตัวท่านเอง

หนึ่งในผู้ประสบภัย แม่ชีเขมวติ อายุ 46 ปี บวชมาแล้ว 30 พรรษา ชาวกาฐมาณฑุ ให้สัมภาษณ์ในงานทำบุญรำลึกเหตุการณ์และอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับว่า วัดของท่านเสียหายไม่มากนัก เพียงอาคารแตกร้าว สงสารก็แต่ชาวบ้านที่ไร้ที่อยู่อาศัย บางคนบ้านร้าวหนัก อยากจะซ่อมแซมแต่ไม่มีเงินต้องทนอยู่ไปก่อน ทำให้บ้านข้างๆไม่พอใจ ด้วยเกรงว่าจะถล่มลงมาทับแล้วพังไปด้วยกัน

ความช่วยเหลือจากรัฐบาล แม่ชีบอกว่า หลังแผ่นดินไหวชาวโลกต่างหลั่งไหลส่งข้าวของมาช่วย แต่รัฐบาลแจกจ่ายให้ชาวบ้าน รับแล้วเอาไปกองๆไว้ ทำให้ข้าวของบางอย่างบูดเน่าเสียหาย แถมยังไม่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างจริงจัง ความช่วยเหลือที่ตกถึงมือชาวบ้าน ส่วนใหญ่ได้รับจากหน่วยงานเอกชนจากต่างประเทศที่ส่งเข้าถึงมือชาวบ้านโดยตรง

“รัฐบาลไม่ได้ช่วยชาวบ้าน ช่วยแต่ตัวเอง” แม่ชียืนยัน

แม่ชีเขมวติ ให้ความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาในเนปาลด้วยว่า ยังมีคนนับถือศาสนาพุทธอยู่มากพอสมควร การนับถือขึ้นอยู่กับตระกูลไหนนับถือศาสนาใดมาก่อน คนรุ่นหลังก็จะนับถือตามนั้น ตัวเลขของผู้นับถือศาสนาพุทธในเนปาล ถ้าถามชาวพุทธบอกว่าประมาณกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าถามคนของรัฐบาลจะบอกว่าประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ตัวเลขห่างกันมากอาจจะมาจากความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าเป็นปางหนึ่งของเทพของฮินดู

ศาสนกิจของนักบวชเนปาล แม่ชีบอกว่า แต่ละวันจะมีคนนิมนต์ไปฉันเพลตามบ้านต่างๆ ขั้นตอนก็คือฉันอาหาร สวดมนต์ แล้วก็แสดงพระธรรมเทศนา

สำหรับงานรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวและทำบุญอุทิศส่วนกุศล องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) เนปาลได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลแด่ผู้ล่วงลับในวันที่ 25 เมษายน 2559 โดยคณะสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกัน 3 นิกาย ณ สำนักงาน Young Men’s Buddhist Association Nepal ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยนักบวชฝ่ายเถรวาท มหายาน และวัชรยาน

บรรยากาศการจัดงานรำลึกทั่วไป เริ่มจากเย็นวันที่ 24 ณ พระราชวังกาฐมาณฑุ ประมาณ 16.00 น. กลุ่มเคลื่อนไหวจัดงานพากันมาวางเทียนรอจุดยามค่ำคืน ศิลปินเขียนตัวอักษรเพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ลงบนพื้นถนน โดยมีคนที่เดินผ่านไปมาให้ความสนใจประปราย

ใกล้กัน บริเวณหน้าอาคารที่ประทับของราชกุมารี ก็มีคนเข้ามายืนรอชมบารมีกันคับคั่ง เวลาประมาณ 17.00 น ราชกุมารีแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงามเผยโฉมที่หน้าต่าง ท่ามกลางเสียงพูดคุย ของผู้เข้าชมบารมีอย่างแผ่วเบา หลายคนอยากถ่ายภาพแต่เจ้าหน้าที่ห้ามเด็ดขาด

อาคารที่ราชกุมารี ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ เพราะว่าได้รับความเสียหายน้อยมาก ขณะที่อาคารอื่นๆของพระราชวังกาฐมาณฑุพังเสียหายยับเยิน ขั้นตอนการเลือกสรรให้เด็กมาเป็นราชกุมารี มาจากการคัดเลือกเด็กหญิงตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านขั้นตอนเลือกมาได้ก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในพระราชวัง ทั้งเรื่องการจัดแจงแต่งตัวให้ ดูแลการใช้ชีวิต อยู่เสมือนเทพองค์หนึ่ง มีคนคอยรับใช้ทุกอย่าง การสิ้นสุดตำแหน่งราชกุมารี ดูกันที่ เมื่อราชกุมารีมีเลือดออกจากกาย ที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อมีประจำเดือน

พระราชวังกาฐมาณฑุกำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม แม้เหตุการณ์จะผ่านมา 1 ปี แต่ยังเห็นร่องรอยสิ่งปรักหักพังได้ชัดเจน แทบจะไม่มีอาคารใดซ่อมสำเร็จ อาคารไม้ที่เสียหายส่วนใหญ่รื้อกองไว้ เพื่อรอการบูรณะอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป

หลังจุดเทียนรำลึกในคืนวันที่ 24 เมษายน เช้าวันต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. ชาวพุทธเนปาลรวมตัวกันที่พระราชวังปาตัน (Patan) อดีตพระราชวังสวยงามที่ถูกแรงแผ่นดินไหวพังเสีย ชาวพุทธตั้งแถว แถวแรกถือป้ายข้อความตัวโตๆ ความว่า “เดินเพื่อสันติภาพ” แถวที่สองถือพานดอกไม้ และแถวที่สามถือธงฉัพพรรณรังสี ตามด้วย
ชาวพุทธราว 200 คน

ขณะเคลื่อนขบวนไปในย่านผู้คน มีคนโยนแบงก์เนปาลลงในธงผืนใหญ่ร่วมทำบุญ ขบวนเดินผ่านตลาดและย่านผู้คนหนาแน่น วนกลับมาจบที่ “Y.M.B.A.” ร่วมกันทำพิธีรำลึกด้วยการสวดมนต์ มีนักบวชและตัวแทนชาวพุทธจากประเทศญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน มาเลเซีย และไทยเข้าร่วมพิธี

หลังพิธีสวดมนต์ ผู้แทนองค์กรภาคีทอดผ้าบังสุกุล บรรยายธรรม จัดเสวนาสรุปบทเรียนและทบทวนองค์ความรู้จากภัยพิบัติ แต่ละประเทศพูดถึงภัยพิบัติของตนเอง และการบริหารจัดการช่วยเหลือ เพื่อให้เห็นเป็นบทเรียนของกันและกัน

ตัวแทนฝ่ายไทย นายเด่นพงษ์ สุวรรณชัยรบ เลขาธิการองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) บอกว่า ความช่วยเหลือจากประเทศไทยนั้น ได้มอบเงินช่วยเหลือไปกว่า 10 ล้านบาท เงินเหล่านั้นนำไปใช้เรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัยชั่วคราวของผู้ประสบภัย และยังบริจาคให้กับวัดต่างๆ ที่ให้ที่พักพิงผู้ประสบภัยวัดละ 1,000 เหรียญ เงินกว่า 10 ล้านนี้ได้มาจาก 1.ต่างชาติช่วยเหลือราว 5 ล้านบาท 2.รับบริจาคจากประเทศไทยราว 5 ล้านบาท

แม้จะมีการช่วยเหลือจากต่างชาติ แต่ชาวบ้านผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ยังเผชิญอยู่กับปัญหาที่อยู่อาศัย เห็นได้ทั้งเขตชานเมืองและในกรุงกาฐมาณฑุ ยังมีผู้อาศัยอยู่ในเพิงพักชั่วคราวอยู่หนาตา

สำหรับการซ่อมพุทธสถานสำคัญของชาวพุทธเนปาลคือ พุทธนาถ (Bouddhanath) กำลังซ่อมแซมตัวสถูป และวางโครงซ่อมบัลลังก์ด้านบน แม้จะแดดแรงร้อน โบราณสถานจะพัง แต่พุทธศาสนิกชนยังเข้ามากราบนมัสการ และเดินเวียนหมุนล้อธรรมรอบๆสถูปอย่างไม่เกรงกลัวความร้อน

การซ่อมพุทธสถานนี้ พระอาจารย์ Dazang Ngeden Chhoeki Ngima Palsangpo พระภิกษุเชื้อสายทิเบตอธิบายว่า หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวญี่ปุ่นยื่นมือเข้ามาช่วยซ่อมพุทธสถานที่เป็นมรดกโลก แต่รัฐบาลบอกว่า ให้ส่งเงินมา รัฐบาลจะทำเอง เพราะต้องซ่อมตามขั้นตอนของกรมศิลปากรเนปาล ญี่ปุ่นจึงถอนตัวไป จีนจึงเข้ามาบอกว่า ให้รัฐบาลเนปาลซ่อมแซมและออกเงินสำรองจ่ายไปก่อน แล้วรัฐบาลจีนจะจ่ายให้เอง จึงทำให้การซ่อมแซมล่าช้า

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติ หลังเกิดขึ้นนอกจากพิสูจน์โครงสร้างของอาคารแล้ว ยังพิสูจน์น้ำใจของเพื่อนร่วมชาติและร่วมโลกอีกด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้