วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทีมเต็งแชมป์

ยกแรกของศึก “ไทยแลนด์ กลาซิโก” จบลงด้วยชัยชนะของทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เชือดชัยเหนือ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี หวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยของ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ซัลโวประตูแรกของตัวเองในสีเสื้อเมืองทอง ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะ 4 นัดติดต่อกัน

สรุปว่า เอสซีจี เมืองทองฯ ผ่าน 2 เกมบิ๊กมาได้โดยเก็บ 6 แต้มเต็มๆ โดยเฉพาะนัดกลางสัปดาห์ที่พวกเขาล้างอาถรรพณ์ “งูเหลือมกับเชือกกล้วย” ได้สำเร็จเสียที ด้วยการบุกไปถล่มแข้งเซราะกราว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างสะใจ 3–0 พูนสวัสดิ์

ลูกหนังโตโยต้า ไทยลีก 2016 ผ่านไปแล้ว 9 นัด อาจจะเร็วเกินไปหรือเปล่า ถ้าผมจะขอทำตัวเป็นซินแส ดูโหงวเฮ้งของ “ทีมเต็ง” ที่จะได้ลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้กันยาวๆ

ซึ่งเท่าที่เห็นฟอร์มตั้งแต่เปิดซีซั่นมา ผมขอเลือกแค่ 3 ทีมหัวตาราง ณ ปัจจุบันที่จะแย่งแชมป์ลีกสูงสุดกัน โดยขออนุญาตมองข้ามแชมป์เก่า 5 ถ้วย อย่างบุรีรัมย์ ที่ความรู้สึกมันบอกว่าพวกเขา “อิ่มตัว” และเลยจุดที่พีกที่สุดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

เริ่มจาก เมืองทอง ที่ปีนี้ระดมสรรพกำลังแข้ง “ทีมชาติ” มารวมตัวกัน ตั้งแต่ประตูยันกองหน้า ดังนั้นเรื่องของทีมเวิร์กจึงหายห่วง แถมดาวซัลโว อย่าง “คลีตัน ซิลวา” ยังฟอร์มเข้าฝัก ยิงเอา ยิงเอา แทบจะทุกนัด จนใกล้จะสร้างสถิตินักเตะต่างชาติที่ยิงประตูครบร้อยลูกในลีกไทยอยู่รอมร่อ

ก็ต้องรอดูว่า ที่สุดแล้วฝีไม้ลาย “กึ๋น” ของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน จะทำให้พลพรรคกิเลนผยองคัมแบ็กกลับมาเป็นแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 4 ได้หรือไม่

อีกทีมที่ฟอร์มแรงเหลือเกิน ต้องยกให้ขุนพล “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ของ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่เล่นได้สมกับสโลแกน “No mergy–ไร้ความปรานี” เพราะเปิดเกมรุกอุตลุด ยิงประตูคู่แข่งสนุกเท้าในทุกนัดที่ลงสนาม เรียกว่าขนาดเกมที่แพ้ยังแพ้ด้วยสกอร์ 3-4 ก็ลองคิดดูแล้วกัน

โดยเฉพาะความยอดเยี่ยมของกองหน้าทีมชาติคอสตาริกา “เอเรียล อารายา โรดิเกวซ” ที่กดไปแล้วถึง 9 ลูก นำเดี่ยวเป็นดาวซัลโว คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แข้งบีจีก้าวขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีกไทยกับเขาอย่างเต็มตัว

และทีมสุดท้ายที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเหนือความคาดหมาย ก็คือ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ผงาดขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงของศึกโตโยต้าไทยลีกหน้าตาเฉย หลังทำผลงานที่เป็นสถิติใหม่ของสโมสร ด้วยการคว้าชัยชนะ 6 นัดติดต่อกัน

ฟุตบอลสไตล์ “ถอยหลังหกล้ม” ของกุนซือ มาโน โพลกิง สร้างประสิทธิภาพให้ทีมบียูกลายเป็นสโมสรที่มีเกมรุกชวนติดตามที่สุดของไทยลีก ยิ่งเวลานี้ฟอร์มของ “ซุปเปอร์มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี้ กำลังฮอตขึ้นหม้อ แถมได้กองหนุนชั้นดีอย่างโจโจ้ กับดราแกน บอสโควิช มาประสานพลังในการยิงประตู

นั่นจึงทำให้ผลงานของ แบงค็อกฯกระฉูดแตก สมแล้วที่ถูกยกให้เป็น “ม้ามืด” ตัวจริง เสียงจริง

นี่ถ้าพลพรรค “แข้งเทพ” เดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่อง จนก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ไทยลีก ก็คงไม่ผิดอะไรกับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่จ่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษอยู่ในเวลานี้

และถ้าทำได้จริงๆสงสัยผมคงต้องขอให้ท่านประธาน ขจร เจียรวนนท์ ช่วยพาไปขอพรจากเจ้าคุณธงชัยมั่งแล้วล่ะ!!!

บี บางปะกง

2 พ.ค. 2559 23:52 2 พ.ค. 2559 23:52 ไทยรัฐ