วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดาบในรอยยิ้ม

หมอผู้ใหญ่ที่ผมนับถือ อ่านข่าวจับคนต้านคุณสมชาย ก็ตกใจ ถ้าฝ่ายนั้นก่อม็อบต้าน อีกฝ่ายก็ก่อม็อบโต้ น่าเป็นห่วงว่าบ้านเมืองจะย้อนกลับไปอีหรอบเดิม

ผมอาบน้ำร้อนหลังหมอเกือบยี่สิบปี แต่สั่งสมวิชามารการเมืองมากพอ จนกล้าบอกหมอไปว่า ไม่มีอะไรน่ากลัว

รัฐบาลทหาร เขามีบทเล่น...ก็เล่นไป ฝ่ายสีแดง ฝ่ายสีเหลือง ได้ช่องเล่น ก็ต้องเล่นเก็บตุนคะแนน เกมการเมืองนั้น การไม่มีบทเล่นถือเป็นอนันตริยกรรม...เล่นดีเล่นร้าย ก็ยังดีกว่าไม่เล่นอะไร

จนกลายเป็นคนที่โลกลืม

เรื่องประชามติที่ฮึ่มๆใส่กัน ผมเชื่อของผมว่า เมื่อถึงเวลาก็ต้องผ่าน...ประชามติ เป็นตั๋วใบสำคัญ เพื่อเข้าเล่นในสนามการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายเพื่อไทย ที่มั่นใจว่าจะเหนือกว่าในสนามการเมือง

ตอบไปแล้ว ผมชักไม่แน่ใจ หมออาจตั้งใจถามประเมินท่าทีผู้มีอำนาจ การสั่งจับคนต่อต้านดุเดือดเลือดพล่านเกินไปหรือไม่...

คำตอบของผมก็ต้องเปลี่ยนใหม่

แต่ยังอยู่ในกรอบ “ไม่มีอะไรน่ากลัว” เหมือนเดิม

ไป๋จวีอี้ กวีชื่อดังสมัยราชวงศ์ถาง เขียนบทกวีไว้บทหนึ่งว่า

“ปลาในทะเล นกบนฟ้า ถึงลึกก็ตกได้ สูงยังยิงร่วง มีแต่ใจคน แม้คลุกคลีนานวัน คบเป็นเพื่อนรู้ใจ ก็ยังดูพลาด”

แขกเหรื่อในจวนหลีอี้สรวลเสเฮฮา ทว่าในเสียงหัวเราะแฝงดาบฆ่าคน อิน-หยาง เทพยดา อาจคะเน กลับหยั่งมิได้ เสียงหัวเราะคือเสแสร้ง (ยิ้ม กโลบายเหนือผู้พิชิต เว่ย ถงเลี่ยง เขียน อธิคม สวัสดิ-ญาณ เรียบเรียง สำนักพิมพ์เต๋าประยุกต์)

หวีเฉาเอิน ขันทีสมัยราชวงศ์ถาง อธิบายใจความ “กระถาง (กระทะ) ขาหัก กระยาหารหก” ในคัมภีร์อี้จิง ว่า

กระถางมีไว้ใส่พระกระยาหาร คือสัญลักษณ์แทนชาติบ้านเมือง พระกระยาหารคืออาหารวิเศษแปดชนิด

ขาทั้งสามของกระถาง คือสัญลักษณ์แทนมหาเสนาบดีทั้งสาม ซึ่งเป็นขุนนางใหญ่ช่วยบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าขากระถางหัก พระกระยาหารในกระถางก็จะคว่ำหก

ขากระถางหัก มีความหมายถึงสามมหาเสนาบดีไม่อยู่ในครรลองคลองธรรม ไม่สมกับที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ ชาติบ้านเมืองก็จะเสื่อมโทรมล่มสลาย

ขณะหวีเฉาเอินพูด...มหาเสนาบดี 2 คน คือหวางจิ้น และหยวนไจ้ อยู่ด้วย

หวางจิ้นฟังแล้วบันดาลโทสะ แต่หยวนไจ้กลับหัวเราะเสียงดัง

ทั้งหวางจิ้น หยวนไจ้ เป็นขุนนางใหญ่เป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิ แต่มีเรื่องขัดแย้งบาดหมางกันอยู่ หวีเฉาเอิน เห็นคนหนึ่งนิ่ง คนหนึ่งหัวเราะ ก็ถอนใจ กล่าวว่า “โทสะคืออารมณ์ปกติ ผู้ยิ้มสิใจยากยิ่ง”

ในภาษาจีนมีสำนวนสะท้อนพลังอำนาจของ “ยิ้ม” อยู่มากมาย เช่น ยิ้มหนึ่งล่มเมือง ยิ้มซ้ำล่มแคว้น

ในแง่การค้า ยิ้มเป็นกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้า ขายสินค้า และทำกำไรได้ ประโยชน์ของยิ้มในเชิงกโลบาย ในสามสิบหกกลยุทธ์ของชาวจีนนั้น กลยุทธ์ที่ 10 คือ กลยุทธ์ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม

คัมภีร์ร้อยคำสอน สมัยราชวงศ์หยวน จัดยิ้ม เป็นความอดทนอันดับที่ 33 เขียนว่า

ร่าเริงหมั่นยิ้ม ไร้คนเกลียดชัง ยิ้มลึกยากหยั่ง พุงซ่อนคมดาบ”

ท่าทีมึงมาพาโวยของผู้นำรัฐบาล เจอหน้าใครก็พูดกันแต่ว่า เสียความน่านับถือ ผมก็บอกซ้ำซาก ค่อยทบทวนกันดู ตั้งแต่เรามีผู้นำมา มีผู้นำคนไหน...ปากกับใจตรงกัน พูดทุกเรื่องให้เรารู้ เหมือนผู้นำคนนี้

ถ้าเป็นตัวละครในนิยายกำลังภายในจีนที่ น.นพรัตน์ แปล ก็ต้องใช้คำว่า คนปากไว หัวใจตรง คนแบบนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว ไม่มีอะไรให้หวาดระแวง

ระวัง...คนใกล้ตัวบางคน ที่ยิ้มน้อยๆในทีไว้ดีกว่า เมื่อใดดาบที่ซ่อนไว้ในรอยยิ้มตวัดออกมา จะตั้งตัวรับ...ไม่ทัน.

กิเลน ประลองเชิง

3 พ.ค. 2559 10:30 3 พ.ค. 2559 10:30 ไทยรัฐ