วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากคนไทย “หูเบา” ถึงคนไทย “นิสัยเบี้ยว”

โดย ซูม

เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ทีวีหลายๆช่องเริ่มออกอากาศโฆษณาเชิงประชาสัมพันธ์ หรือการรณรงค์สั้นๆ ชุด “อย่าให้ใครว่าไทยหูเบา” ออกมาบ้างแล้ว

เป็นเรื่องเป็นราวของคนไทยที่มีใบหูใหญ่เบ้อเริ่มลอยออกมาจากข้างๆศีรษะขึ้นไปบนอากาศ พร้อมกับเตือนว่าคนไทยมักจะหูเบา ฟังอะไรแล้วก็เชื่อง่าย ต่อไปนี้ต้องหัดเป็นคนเชื่อยาก คือใช้สติกันเสียบ้าง

ใครอยากจะดูคลิปชุดนี้ นอกจากจะรอดูตามรายการทีวีต่างๆแล้ว ก็เปิดดูได้จากยูทูบนะครับ พิมพ์คำว่า “อย่าให้ใครว่าไทยหูเบา” ลงไปก็จะขึ้นมาให้ดูทันที

ต้องขอปรบมือให้แก่กลุ่มเครือข่ายอนาคตไทย ซึ่งประกอบขึ้นโดยองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนหลายๆองค์กรที่รวมพลังกันเพื่อสร้างสำนึกที่ดีแก่คนไทยเราในหลายๆเรื่อง และผลิตคลิปวีดิโอออกมาเป็นระยะ ในชุด “อย่าให้ใครว่าไทย” ต่างๆ

ผมเคยเขียนแนะนำไปแล้วหลายชุดตั้งแต่ชุด “ไทยฮุบ” ซึ่งสะท้อนการขี้โกงการคอร์รัปชันของคนไทยบางกลุ่ม จึงต้องมีการรณรงค์ขอร้องด้วยประโยค “อย่าให้ใครว่าไทยขี้โกง”

มาจนถึง “ไทยผีเข้า” ที่สะท้อนให้เห็นถึงความขาดสติของคนที่โมโหง่ายเหมือนผีเข้าจนต้องเตือนกันว่า “อย่าให้ใครว่าไทยไร้สติ”

สำหรับในเรื่องล่าสุดที่กำลังรณรงค์คือเรื่องหูเบาอันหมายถึงว่าคนไทยเราเป็นคนเชื่อง่าย ฟังอะไรมาปุ๊บมักจะเชื่อทันที โดยไม่พิจารณาไตร่ตรองหรือตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อน

ถือเป็นคำเตือนที่เข้ากับยุคสมัยอย่างยิ่ง เพราะยุคนี้เป็นยุคแห่งการปล่อยข่าวลือต่างๆมากมายในหลายๆเรื่อง

หากใครฟังแล้วเชื่อทันทีไม่วิเคราะห์ไม่พิจารณาหาเหตุผล อาจจะนำไปสู่ความเชื่อที่ผิดๆและก่อให้เกิดการกระทำที่ผิดและเป็นผลเสีย

ทั้งแก่ตนเองและแก่สังคมโดยรวมขึ้นได้

ผมจึงเห็นด้วยกับคลิปวีดิโอชุดนี้ และฝากให้ท่านผู้อ่านติดตามชมหรือเผยแพร่อย่างกว้างต่อไปด้วยนะครับ

ก็พอดีนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน ในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีการตั้งกระทู้ถามรัฐบาล เรื่องปัญหาการค้างชำระหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.

รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วิสุทธิ์

ศรีสุพรรณ เป็นผู้ชี้แจงสรุปข้อใหญ่ใจความได้ว่า นับตั้งแต่ดำเนินการกองทุนมาประมาณ 20 ปี อนุมัติเงินกู้ยืมให้แก่นักเรียน นักศึกษา ไปถึง 4 ล้าน 6 แสนกว่าราย เป็นเงินถึง 490,000 กว่าล้านบาท

ในจำนวนนี้มีการชำระหนี้เรียบร้อยครบถ้วนเพียง 4 แสนกว่ารายเท่านั้น และมีการค้างชำระหนี้ถึงเกือบ 2 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่าแสนล้านบาท

มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กู้ยืมประมาณ 8 แสนราย ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ยืมและผู้ค้ำประกันนำมาชำระทันที แต่ก็ยังมีผู้ไม่มาชำระถึง 7 แสนกว่าราย ฯลฯ

ความจริงแล้วมีรายละเอียดมากกว่านี้เยอะ แต่ผมไม่มีเนื้อที่พอที่จะลงได้หมด จึงขออนุญาตหยิบยกบางส่วนมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น

แค่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยอันไม่ค่อยจะดีงามของคนไทยเราอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มที่ไปกู้ยืมเงินหลวง (ซึ่งความจริงก็คือเงินเรา) มาเรียนแล้วถือโอกาสเบี้ยวเอาดื้อๆ

เป็นเรื่องเก่าที่พูดกันมานานมีความพยายามจะแก้ไขกันมาพอสมควร แต่ก็ยังไม่เป็นมรรคเป็นผล

จำนวนคนหนีหนี้ และยอดหนี้ค้างชำระ ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผมเกรงว่าจะไม่เฉพาะเรื่องหนี้จากการยืมเงินเรียนหนังสือเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงหนี้อื่นๆสารพัดสารพันที่คนไทยเราเป็นหนี้กันมากมาย

ถ้าเบี้ยวกันเสียเป็นส่วนใหญ่ อะไรจะเกิดขึ้นแก่ประเทศไทย?

ก็ขอฝากให้ช่วยรณรงค์อีกสักเรื่องนะครับ จะทำคลิปวีดิโออย่างไร? แบบไหนก็ได้? ที่จบด้วยประโยคที่ว่า “อย่าให้ใครเขาว่าคนไทยโคตรเบี้ยว” ก็แล้วกัน

เฮ้อ! เงินทุนการศึกษาเขาให้กู้ยืมด้วยความเมตตาแท้ๆเพื่อเปิดโอกาสให้แก่คนจนต่างๆ--ยังมาทำกันได้แบบนี้ เผลอๆจะต้องทำวีดิโอประจานเสียละมั้ง? เพราะแค่รณรงค์อาจไม่พอ!

“ซูม”

3 พ.ค. 2559 10:34 3 พ.ค. 2559 10:34 ไทยรัฐ