วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โชว์วิสัยทัศน์กลางสภาเยอรมนี ชูไทยเป็นผู้นำพลังงานแห่งอาเซียน

ซีอีโอหญิงไทย โชว์วิสัยทัศน์กลางรัฐสภาเยอรมนี ชูประเทศไทยเป็นผู้นำพลังงานแห่งประชาคมอาเซียน หนุนนโยบาย รบ.เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งยังช่วยสร้างงานในชนบท ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้รับเชิญจากสมาชิกรัฐสภาเยอรมัน ให้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เรื่อง “การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย” ในงาน "The 1st German-Asian Business Dialogue” ที่รัฐสภา กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในฐานะผู้นำองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาด มาใช้ในเชิงพาณิชย์ และถือเป็นผู้หญิงในเอเชียคนเดียวที่ถูกเชิญให้ขึ้นเวทีดังกล่าว โดยมีสมาชิกรัฐสภาเยอรมันเข้าฟังจำนวนมาก

ดร.วันดี แสดงวิสัยทัศน์ว่า การพัฒนาประเทศไทยโดยการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ก็เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยได้มีการศึกษารูปแบบการพัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศเยอรมัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ซึ่งเป็นรูปแบบในการนำเสนอแก่รัฐบาลไทย และต่อมา รัฐบาลไทยได้กำหนดการใช้พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทดแทนในอัตราส่วนกว่า 30 % ไปจนถึงปี 2579

ทั้งนี้ ขณะนี้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ทุกประเภท ขณะเดียวกัน SPCG ก็เป็นผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทย และประชาคมอาเซียน ตั้งแต่ปี 2010 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาลงทุนและส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ในภูมิภาค

สำหรับ SPCG เป็นผู้พัฒนาการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย โดยการใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัท Kyocera Corporation ประเทศญี่ปุ่น และใช้เครื่องแปลงไฟจากบริษัท SMA GMBH ประเทศเยอรมัน เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ ความแข็งแรงทนทาน โดย SPCG มีกำลังการผลิต รวมกว่า 300 เมกะวัตต์ ในประเทศไทยและในญี่ปุ่น ด้วยเงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ SPCG สามารถช่วยสร้างงาน 20,000 แรงงานในชนบท ช่วงระหว่างก่อสร้าง ช่วยลดสภาวะโลกร้อนเทียบเท่า 210,000 ตัน CO2/ปี โดยได้รับความเชื่อมั่นร่วมลงทุนและให้การสนับสนุนการเงินจาก international Finance Corporation (IFC) Member of World Bank Group และยังได้รับการสนับสนุนการเงินจากกองทุน Climate Change Fund โดยการนำมาผสมผสานกับเงินกู้ของสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน สามารถพัฒนาโครงการ SPCG จนประสบความสำเร็จทุกโครงการ

ซีอีโอหญิงไทย โชว์วิสัยทัศน์กลางรัฐสภาเยอรมนี ชูประเทศไทยเป็นผู้นำพลังงานแห่งประชาคมอาเซียน หนุนนโยบาย รบ.เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งยังช่วยสร้างงานในชนบท ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน 2 พ.ค. 2559 23:18 3 พ.ค. 2559 00:48 ไทยรัฐ