วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส.นักข่าวฯ ติงไม่ตกผลึก ประชามติ

ปม‘6ได้-8ไม่ได้’ แกนนำคนนปช. เยี่ยม8มือโพสต์

กรธ.เตรียมเดินสายปูพรมกรอกหูชาวบ้านสารพัดข้อดีร่าง รธน. เชื่อ กรธ.และเครือข่ายไม่ทำอะไรผิดหลักเกณฑ์ หลัง กกต.ออกกฎ 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้ ชมเปาะช่วยทำสถานการณ์คลี่คลาย บรรยากาศดีขึ้น พท.ห่วง รธน.อึมครึมกู้ความเชื่อมั่นจากนานาชาติไม่ได้ เศรษฐกิจซึมยาว เตือนข่มขู่ประชาชน ยิ่งทำเศรษฐกิจทรุดหนัก ปชป.ย้ำยิ่งปิดกั้นยิ่งแตกแยก ตามจวก กกต.ออกกฎไม่ช่วยอะไร เข้าใจยากเหมือนเดิม เสี้ยม “บิ๊กตู่” ออกโรง แก้ต่างหลังถูก “ยิ่งลักษณ์” พาดพิง เวทีเสวนาสมาคมนักข่าวฯทึ้ง กกต.ออกเกณฑ์สับสนอลเวง โวย กรธ.รณรงค์เต็มเหนี่ยวสบายใจ แต่อีกฝ่ายข้อจำกัดเพียบ ต้องวิตกจริตระแวงตะแลงแกง “วิษณุ” ก็ข้องใจอยากให้ กกต.ขยายความอีก นปช.-พลเมืองโต้กลับ รุดเยี่ยมผู้ต้องขัง เล็งเปลี่ยนตัวทนายพร้อมยื่นประกัน 3 พ.ค. “จ่านิว” ขู่ยกระดับเคลื่อนไหว ด้าน ตร.แยกเขี้ยวใส่ ลั่นหลักฐานสาวถึงใครฟันไม่เลี้ยง รอดูขยายผลถึง “โอ๊ค” หรือไม่ งัด ก.ม.ทุกตำรากำราบกลุ่มเคลื่อนไหว โฆษก คสช. ย้อน “ปู” ให้แยกแยะผิดชอบชั่วดี ซัดอดีตปลดย้ายคนเพราะเกมการเมือง “บิ๊กหนุ่ย” ฟันธงอีก 2 เดือนการเมืองร้อนฉ่า

ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาประกาศหลักเกณฑ์ 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้ ขยายความ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ปรากฏว่ายังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ไม่ช่วยคลายข้อสงสัย โดยเฉพาะจากฟากฝั่งนักการเมือง อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มองอีกมุม เห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวชัดเจน ทำให้บรรยากาศดีขึ้น

กรธ.ปูพรมแจงข้อดีร่าง รธน.

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายอมร วาณิชวิวัฒน์โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงขอบเขตการออกไปพบปะประชาชนเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.และอาสาสมัครที่มาช่วยงาน ทุกคนสามารถพูดถึงข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิ่งใดกับประชาชน สังคม และประเทศชาติบ้าง แต่จะไปบอกว่าให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทำไม่ได้ เพราะกฎหมายเขียนห้ามไว้ ส่วนตัวมองว่าโอกาสที่ กรธ.จะพลาดหรือทำเกินขอบเขตไม่น่าจะมีขึ้นได้ เพราะการทำงานของ กรธ.ที่ผ่านมาก็ยึดตามกรอบกฎหมายมาตลอด

บรรยากาศดีขึ้นหลัง กกต.ออกกฎ

นายอมรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติ 6 ข้อทำได้และ 8 ข้อทำไม่ได้นั้น เป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ทุกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าสิ่งใดทำได้และทำไม่ได้ แม้จะมีบางคนระบุว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่ชัดเจนก็ตาม เชื่อว่าบรรยากาศการเมืองและสถานการณ์ต่างๆ หลังจากนี้ จะดีขึ้น เพราะประชาชนจะมีหลักปฏิบัติในการทำสิ่งที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย

สปท.ข้องใจ กกต.ฟ้องเองทำไม

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายกษิต ภิรมย์ สปท. เสนอให้ สปท.เชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาอธิบายเกี่ยวกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมีการไปฟ้องร้องประชาชน ทำให้ดูเหมือนว่า กกต.มีหน้าที่หลักคือดูเรื่องการละเมิดกฎหมายหรือไม่ แทนที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจในการลงประชามติ อธิบายเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยเสริมสร้างความปรองดองในชาติ องค์กรที่ทำหน้าที่เป็นกลางกลับไปฟ้องร้องประชาชน ดูไม่ค่อยดีเท่าไร โดย ร.อ.ทินพันธุ์รับปากจะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.)

พท.ห่วง รธน.อึมครึมทำ ศก.ทรุด

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ในปัจจุบัน ทั้งการส่งออกที่แท้จริงยังติดลบตลอด 3 เดือนแรกของปีนี้ และการลงทุนยังน้อยมากเทียบกับภาวะปกติ รายได้ประชาชนหดหายกันถ้วนหน้า ยิ่งอยู่ในสภาวะเช่นนี้นานเท่าไหร่เศรษฐกิจจะทรุดลงไปเรื่อยๆ ประชาชนก็จะเดือดร้อนเพิ่มขึ้นไปอีก จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้เร่งกลับสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยเร็ว ดังนั้น รัฐบาลควรจะเปิดกว้างให้มีการวิพากษ์ วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่อาจทำให้ความเชื่อมั่นของต่างประเทศกลับมาได้ รัฐธรรมนูญก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับประเทศเป็นระยะเวลานานเพิ่มขึ้นไปอีก ประชาชนจะยิ่งลำบากมากขึ้น และไม่อยากให้คิดว่าองค์กรระหว่างประเทศหรืออียูจะเป็นศัตรู ซึ่งจะมีแต่ประเทศแบบเกาหลีเหนือเท่านั้นที่คิดแบบนี้

เล่นเกมข่มขู่ประชาชน ศก.ยิ่งแกว่ง

นายพิชัยกล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่คงคิดกันได้แล้วว่าจะเลือกอยู่ในกับดักประชาธิปไตยที่สามารถตักเตือนและต่อว่าผู้บริหารประเทศได้อย่างเต็มที่ หรือจะอยู่กับกับดักที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์จนอันดับเสรีภาพของสื่อไทยต่ำกว่าของเมียนมา และการขู่ว่าหากประชามติไม่ผ่านแล้วจะมีการนำรัฐธรรมนูญที่แย่กว่านี้ออกมาใช้ เป็นการขัดกับความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่รับรัฐธรรมนูญนี้ จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจทรุดลงไปกว่าเดิมอีก และในช่วงทำประชามตินี้ไม่อยากให้มีข่าวในทางลบกระจายออกไปทั่วโลกเพราะจะยิ่งตอกย้ำภาพพจน์ของประเทศให้เสียหายซ้ำเติม ดังนั้นจึงอยากให้เปิดกว้างในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ เพราะประชาชนส่วนใหญ่คงไม่อยากให้เศรษฐกิจอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปอีก 20 ปีอย่างแน่นอน

ติง คสช.ระวังเรื่องปากท้องดีกว่า

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝากบอกถึงทหารว่าศัตรูของทหารและ คสช.ไม่ใช่ประชาชนที่แสดงความเห็นต่าง แต่ศัตรูที่แท้จริงคือความยากจนที่ครอบงำประเทศ วันนี้ประชาชนแทบไม่มีรายได้ต้องแบกรับภาระครัวเรือน สิ่งที่ฉุด คสช.ให้ไม่ได้รับการยอมรับคือ ปัญหาปากท้องต่างหาก เมื่อคนไม่มีโอกาสก็ไร้ความเชื่อมั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์ความไม่พอใจรัฐบาลเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้ามีเลือกตั้งแล้วนายกฯคนนอกเข้ามาจะมีปัญหาตามมาอีกมาก วันหนึ่งคนอาจหมดความอดทน ต้องออกมาเรียกร้องเพราะไม่มีจะกิน ดังนั้นอย่าไปวกวนในเรื่องของอำนาจและการใช้อำนาจ ขอให้เปลี่ยนวิธีคิดได้แล้ว

อย่าทำรุนแรงต่อ นศ.–ประชาชน

นายวรชัยกล่าวว่า สำหรับการจับกุมกลุ่มผู้ที่เห็นต่าง คสช.ต้องลงไปดูพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติด้วย อย่าปล่อยให้ทำอะไรเลยเถิดกับประชาชน ต้องเคารพและให้เกียรติ โดยเรื่องนี้อาจเกิดเฉพาะจุด แต่อาจส่งผลกระทบย้อนกลับมาทำลายเครดิตในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ และจะเกิดผลโดยรวมคือ ทั่วโลกจับจ้อง รัฐบาลและ คสช.อย่าบอกว่าไม่แคร์ เพราะปัจจุบันเป็นโลกของข่าวสาร เกิดอะไรขึ้นคนรู้ทั่วโลก กรณีจับนักศึกษาทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าลิดรอนสิทธิ และคนทั่วโลกเห็นใจฝ่ายประชาธิปไตย มิตรของท่านจะน้อยลงจะทำให้อยู่ยากขึ้น บอกว่าจะอยู่ 5-20 ปีไม่มีทาง อยากให้เดินตามโรดแม็ปไม่อยากให้สะดุดตัวเองล้ม

ปชป.ชี้ยิ่งปิดกั้นยิ่งแตกแยก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรณรงค์ก่อนการทำประชามติว่า ยาแรงที่รัฐบาลกำลังใช้อยู่จะมีผลต่อจำนวนคนออกมาใช้สิทธิหรือไม่ ตนไม่กังวล ถ้ายิ่งคนออกมาใช้สิทธิน้อยจะยิ่งเป็นผลดีกับรัฐบาลและ กรธ. เพราะหลักเกณฑ์การผ่านประชามติคือใช้เสียงกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ แต่ที่กังวลคือหลักการสิทธิเสรีภาพประชาชน ทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ควรมีสิทธิแสดงความคิดเห็นโดยเท่าเทียมกัน หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดรู้สึกว่าตนเองได้สิทธิด้อยกว่า เราจะหวังเรื่องสมานฉันท์ สันติหรือการปรองดองยาก เมื่อคนคิดว่าถ้าสิทธิ์ไม่เท่าเทียมกัน ต่อให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ 7 ส.ค. ก็จะสร้างปัญหาในอนาคต

จวกกฎ กกต.กำกวมเข้าใจยาก

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ส่วนคำอธิบายของ กกต.เรื่องทำได้หรือทำไม่ได้นั้น ขนาดนักกฎหมายอย่างตนยังไม่เข้าใจ ยิ่งประชาชนที่ไม่ใช่นักกฎหมาย เขาจะปฏิบัติตัวยากมาก บางเรื่อง กกต.อธิบาย ยกตัวอย่างยาวเหยียดแต่ความหมายก็ยังกำกวม ไม่ตรงประเด็น ไม่เห็นภาพ บางเรื่องยกตัวอย่างมาไม่ตรง ชีวิตมนุษย์เขาไม่ให้ทดลองกฎหมายและทดลองยา เมื่อกฎหมายประชามติกำกวม อธิบายไม่ชัด จึงต้องมีคนสังเวยกฎหมายนี้ไปแล้ว

เสี้ยมนายกฯออกมาแก้ต่างวลี “ปู”

นายนิพิฏฐ์กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นการตอบโต้ระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.นั้น ปล่อยให้คนระดับนายกฯเขาว่ากันดีกว่า ระดับหางแถวอย่างเราๆคงคอยเงี่ยหูฟังอย่างเดียว แต่เมื่อนายกฯคนหนึ่งพูดถึงนายกฯอีกคนหนึ่ง อยากจะทราบข้อเท็จจริงเหมือนกันว่าเมื่อสองปีก่อน พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดเหมือนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมากล่าวอ้างหรือไม่ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้พูดในแง่บวกของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะออกมาอธิบายหรือชี้แจงเพิ่มเติม สังคมก็อยากจะฟังคำตอบ สองปีที่แล้วท่านพูดจริงอย่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าจริงหรือไม่

“โคทม” แนะแชร์พื้นที่ให้ 2 ฝ่าย

นายโคทม อารียา อดีต กกต.กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายมองว่าหลักเกณฑ์ของ กกต. ในสิ่งที่ทำได้ และทำไม่ได้เกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังกำกวมว่า เข้าใจว่า กกต.อาจจะคิดว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญชัดอยู่แล้ว กกต.ไม่ได้มีหน้าที่อธิบายกฎหมาย สุดท้ายขึ้นอยู่กับศาล และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่า สิ่งใดที่กฎหมายไม่ห้าม สามารถทำได้ เท่าที่ตนอ่านกฎหมายแล้ว ไม่มีคำไหนบอกว่า ห้ามรณรงค์คืออะไร เพียงแต่ต้องระวัง อย่าผิดพลาดจากข้อเท็จจริง อย่าปลุกระดม ถ้าเป็นเวทีของ กกต.และที่รัฐจัด ต้องจัดให้ทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เพราะการเลือกตั้งและการลงประชามติ มีอยู่ 2 คำคือ เสรีและเที่ยงธรรม ที่สำคัญทุกคนมีเสียง มีสิทธิ มีส่วนอย่างเท่าเทียมกัน

“เสรี” กระทุ้ง กกต.คุยกันให้ตกผลึก

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดงานราชดำเนินสนทนาเรื่อง “ประชามติ อะไรทำได้-ไม่ได้” โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ กกต.ระบุถึงสิ่งที่ทำได้และไม่ได้ในการทำประชามติ ควรคุยกันให้ตกผลึกก่อน เพราะทีแรกออกมามีสิ่งที่ทำได้ 6 ข้อ และไม่ได้ 8 ข้อ แต่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ไปขยายเพิ่มเติมเป็นทำได้และไม่ได้ อย่างละ 10 ข้อ เนื้อหาขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ที่ กกต.ออกมาตอนแรกทำให้ประชาชนสับสน สิ่งที่ กกต.อธิบายหลักเกณฑ์ เหมือนยิ่งเขียนยิ่งแคบไปเรื่อยๆจะยิ่งเกิดปัญหา เช่น กรณีกดไลค์ ข้อความเป็นเท็จจะตกเป็นจำเลยไปก่อน ต้องไปสู้เรื่องเจตนาในชั้นศาล หรือกรณีใส่เสื้อ yes หรือ no หากไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องใดจะทำได้หรือไม่ ส่วนการห้ามรณรงค์นั้น ไม่ปรากฏอยู่ในกฎหมายประชามติ หากไปตีความห้ามรณรงค์คงยุ่ง เมื่อคดีไปถึงศาลก็ยกฟ้อง เพราะกฎหมายไม่บัญญัติให้เป็นความผิด

“สมชัย” แจงเขียนครอบคลุมไม่ได้

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า กกต.เขียนรายละเอียดหลักเกณฑ์สิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ให้ครบทุกพฤติกรรมไม่ได้ เพราะมีเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง เช่น ถ้าไปเขียนว่า ใส่เสื้อได้ ก็จะมีคำถามตามมาว่า ใส่ หมวก เนกไท ติดริบบิ้นได้หรือไม่ ส่วนการกดไลค์ข้อความเท็จที่ระบุว่าจะมีความผิดนั้น กกต.คงไม่อ่อนไหวขนาดนั้น คนกดไลค์ไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าไปแชร์ข้อความเท็จ รุนแรง ปลุกระดมจะเข้าข่ายผิด เช่น ถ้าไปแชร์ข้อความการนัดชุมนุมตามสถานที่ต่างๆจะเข้าข่ายช่วยปลุกระดม การที่ กกต.แจ้งความเอาผิดกองทุนที่ จ.ขอนแก่นนั้น เนื่องจากได้แชร์ข่าวจากหนังสือพิมพ์ โดยโพสต์ข้อความเพิ่มเติมในลักษณะก้าวร้าว หยาบคาย พาดพิงถึงการรับหรือไม่รับ จึงเข้าข่ายความผิดชัดเจน เพราะเป็นการทำในนามองค์กร ขณะที่การใส่เสื้อ yes หรือ no กกต.ไม่ห้าม แต่ถ้านัดใส่พร้อมกัน เพื่อให้เป็นขบวนการ แม้ไม่ผิดกฎหมายประชามติ แต่อาจผิดกฎหมายความมั่นคงที่ชุมนุมเกิน 5 คน

นักสิทธิฯเฉ่งใช้ ก.ม.ไม่เสมอภาค

นายไพโรจน์ พลเพชร นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ประชามติระบุว่าถ้าเป็นการดำเนินการของ กรธ. หรือหน่วยงานที่สนับสนุนจาก กรธ. ให้ถือว่าไม่ใช่การจูงใจให้ประชาชนลงประชามติ แล้วคิดว่า กรธ. จะวิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญในด้านลบหรือไม่ ขณะนี้ฝ่ายไม่เห็นด้วยมีข้อจำกัด ถูกควบคุมตัว เนื้อหาการพูด และวิธีการ เช่น การจัดเวทีสัมมนาต้องมี 3 หน่วยงานมารองรับ หรือการไปยืนไม่รับรัฐธรรมนูญ 10 คน จะก่อให้เกิดความวุ่นวายตรงไหน การทำประชามติต้องเปิดโอกาสอย่างเต็มที่ ตอนทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 50 แทบไม่มีการควบคุมเนื้อหาการพูด แต่ครั้งนี้ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายเห็นต่าง แต่กลับบอกว่าการที่ กรธ.ชี้แจงข้อมูลไม่เป็นการจูงใจ ทั้งที่เป็นการจูงใจโดยตรง นี่ไม่ใช่บรรยากาศการลงประชามติ การอ้างแต่ความมั่นคง ทั้งที่ต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญนี้ ความขัดแย้งไม่มีทางคลี่คลายในบรรยากาศแบบนี้ เพราะไม่ได้ให้ความเสมอภาคและความเป็นธรรม

“วิษณุ” อยากให้ กกต.ขยายความ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประกาศ กกต.ที่ระบุว่าอะไรทำได้และไม่ได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน ประกาศดังกล่าวว่าไม่ถือเป็นกฎหมาย เป็นเพียงคำอธิบายขยายความ สุดท้ายต้องยึดตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากใครยังสงสัยในหลักเกณฑ์สามารถยื่นให้ กกต. อธิบายเพิ่มเติมได้ และตนเองก็อยากให้เขาชี้แจงให้ชัดเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ

“สมชัย” พบอียูแจงหลักเกณฑ์

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ทาวเวอร์ ถนนวิทยุ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้การต้อนรับ นายเฆซูสมิเกล ซันส์ เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยและคณะ ที่สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประเทศไทย แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการออกเสียงประชามติ โดยนายสมชัยเผยหลังหารือว่า ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินการและการเตรียมความพร้อมการออกเสียงประชามติ ซึ่ง กกต.ได้ออกประกาศข้อห้ามอะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้ มีสาระสำคัญ 3 ข้อ คือ 1.การเสนอข้อมูลต้องไม่เป็นเรื่องเท็จ และไม่นำมาขยายต่อ 2.ถ้อยคำที่นำเสนอไม่ก้าวร้าว หยาบคาย รุนแรง และ 3.ไม่นำเสนอไปสู่การปลุกระดมทางการเมือง

ยันไม่ปิดกั้นร่วมสังเกตการณ์

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนประเด็นคำถามเกี่ยวกับการจัดให้มีดีเบตนั้น ได้ชี้แจงว่า กกต.เสนอให้จัดในช่องฟรีทีวี 6 ช่อง จำนวน 12 ครั้ง ครั้งละครึ่งชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้แทนอียูได้สอบถามถึงการเข้ามาสังเกตการณ์ ตนยืนยันว่า กกต.จะไม่ออกจดหมายเชิญ แต่หากประเทศใดมีความสนใจก็สามารถส่งจดหมายแจ้งความประสงค์เข้ามาได้ กกต.ไทยจะไม่ปิดกั้น ยินดีต้อนรับและพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการบรรยายสรุป

ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เผยแพร่ประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความเห็นการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ที่กำหนดให้ทำได้ 6 ข้อ ทำไม่ได้ 8 ข้อ โดยมีผลบังคับใช้นับแต่ลงประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

“พลเมืองโต้กลับ” เยี่ยม 9 ผู้ต้องขัง

ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เมื่อเวลา 10.30 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลุ่มพลเมืองโต้กลับนำโดย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายปิยรัฐ จงเทพ และตัวแทนศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าเยี่ยม 8 ผู้ต้องหา ที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีทำเฟซบุ๊กเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” และเพจ “UDD Thailand” โจมตีการทำงานของรัฐบาลและ คสช. ที่ถูกฝากขังผัดแรกระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-วันที่ 10 พ.ค. โดยถูกขังเป็นวันที่ 3 พร้อมกับเข้าเยี่ยมนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาในคดี ม.112 หนึ่ง ในกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่ถูกฝากขังเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ด้วย

นปช.ชงเปลี่ยนทนาย–3 พ.ค.ขอประกัน

จากนั้นเวลา 13.15 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. พร้อมแกนนำ นปช. อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รวมถึงนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำพลเมืองโต้กลับพร้อมญาติๆ ได้เข้าเยี่ยม 8 ผู้ต้องหา ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของตำรวจและทหาร

โดยนายจตุพรกล่าวว่า มาเยี่ยมให้กำลังใจ ทุกคนมีจิตใจเข้มแข็ง หลังจากนี้จะเปลี่ยนทนายความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หาให้ มาเป็นทนายความที่กลุ่ม นปช.จัดหาให้แทน วันที่ 3 พ.ค. ทนายฯจะขอยื่นประกันตัวทั้ง 8 คนอีกครั้ง หวังว่าตำรวจและผู้มีอำนาจในรัฐบาลคงไม่คัดค้าน

จี้ “บิ๊กตู่” ลาออกทนล้อเลียนไม่ได้

นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนที่อ้างการล้อเลียนในเพจ ซึ่งทางกฎหมายใช้กับมาตรา 116 ไม่ได้ เพราะมาตรานี้ เป็นความผิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองและความมั่นคง ดังนั้นนายกฯควรใจกว้างเหมือนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แนะนำ หากไม่ต้องการให้ใครล้อเลียนเสียดสี ควรลาออกจากตำแหน่ง กลับไปอยู่ที่บ้าน เพราะนายกฯเป็นบุคคลสาธารณะ การล้อเลียนเป็นเรื่องปกติ แต่ประเทศไทยสร้างตำแหน่งนายกฯให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ที่ใครพูดกระทบถึงต้องถูกลงโทษ ทั้งยังสร้างให้เกิดความเชื่อมโยงถึง นปช. และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าเป็นผู้ จ่ายเงินของการล้อเลียน ถือเป็นกล่าวหาว่าลอยๆไร้หลักฐาน เพื่อควบคุมตัวทั้ง 8 คน ขอฝากถึงรัฐบาล หากสร้างความกลัวจะทำให้คนมีความกล้า และจะกลายเป็นความเกลียดชังที่ทำให้รัฐบาลต้องพัง เรือนจำวันนี้ขังฝ่ายนี้ วันหน้าอาจขังอีกฝ่ายก็ได้

“เต้น” เตือนอย่าเติมไฟขัดแย้ง

ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯ หรือผู้มีอำนาจแสดงความใจกว้างไม่คัดค้านการประกันตัวทั้ง 8 คน และช่วยอำนวยความสะดวกต่อการประกันตัว เพราะการจับเด็กที่สังคมมองยังไม่เห็นความผิด หรือบุคคลอื่นถูกจำขังในข้อหานี้ อาจสร้างความบอบช้ำให้สังคม เติมเชื้อความขัดแย้ง ที่ตนเรียกร้องเพราะยอมรับไม่ได้และไม่เคยคิดจะเผชิญหน้ากับรัฐบาล

“พลเมืองโต้กลับ” ลั่นยกระดับเคลื่อน

ส่วนนายสิรวิชญ์กล่าวว่า มาเยี่ยมเพื่อนตามปกติ เพราะเห็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ จากกรณีการล้อเลียนนายกฯผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องปกติที่ผู้นำประเทศทุกคนดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องควบคุมอารมณ์และควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จากนี้ไปการเคลื่อนไหวเรียกร้องจะยกระดับมีความเข้มข้นมากขึ้น ส่วนกรณีที่มีบุคคลร้องทุกข์ดำเนินการทางกฎหมายกับตนออกมาเคลื่อนไหวที่กองกำกับการกองปราบปราม ถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ต่างคน ต่างมีแนวทางเป็นของตัวเอง

นายอานนท์ นำภา แกนนำพลเมืองโต้กลับและทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า วันที่ 3 พ.ค.นี้ตนจะไปดำเนินการขอยื่นประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ที่ศาลทหารกรุงเทพ เบื้องต้นจะใช้หลักทรัพย์คนละ 100,000 บาท

ร้องสอบเบื้องหลังกลุ่ม “จ่านิว”

อีกด้านหนึ่ง เวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม นายชัชเชชฌ์ สงศรี ผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มเรารักชาติ พร้อมนักศึกษาจำนวน 6 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.มงคล พรมโสภา สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์ให้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ โดยนายชัชเชชฌ์กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่มีนายสิร– วิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว กับพวกที่รวมตัวเคลื่อนไหวเพื่อสร้างกระแสทางการเมืองบ่อยครั้ง กลุ่มเรารักชาติที่ต้องการเห็นความสงบสุขของบ้านเมือง สงสัยว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังคอยให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มพลเมืองโต้กลับหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการเคลื่อนไหวมาจากใคร ทั้งนี้การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกลุ่มจ่านิว เราไม่มีเจตนาดิสเครดิตแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ความจริงปรากฏสู่สังคมไทย โดยพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ ก่อนรายงานต่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อพิจารณาต่อไป

“บก.ลายจุด” ชี้ถูกจับเป็นตัวประกอบ

ที่รัฐสภา นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก. ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวว่า ตนเห็นว่าการทำเพจล้อเลียนผู้นำประเทศ หรือบุคคลสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่มีผู้นำในประเทศประชาธิปไตยคนไหนในโลกที่ไม่ถูกล้อเลียน เพจล้อเลียนไม่กระทบความมั่นคง แต่อาจกระทบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. การทำเพจห่างไกลความผิดมาตรา 116 ที่เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ถ้าเป็นศาลอาญาคงไม่รับเรื่องนี้ แต่นี่เป็นศาลทหาร แม้แต่คดีหมิ่นประมาทยังไม่รู้ว่าจะเข้าข่ายหรือไม่เลย ส่วนที่มีรูปตนปรากฏในผังล้ม คสช.นั้นรู้สึกเป็นเกียรติ แม้จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยก็ตาม ข้อมูลที่ปรากฏไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่รู้สึกกังวล เพราะมองว่าเป็นการหวังผลทางการเมืองที่มีหัวแล้วต้องมีตัวประกอบ ตนกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ถูกจับมาเป็นตัวประกอบในเรื่องนี้ แต่ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากไม่มีข้อเท็จจริง

ตร.ขึงขังหากสาวถึง “โอ๊ค” ก็ต้องฟัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีแอดมินเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” ระบุว่า มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้การสนับสนุน ว่า กรณีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงกำกับดูแล โดยรอง ผบ.ตร.ย้ำว่าใครเกี่ยวข้องพยานหลักฐานโยงใยไปถึงก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด การออกหมายจับผู้ใดต้องมีหลักฐานชัดเจน พนักงานสอบสวนเพียงรวบรวมหลักฐาน การออกหมายจับเป็นดุลพินิจของศาล เมื่อถามว่า การระบุชื่อนายพานทองแท้อยู่เบื้องหลังในคำร้องฝากขัง แสดงว่าต้องมีหลักฐานชัดเจน พ.ต.อ.กฤษณะตอบว่า หากคำร้องระบุเช่นนั้น ก็ต้องดูปฏิกิริยาขยายผลต่อไป พนักงานสอบสวนคงกล่าวอ้างลอยๆไม่ได้ หากพยานหลักฐานเชื่อมไปถึงก็ต้องเรียกนายพานทองแท้มาสอบปากคำ

งัดสารพัด ก.ม.กำราบกลุ่มเคลื่อนไหว

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนไหวของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และพวกนั้น เจ้าหน้าที่จะดูองค์ประกอบทั้งหมด อาจไม่ผิดกฎหมายหลักแต่ผิดกฎหมายรอง หรือกฎหมายที่ลหุโทษตำรวจก็ต้องดำเนินการ เรื่องนี้ ผบ.ตร.สนองนโยบายรัฐบาล รักษาความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง สั่งการให้สันติบาลติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ และให้ตำรวจท้องที่ ฝ่ายสืบสวนดูแลความสงบควบคู่การข่าว สั่งประเมินสถานการณ์ที่มองว่าจะเริ่มจากเบาไปหนัก ขอให้ประชาชนศึกษาแนวทางของ กกต.ให้ดี ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ส่วนใครอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักศึกษาก็จับตาดูอยู่ หากใครทำผิดหลักฐานไปถึงต้องดำเนินคดี

ศาลทหารอนุมัติฝากขัง “วัฒนา” ผัด 2

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว. พาณิชย์ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 39/2557 ซึ่งในวันนี้ครบกำหนดฝากขังผัดที่ 1 โดยทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอฝากขังต่อเป็นเวลา 12 วัน หลังจากครบกำหนดฝากขังผัดที่ 1 ในวันที่ 2 พ.ค. แต่ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังสอบพยานหลักฐานต่างๆยังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงมีคำสั่งอนุมัติให้ฝากขังต่อผัดที่ 2 เป็นเวลา 12 วัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.-14 พ.ค.59 โดยให้นายวัฒนามารายงานตัวทุกครั้งเมื่อครบกำหนดฝากขัง

“บิ๊กหมู” ซัดพวกหน้าเดิมก่อปัญหา

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มต่างๆเคลื่อนไหวก่อนการลงประชามติว่า สงสัยว่าคนพวกนี้ออกมาเคลื่อนไหวทำไมในเมื่อต้องการประชาธิปไตย เพราะการทำประชามติเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นประชาธิปไตย ที่กองทัพบกและ คสช.ได้รณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิ์ใช้เสียงไปลงประชามติให้มากที่สุด จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไปลงประชามติ ถ้าทำแบบนี้ประเทศก็ไม่วุ่นวาย คนทำผิดจะไม่ปล่อยไว้แน่ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการความสงบ กลับต้องเดือดร้อน คนพวกนี้เองมีไม่กี่กลุ่ม หน้าเดิมๆนับคนได้ มายืน 3-4 คน แต่สื่อมวลชนมา 1 โหล เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นร้อย มันเลยวุ่นวาย ขออย่าไปให้ความสำคัญถ้าสื่อไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้จะไม่เกิดอะไรขึ้น ไอ้พวกที่เกะกะก็ปล่อยมันไป เรียนหนังสือไม่จบสักที เป็นกลุ่มก่อกวน ถ้ากวนได้ก็กวนไป ถ้าออกมากวนเราก็จับ

ถามคนไทยรึเปล่าชักศึกเข้าบ้าน

เมื่อถามว่า กลุ่มที่ออกมาก่อกวนจะเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ธีรชัยตอบว่าสื่อทราบดีอยู่แล้ว เพราะพวกเขาชี้นำ เราต้องการความสามัคคี ความสงบเพื่อให้ประเทศเดินไปได้ ขอให้สื่อช่วยกัน เมื่อถามว่า แผนผังมีการเชื่อมโยงไปถึงนายพานทองแท้ พล.อ.ธีรชัยตอบว่า ให้สื่อมวลชนดูเอง เพราะจากการสอบถามผู้ต้องหาที่เขายอมรับว่าเส้นทางต่างๆมากันอย่างไร ส่วนจะเชิญนายพานทองแท้ มาพูดคุยหรือไม่นั้น คิดว่าคงไม่เชิญ เมื่อถามว่า จะใช้ไม้แข็งกับคนที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.ธีรชัยตอบว่า ดูเอาเอง ขอย้ำว่าจะไม่มีการปรับทัศนคติอีกแล้ว เพราะปรับไปก็พูดกันไม่รู้เรื่อง เมื่อถามย้ำว่า มีความพยายามเคลื่อนไหวให้องค์กรนานาชาติมากดดันรัฐบาล ผบ.ทบ.ตอบว่า สื่อมวลชนไปถามดูว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า ชอบชักศึกเข้าบ้าน

โฆษก คสช.สวน “ปู” ต้องแยกแยะ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กเตือนสติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้เปิดใจกว้างรับฟังคำวิจารณ์ว่า ผู้บังคับบัญชาพร้อมรับฟังมาตลอด กำหนดช่องทางการรับฟังที่เป็นทางการไว้หลายช่องทางทั่วประเทศ ส่วนใหญ่มีเหตุผลที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาตอบสนองตามกระบวนการ ไม่เหมือนที่บางกลุ่มพยายามไปแสดงออกนอกช่องทาง เพื่อให้เป็นประเด็นในมุมที่มีนัยแอบแฝง ส่วนที่เปรียบเทียบว่าในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถออกกฎหมาย หรือคำสั่งใดๆให้เป็นกฎหมายได้นั้น ขอเรียนว่าสังคมเข้าใจถึงบริบทในความแตกต่างได้ โดยเฉพาะข้อจำกัดในเรื่องของเวลาหรือเทอมในการทำงาน มั่นใจว่าในช่วงเวลาปกติถึงแม้จะไม่มีกฎหมายพิเศษก็ยังคงสามารถดำเนินการบริหารแก้ไขสิ่งต่างๆได้ อยู่ที่ความตั้งใจ หรือความพยายามที่สามารถแสดงให้สังคมได้รับรู้รับทราบ

ย้อนอดีตปลดคนเพราะการเมือง

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ส่วนที่กล่าวถึงข้อห่วงใยการใช้กฎหมายปลดคนเพราะไม่สนองตอบนโยบาย หรือเอากฎหมายมาบังคับใช้คนให้ทำงานตามคำสั่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปนั้น การปลดหรือปรับเปลี่ยนบุคคลในช่วงก่อน หลายกรณีสังคมอาจยังรู้สึกเคลือบแคลงมองว่าเป้าหมายอาจเป็นเรื่องการสมประโยชน์ในทางการเมืองเป็นสำคัญ มั่นใจว่า ปัจจุบันการปรับเปลี่ยนบุคคลหรือข้าราชการคนใด เป็นเรื่องความเหมาะสมตามเนื้องาน สอดรับกับ สภาวการณ์ในปัจจุบัน ไม่มีเรื่องของการเมืองใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง

“กรณีที่กล่าวว่าได้พูดมาตลอดว่าคนที่มีความคิดเห็นต่างไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บ้านเมืองแตกแยกนั้น ต้องยอมรับว่าในสังคมไทยมักมีให้เห็นอยู่ 2 ลักษณะ คือแบบความคิดเห็นต่าง แต่มีพฤติกรรมอยู่ภายในกรอบ กับแบบมีความคิดเห็นต่าง แต่ชอบมีพฤติกรรมนอกกรอบ ในอดีตสังคมเห็นและสัมผัสได้ ยืนยันว่าแนวทางในปัจจุบันคนในสังคมเห็นต่างได้ แต่ควรอยู่ในช่องทางเหมาะสม ปราศจากความรุนแรง” พ.อ.วินธัยกล่าว

“บิ๊กหนุ่ย” ฟันธงอีก 2 เดือนร้อนแรง

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมปฏิบัติโครงการโรงเรียนประชารัฐ ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี ถึงการออกมาเรียกร้องสิทธิและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ว่า เชื่อว่าอีก 2 เดือนข้างหน้าการเรียกร้องแสดงความคิดเห็นต่างๆจะร้อนแรงมากขึ้น ประชาชนคงหลงลืมไปว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ แต่กำลังปฏิรูปประเทศโดยมีกฎหมายพิเศษออกมาควบคุม อาจเป็นเพราะรัฐบาลและ คสช.ทำให้ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ปกติจึงทำทุกอย่างเหมือนเดิม และคิดว่าตัวเองมีสิทธิเสรีภาพ ดังนั้น ครูและผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งมีส่วนสำคัญในการชี้นำสังคม ต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องถึงสถานการณ์ทางการเมืองให้แก่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ชาวบ้านใสซื่อจึงถูกคนปลิ้นปล้อนหลอกให้หลงเชื่อ

นายกฯต้อนรับ รมว.ตปท.ญี่ปุ่น

ด้านความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฟุมิโอะ คิชิดะ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ ให้การต้อนรับและได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่คุมาโมะโตะ นายฟุมิโอะกล่าวว่า รัฐบาล ญี่ปุ่นและประชาชนญี่ปุ่นขอบคุณและซาบซึ้งยิ่งที่ได้รับพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และจากรัฐบาลไทย รวมถึงความช่วยเหลือ ด้านต่างๆอย่างทันท่วงที ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถวายพระพรแก่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และฝากความระลึกถึงไปยังนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ พร้อมกล่าวเชิญนายกฯญี่ปุ่นมาเยือนไทยในปีนี้ด้วย

แจงโรดแม็ปมุ่งสู่ ปชต.ที่สมบูรณ์

นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลพยายามเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เน้นการมีธรรมาภิบาล การพัฒนาประเทศให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยจะให้มีการทำประชามติและการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่ได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศในระยะนี้ และการวางยุทธศาสตร์ชาติในอีก 20 ปีข้างหน้า ขอเชิญให้ญี่ปุ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากับไทยในอนาคต ขณะที่ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่นแสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นพยายามของนายกฯและรัฐบาลไทย เคารพต่อการดำเนินการของไทย และจะให้การสนับสนุนเต็มที่ นอกจากนี้มีการหารือถึงความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะโครงการทวายที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ติดตามความก้าวหน้าความร่วมมือด้านการเกษตร อาทิ การนำเข้าเนื้อสุกรจากไทย และความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งระบบราง

เคลื่อนศพ “บรรหาร” ไปสุพรรณ 18 พ.ค.

นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายนายบรรหาร ศิลปอาชา เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 18 พ.ค. เวลา 13.00 น. ครอบครัวจะเคลื่อนศพนายบรรหารไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี และตั้งบำเพ็ญกุศลจนกว่าจะครบ 100 วัน ทั้งนี้ได้ขอพระบรมราชานุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการตั้งศพนายบรรหารเพื่อบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าเลไลยก์นั้น เป็นไปตามคำร้องขอของพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีข้อจำกัดในการเดินทางมาเคารพศพนายบรรหารใน กทม. และด้วยความผูกพันของนายบรรหารต่อจังหวัดสุพรรณบุรีและชาวสุพรรณบุรี ทุกคนทราบดีว่านายบรรหารได้ทุ่มเทกายและใจให้ จ.สุพรรณบุรี ดังนั้นเพื่อให้ชาวสุพรรณบุรีที่นายบรรหารรัก ได้แสดงความไว้อาลัย จะมีการสวดพระอภิธรรมเพื่อบำเพ็ญ กุศลทุกๆวันศุกร์จนกว่าจะครบ 100 วัน

คนร่วมงานสวดพระอภิธรรมแน่น

สำหรับบรรยากาศงานพิธีสวดพระอภิธรรม นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถึงแก่ อนิจกรรมด้วยโรคหอบหืด ณ ศาลา 1 (เตชะอิทธิพร) วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ในค่ำวันที่ 2 พ.ค. มีพรรคพลังชล พรรคภูมิใจไทย สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ทีมสุพรรณบุรีเอฟซี ทีมสีหมอกเอฟซี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สถาบันการพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยมีบุคคลสำคัญ อดีตนักการเมือง ข้าราชการ ประชาชน เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมแน่นขนัดเหมือนทุกคืน อาทิ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย นายโสภณ ซารัมย์ อดีต รมช.คมนาคม นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกฯ นายสนธยา นายวิทยา นางสติล คุณปลื้ม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นอกจากนี้มีกำนันผู้ใหญ่บ้านจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 300 คน เดินทางมาร่วมงานจนแน่นศาลา

สื่อนัดสวมเสื้อดำวันเสรีภาพสื่อฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 3 พ.ค.ของทุกปีที่ถูกกำหนดให้เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก หรือ world Press Freedom Day บรรดาสื่อมวลชนภาคสนาม รวมทั้งผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ได้นัดสวมเสื้อยืดคอกลม สีดำ ด้านหน้ามีนกพิราบตัวใหญ่สีเขียวบินนำหน้านกพิราบสีขาวตัวเล็กๆ ประกอบเป็นเครื่องหมายถูก ที่สื่อความหมายถึงเสรีภาพการนำเสนอข่าวสารแก่ประชาชนในยุครัฐบาลทหาร ส่วนด้านหลังเสื้อเขียนข้อความสีขาวระบุว่า “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” เพื่อแสดงพลังการทำหน้าที่สื่อมวลชน โดยนายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะจะเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบเสื้อให้เป็นที่ระลึกด้วย

นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ระบุว่า การสวมเสื้อดำดังกล่าวไม่มีนัยใดๆทางการเมือง การใช้เสื้อสีดำเจตนาเพื่อขับเน้นนกพิราบสีขาวให้มีความโดดเด่น เช่นเดียวกับข้อความด้านหลังเสื้อที่เป็น ตัวอักษรสีขาวเช่นเดียวกัน

กรธ.เตรียมเดินสายปูพรมกรอกหูชาวบ้านสารพัดข้อดีร่าง รธน. เชื่อ กรธ.และเครือข่ายไม่ทำอะไรผิดหลักเกณฑ์ หลัง กกต.ออกกฎ 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้ ชมเปาะช่วยทำสถานการณ์คลี่คลาย บรรยากาศดีขึ้น... 3 พ.ค. 2559 07:42 3 พ.ค. 2559 07:42 ไทยรัฐ