วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอ็นจีโอ ชู 'หัวหินโมเดล' สร้างก.ม.เข้ม เหตุทำภาพลักษณ์ประเทศพัง

เอ็นจีโอ ชู หัวหินโมเดล สร้างมาตรการกฎหมายเข้ม เหตุภาพลักษณ์ประเทศพัง จับตานายทุนน้ำเมาเอื้อผลประโยชน์เคลื่อนโครงการประชารัฐ แฉ ทำการตลาดคลุมทุกหย่อมหญ้า

วันที่ 2 พ.ค. 59 นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังกลยุทธ์ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวถึง เหตุการณ์นักท่องเที่ยวโดนทำร้ายจากคนเมา ที่อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนเป็นข่าวเสื่อมเสียไปทั่วโลกว่า จากกรณีดังกล่าวแท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในร้อยพันปัญหาระหว่างเทศกาลสงกรานต์ ตามข้อมูลมีหลายจังหวัดที่เกิดเหตุบาดเจ็บล้มตายจากการถูกทำร้าย อุบัติเหตุ ข่มขืนนักท่องเที่ยว ฯลฯ ชี้ให้เห็นปัจจัยที่เกิดจากผลของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรณีที่หัวหิน แม้จะเป็นกรณีเล็ก แต่สร้างภาพลักษณ์ส่งผลเสียต่อประเทศขยายกว้างไประดับชาติ ในการปล่อยปละละเลย ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งการจำหน่ายแอลกอฮอล์ หละหลวมจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่สำคัญ ซึ่งยืนยันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่หัวใจของการท่องเที่ยว เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกิดภัยกับนักท่องเที่ยว และแนวคิดของผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศที่ว่า ถ้าเราเข้มงวดการใช้กฎหมายต่อธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยว จึงไม่ใช่แนวคิดที่ถูกต้อง เพราะต้องเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวมากมายเขาไม่ได้มากินเหล้า แต่เขามาดูความงามของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมในประเทศ

“ผู้ว่าฯ ไม่ใช่แค่ตามหาเอาผิดคนถ่ายคลิปฯ แต่ต้องทำให้ความจริงเปิดเผย ต้นตอ สาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมคนร้ายที่กระทำ คือ ต้องเอาบทเรียนเหตุการณ์ที่หัวหิน ชูเป็นโมเดล คนที่มาเที่ยวต้องปลอดภัย รัฐจะต้องควบคุม กลไกรัฐต้องบังคับใช้เพื่อลดและป้องกัน ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจะปลอดภัยได้อย่างไร เมื่อปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ เหล้า ยังไม่มีมาตรการที่จริงจัง แม้คนก่อเหตุสารภาพว่าเมา แต่ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายไปแล้วกู้คืนไม่ได้ และธุรกิจน้ำเมารับเงินไปแต่ไม่เคยรับผิด หรือชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประเทศ ฉะนั้นต้องมีมาตรการป้องกันเชิงรุก ทั้งการจัดจำหน่าย การบริโภค การบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มข้น” นายคำรณ กล่าว...

นายคำรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอตั้งขอสังเกตการดำเนินงานนโยบายประชารัฐ ที่มีนายทุนน้ำเมาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันด้วยนั้น รัฐบาลเดินหน้าประชารัฐ ท่องเที่ยวปลอดภัย และต้องยั่งยืนถึงจะเข้มแข็ง แต่ปัจจัยกระตุ้นหลักความเข้มแข็งของประชารัฐ ชูธงโดยเจ้าสัวธุรกิจน้ำเมา ซึ่งขณะนี้เรากำลังติดตามทุนน้ำเมาที่เข้ามา ว่า หลังจากนี้ต่อไปจะมีผลต่อกฎหมายเพื่อหนุนการตลาดทางธุรกิจหรือไม่ เพราะสังเกตได้ว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีการตลาดเชิงรุกที่เห็นได้อย่างสำคัญ เช่น การจัดคอนเสิร์ตลงไปในพื้นที่ตำบล อำเภอ ทั้งที่ในอดีตจะเจาะแค่เมืองใหญ่ๆ และการจัดกิจกรรมการตลาดแข่งขันกันอย่างรุนแรง เรียกได้ว่า ชนหัวชนท้าย ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์เหล่านี้น่าจับตาเพื่อช่วงชิงการถือครองการตลาด รักษายอดขาย หลังจากพวกนายทุนเข้ามาชูธงแนวหน้าเคลื่อนงานประชารัฐ จะมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ ในเรื่องแอลกอฮอล์ การเข้ามาของเจ้าสัวน้ำเมา จะนำไปสู่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อต่อผลประโยชน์ของธุรกิจน้ำเมาหรือไม่

ด้าน นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อทดแทนธุรกิจแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หัวหิน เป็นปัญหาร่วมของทั้งสังคม ส่วนใหญ่ช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีความกังวลเรื่องอุบัติเหตุ ความสูญเสียบนท้องถนน ตัวเลขบาดเจ็บ เสียชีวิต แต่จริงๆ แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสาเหตุหลัก คือ แอลกอฮอล์บนท้องถนนจนนำมาสู่ความรุนแรงสูญเสียจำนวนมาก ทุกๆปี ที่ผ่านมา เรามีโซนนิ่งพื้นที่ปลอดภัยห้ามขาย แต่ขณะนี้กลุ่มทุนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดหันมาจัดกิจกรรมในรูปแบบคอนเสิร์ตร่วมกับห้างต่างๆ ในพื้นที่ใกล้ๆ กับที่จัดโซนนิ่ง ขณะเดียวกัน ยังทำกิจกรรมร่วมกับดีลเลอร์ขายปลีกโดยตรง มีพริ้ตตี้ มีเพลงในร้านเหล่านั้น ประกอบกับปีนี้อากาศร้อนจัดจึงมีการจัดสงกรานต์เล่นกลางคืน เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีเพราะเขาถือว่าหมดเวลาปฏิบัติหน้าที่ และการตรวจคนเป็นพันๆ ในคอนเสิร์ตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้นควรยกเลิกการจัดงานสงกรานต์ช่วงกลางคืน หามาตรการควบคุมเชิงรุกกับการจัดงานสงกรานต์ช่วงกลางคืน โดยเฉพาะการไม่อนุญาตให้ธุรกิจแอลกอฮอล์จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกรูปแบบในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเป้าหมายร่วมของสังคมหน่วยงานต่างๆ ที่ผนึกกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อลดจำนวนคนเมาบนท้องถนน

“ความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มทุนน้ำเมาจะทำอย่างไร ที่เหล้าขวดเดียวกระทบภาพลักษณ์ของประเทศขนาดนี้ อย่าลืมว่า ประเทศไทยมีเรื่องอุบัติเหตุ ถูกจัดเป็นอันดับ 2 ของโลก แล้วมาพ่วงกับเรื่องไม่ปลอดภัย บ้านเราก็คงไม่ใช่ Land of smile แต่เป็น Land of dangerous แน่นอนว่า รัฐไม่สามารถให้ยุติการขายในช่วงเทศกาลได้ แต่ต้องหนุนให้มีมาตรการโซนนิ่ง เพิ่มพื้นปลอดภัยกระจายไปให้มากที่สุด เพราะมันช่วยควบคุมได้จริง รวมทั้งส่งเสริมมาตรการชุมชนหยุดขาย 1 วัน ซึ่งชุมชนสามารถดำเนินการได้จริง โดยมีตัวอย่างร้านค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.ตราด จ.สุรินทร์ จ.ชุมพร รวมทั้งในพื้นที่ Zoning เล่นน้ำ และถนนตระกูลข้าวต่างๆ กว่า 1,000 ร้าน ที่แสดงเจตจำนงค์ร่วมงดขายในปีนี้" นายวิษณุ กล่าว...

เอ็นจีโอ ชู หัวหินโมเดล สร้างมาตรการกฎหมายเข้ม เหตุภาพลักษณ์ประเทศพัง จับตานายทุนน้ำเมาเอื้อผลประโยชน์เคลื่อนโครงการประชารัฐ แฉ ทำการตลาดคลุมทุกหย่อมหญ้า 2 พ.ค. 2559 23:36 3 พ.ค. 2559 00:49 ไทยรัฐ