วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังคม(ต้อง)ศึกษา

สังคม(ต้อง)ศึกษา

โดย เบี้ยหงาย
3 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

กลายเป็นมหากาพย์อีกกรณี หนึ่ง สำหรับการต่อสู้ในการเข้า บริหารงานและปกป้องสถานภาพ ของคณะกรรมการบริหารเดิม ของสมาคมกีฬาเทนนิส ลอน เทนนิส สมาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จัดการเลือกตั้งนายกสมาคม และผู้แทนสโมสรสมาชิก ในการประชุมใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านไป

และครั้งนั้นผลออกมาแบบพลิกล็อกอย่างไม่มีใครคาดคิด หรือแม้กระทั่งแอบคิด แบบเพ้อฝัน

เมื่อ สมบัติ เอื้อมมงคล อดีตนักเทนนิสทีมชาติ และไม่มีใครระแคะระคายมาก่อนว่าจะมีการเสนอชื่อขึ้นแข่งขัน ได้รับการโหวตให้ชนะ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ซึ่งเป็นอดีตนายกสมาคม 7 สมัย ไปแบบถล่มทลาย 35 ต่อ 19 คะแนน

ย้ำอีกทีว่าตัวเลขคือ 35 ต่อ 19 ไม่ได้ใกล้กันแบบเสียงสองเสียง หรือสามสี่เสียง!

แต่ต่อมามีการจับประเด็นร้องเรียน ถึงกับมีบางสโมสรเปลี่ยนใจไปขอขมา อันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในระบบการเลือกตั้งสมาคมกีฬาในประเทศไทยมาก่อน

หรือแม้แต่มีการร้องกันไปร้องกันมา ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ อ้างถึงการประชุมที่ไม่สมบูรณ์ก็ดี หรือมีการล็อบบี้ รวมถึงชี้เหตุถึงบางสโมสรที่มีความผิดปกติ และต้องการให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ไม่รับรองการประชุมในวันนั้น ให้ถือเป็นโมฆะไป ทั้งๆที่ กกท.ก็มีผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม และหน้างานในวันเลือกตั้งก็พูดชัด ไม่ได้มีความผิดปกติเกิดขึ้น รวมถึงมีการฟ้องศาลกันอีกทางหนึ่ง

เรื่องแปลกๆ ยังมีมาต่อเนื่อง เมื่อการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยผู้ว่าการ กกท. สกล วรรณพงษ์ พูดไปพูดมา และใช้เวลาไปเรื่อยๆ ในการพิจารณาว่าจะรับรองหรือไม่รับรองผลการเลือกตั้ง จนเวลาล่วงเลยไปถึงกว่า 2 เดือน เมื่อวันที่ 12 เม.ย. จึงมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 23 ม.ค.

ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยเช่นกัน ที่ กกท.ใช้เวลายาวนานขนาดนี้ ในการพิจารณา

และแม้จะรับรองแล้วเรื่องก็ไม่จบ การเข้าบริหารงานของนายกสมาคมและทีมงานชุดใหม่ ก็ยังไม่สามารถดำเนินการไปได้

เมื่อสมาคมชุดเก่ายังไม่ยอมมอบงานให้กับชุดใหม่ จึงไม่สามารถเข้าทำหน้าที่ได้ รวมเวลากับความยืดเยื้อมาถึงตอนนี้ก็กว่า 3 เดือนแล้ว ที่สมาคมกีฬาเทนนิสฯ เกิดสุญญากาศ ย่อมไม่เป็นผลดีอย่างยิ่งกับวงการเทนนิสไทย

เรื่องนี้จึงเป็นกรณีศึกษา รวมทั้งสังคมศึกษา คือ สังคมควรจะต้องศึกษากับเรื่องราวความเป็นมา!!!

กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ข้อบังคับ และการใช้กระบวนการทางศาล กับกระบวนการทางกีฬา เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นกรอบทางลายลักษณ์อักษร จะมีผลในการบังคับได้มากน้อยขนาดไหน หรือมีช่องโหว่อย่างไร

ขณะที่หลักการในมุมของสังคมกีฬา ที่ไม่ว่าทุกผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง มักจะอ้างอิง เอ่ยถึงด้วยความภาคภูมิว่า คนกีฬามี “สปิริต” เป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ยึดโยงในจิตใจ โดยไม่จำเป็นต้องเขียนตัวอักษรระบุไว้

อันเป็นสำนึกในทุกผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ “กีฬา”

การต่อสู้แย่งชิงเป็นเรื่องปกติ แต่การต่อสู้ในวงการกีฬา เมื่อมาถึงจุดจุดหนึ่งที่เป็นอันตราย ท้าทาย และ สุ่มเสี่ยง ต่อการทำลายคำว่า “สปิริต” ของชาวกีฬานั้น

ต้องตระหนัก และสำนึกกันให้ดี...

“เบี้ยหงาย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้