วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สิ้นหวังแก้ปัญหาป่าไม้ไทย

สิ้นหวังแก้ปัญหาป่าไม้ไทย

โดย สายล่อฟ้า
4 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

แม้จะฝนตกลงมาบ้าง ช่วยให้คลายความร้อนไปได้พอสมควร แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ไม่ได้เนื้อไม่ได้หนังกับปริมาณนํ้า

ที่กำลังประสบภาวะ “ภัยแล้ง” อย่างหนัก เผอิญได้ภาพเขาหัวโล้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งมีการเผยแผ่จนเป็นข่าวเขย่าผู้รับผิดชอบยิ่งที่น่าตกใจ

นั่นแสดงว่า การแก้ปัญหาโค่นป่า บุกรุกป่ายังเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถตอบโจทย์ได้แม้แต่น้อย

ที่น่านนั้น มีการใช้งบประมาณเพื่อปลูกป่านับหมื่นล้านบาท แต่กลายเป็นว่ายิ่งปลูกป่ามาก ป่ากลับถูกโค่นไปเป็นจำนวนมาก

คำถามก็คือมันเกิดอะไรขึ้น

พูดถึงเรื่องนี้แล้วอ่านเจอคนญี่ปุ่นเล่าเรื่องป่าไม้ของประเทศเขาแล้วน่าสนใจมากครับ...เขาบอกว่า ญี่ปุ่นมีพื้นที่ป่ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากฟินแลนด์และสวีเดน เมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าไม้โดยเฉลี่ยที่ 30% ของโลก

ญี่ปุ่นมีป่าไม้มากกว่า 70% ของพื้นที่ประเทศ และครึ่งหนึ่งเป็นป่าไม้ของสหกรณ์และเอกชนซึ่งเป็นแหล่งรายได้และการจ้างงานในชนบททั่วประเทศ

เกษตรกรญี่ปุ่นจะไม่มีการบุกรุกป่าเพราะที่ขึ้นทะเบียน

เอาไว้ถ้าไม่มีพื้นที่ทำการเกษตรสามารถไปยื่นความจำนงขอเช่าพื้นที่ป่าไม่ได้

“ญี่ปุ่น” ไม่มีการแยกคนออกจากป่าเหมือนประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศไทย แต่ไม่เกิดอุทกภัยน้ำท่วมเพราะมีป่าไม้ปกคลุมภูเขามากกว่า 70%

นโยบายป่าไม้มีหลักสำคัญ 5 ประการ

1.การแบ่งเขตพื้นที่ป่าไม้และถนนป่าไม้อย่างชัดเจน

2.การให้เช่าพื้นที่ป่าไม้ในระยะยาว สุดท้ายจำนวนป่าไม้เมื่อหมดสัญญาสัมปทานจะต้องเพิ่มขึ้น

3.มีสถาบันดูแลระดับท้องถิ่น สหกรณ์ป่าไม้เอกชนและรัฐบาลทำหน้าที่เหมือนกรมป่าไม้

4.ระบบแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ระหว่างรัฐกับประชาชน

5.สร้างจิตสำนึกในขั้นอนุบาล ครูต้องพาเด็กนักเรียนออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียน

ประเทศไทยค่อนข้างจะล้าหลังเพราะมีป่าเอกชนน้อยมาก ไม่มีอาชีพปลูกป่าหรือทำฟาร์มป่า นอกจากการทำลายป่าเป็น

เหตุให้ป่าไม้ลดลงทุกวันนานกว่า 30 ปีแล้ว

เป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นความจริงว่าทำไมป่าไม้เมืองไทยหรอยหรอไปอย่างมากจนทำให้เห็นเขาหันโล้นแทบทุกภาค

แม้แต่ทุกวันนี้ยังมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะการโค่นไม้ที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะไม้พะยูงจะมีการกวดขันเข้มงวดก็ตาม

อันเป็นสิ่งบ่งบอกถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าที่แม้ว่าป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์รัฐบาลใหม่ภายใต้การบริหารของผู้นำตัวจริงได้ออกคำสั่งห้ามตัดไม้ทำลายป่าอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างหนัก

อย่างสิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ ใครได้เดินทางไปจะเห็นได้ว่ามีความพยายามจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวมาตลอด สังเกตดูได้ว่าไม่ว่าพื้นที่จุดไหนจะเติมต้นไม้จนดูเขียวไปทั้งประเทศ

เห็นแล้วยังน่าอิจฉาที่เขาสามารถทำได้

แต่ของไทยมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่ 3 หน่วยงาน คือ กรมที่ดิน กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ แทนที่จะเพิ่มป่าไม้แต่กลับเกิดปัญหาขัดแย้งกันเหมือนจะช่วยนายทุนให้บุกรุกมากกว่า

ทุกวันนี้ปัญหาป่าไม้มีการกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติก็จริง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย

หรือว่าหมดปัญญาแก้ไขจนกลายเป็นความสิ้นหวังแล้วหรือ?

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้