วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“เอกชน” บ่นอุบ “เศรษฐกิจยังซบ”

“เอกชน” บ่นอุบ “เศรษฐกิจยังซบ”

  • Share:

ห้างซุปเปอร์ไฮเปอร์มาร์เกตคนซื้อเหงา

ธปท.เผยผลสำรวจภาคเอกชนมองเศรษฐกิจไทยไม่กระเตื้อง ไฮเปอร์มาร์เกต ห้างสรรพสินค้ายอดขายซบเซา ชี้คนหันไปช็อปปิ้งร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน และผ่านออนไลน์มากขึ้น ขณะที่มองไตรมาส 2 ยังไม่ฟื้น ภาคเกษตร-แรงงานกำลังซื้อหด โรงงานลดโอที-ภัยแล้ง ขณะที่ลงทุนยังแผ่วรอโครงการรัฐ ผู้ประกอบการบางส่วนหนีไปลงทุนทำตลาด CLMV แทนกำลังซื้อที่หาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มธุรกิจไตรมาสแรกและแนวโน้มไตรมาสที่ 2 ของปี 59 ซึ่งเป็นการประมวลผลจากข้อมูลที่ ธปท. ได้รับความเห็นจากภาคธุรกิจทั่วประเทศจำนวน 190 ราย โดยภาคธุรกิจมองว่าภาวะธุรกิจในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ยังคงชะลอจากไตรมาสก่อนหน้า การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงหลังจากเร่งซื้อสินค้าคงทนและกึ่งคงทนไปแล้วในช่วงปลายปี ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดไฮเปอร์มาร์เกตที่มีลูกค้าหลักเป็นผู้บริโภคระดับกลางถึงล่างปรับตัวลดลง

ขณะที่ซุปเปอร์มาร์เกตและห้างสรรพสินค้าทั่วไปยอดขายยังทรงตัว เนื่องจากลูกค้าหลักเป็นผู้บริโภคระดับกลางถึงบน ถึงแม้ว่าจะยังมีกำลังซื้อแต่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าสะดวกซื้อใกล้บ้าน รวมถึงการซื้อผ่านระบบออนไลน์หรือโฮมช็อปปิ้งมากขึ้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น

โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่กระเตื้องขึ้นและไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนมีการปรับตัวเพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว เช่น หลายรายปรับลดขนาดของสินค้าเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ผู้ผลิตเครื่องดื่มบางราย เช่น เบียร์ หรือน้ำอัดลม หันมาเพิ่มสัดส่วนการผลิตเครื่องดื่มประเภทอื่นมากขึ้น ธุรกิจค้าปลีกปรับรูปแบบห้างสรรพสินค้าให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น จัดกิจกรรมดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการเป็นประจำ รวมทั้งเน้นเปิดสาขาย่อยในท้องถิ่นเพื่อให้สามารถเข้าถึงคนในพื้นที่ได้มากขึ้น ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าหันมาเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าจากลูกค้ารายย่อยที่กำลังซื้อลดลงเป็นลูกค้าธุรกิจ เช่น โรงพยาบาล อาคาร และสำนักงาน

ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา การลงทุนภาคเอกชนทรงตัว ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเครื่อง-จักรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและชดเชยแรงงานในภาวะที่แรงงานมีทักษะหาได้ยากและค่าจ้างมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น การส่งออกสินค้าหดตัว ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอลงเล็กน้อยหลังจากที่เร่งขึ้นมากในช่วงไตรมาสก่อนหน้าจากการประกาศมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวของผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจเพื่อรับมือกับกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด อาทิ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายเริ่มไปลงทุนและทำตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) มากขึ้นเพื่อชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง ขณะที่ผู้ผลิตเพื่อส่งออกบางส่วนหาตลาดส่งออกใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางรายได้ปรับสัดส่วนการผลิตจากการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเป็นชิ้นส่วนในการผลิตยานยนต์มากขึ้น รวมทั้งบางรายได้พัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจไตรมาสที่ 2 ยัง ไม่ดีขึ้น โดยทรงตัวจากไตรมาสที่ 1 การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องโดยปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซาและปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค ภาคการผลิตในบางอุตสาหกรรมจากการปรับลดชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาลง การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีกำลังการผลิตเพียงพอที่จะรองรับความต้องการซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งยังรอความชัดเจนของการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ

สำหรับการส่งออกสินค้าในไตรมาสที่ 2 ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากความเสี่ยงของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและปัญหาเชิงโครงสร้างการผลิตของไทย การท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการบางรายเห็นว่าโครงการบ้านประชารัฐที่ออกมาในช่วงปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จะมีส่วนช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคที่อยู่อาศัยในตลาดระดับกลางถึงล่างในระยะต่อไป ส่วนการจ้างงานในภาคการผลิตมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลงบ้างในส่วนที่เป็นการจ้างงานจากภายนอก (Outsource) เพื่อสอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง ในขณะที่ความต้องการแรงงานในภาคบริการยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ธปท.ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ยังขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก แต่การฟื้นตัวอาจจะยังไม่ชัดเจน หรือดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จากมาตรการการกระตุ้นของภาครัฐ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเร่งลงทุน คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การใช้จ่ายและการลงทุนเพิ่มชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หรือไตรมาสที่ 4 ต่อเนื่องปี 2560.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้