วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วิษณุ' จี้ กกต.ขยายข้อห้ามประชามติให้ชัด เตือนไม่ชัวร์ อย่าเสี่ยง

'วิษณุ' จี้ กกต.ขยายข้อห้ามประชามติให้ชัด เตือนไม่ชัวร์ อย่าเสี่ยง

  • Share:

“วิษณุ” รับ อยากให้ กกต.ขยายข้อห้ามเรื่องประชามติให้ชัดกว่านี้ ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ระบุ คนทั่วไปอะไรไม่แน่ใจไม่ทำ แต่มีบางฝ่ายพยายามคาดคั้นเพราะอยากทำ เตือน ไม่ชัวร์อย่าเสี่ยง...

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขยายความชัดเจนเรื่องข้อห้ามว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ในการทำประชามติว่า สิ่งที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ได้อธิบายในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา อาจจะช่วยแก้ปัญหาความสงสัยไปได้ แม้หลายคนดูแล้วระบุว่าไม่เข้าใจเหมือนเดิม แต่ตนไม่รู้จะเพิ่มเติมอะไรต่อ เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจในการกำหนด เป็นเรื่องของ กกต.ที่ต้องช่วยชี้แจง แต่อยากย้ำว่าเกณฑ์ในเรื่องนี้มีอยู่ในมาตรา 7 และ 61 ของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว

ส่วนใครที่อ่านแล้วไม่เข้าใจนั้น เหมือนกับอ่านกฎหมายทั้งหลายแล้วยังไม่เข้าใจ ซึ่งมันไม่มีใครมีหน้าที่อธิบายกฎหมายนอกจากแสดงความคิดเห็นเป็นการส่วนตัว ส่วนถูกหรือผิดไม่รู้ ศาลจะเป็นคนตีความเอง แต่เชื่อว่าเกณฑ์ของ กกต.นั้นจะช่วยลดความเสี่ยงให้ประชาชนได้เยอะ เพราะทำให้ประชาชนพอเข้าใจมากขึ้น

“ความจริงในส่วนของประชาชนทั่วไป ผมเชื่อว่าแม้จะงงๆ อยู่ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ แต่คนโดยทั่วไปก็บอกว่าถ้าอะไรไม่แน่ใจ หรือมันเสี่ยงเขาก็ไม่ทำเท่านั้นเอง แต่วันนี้ที่พยายามคาดคั้นให้ออกมาให้ได้ เพราะว่าเผื่อมันได้ก็จะได้ทำ แสดงว่ามีความมุ่งมาดปรารถนาอะไรอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมพูดต่อไม่ถูกเหมือนกัน แต่กรุณารับทราบว่าเป็นความเสี่ยงส่วนบุคคล” นายวิษณุ กล่าว

สำหรับการตั้งข้อสังเกตจากบางฝ่ายว่าอะไรไม่ได้เขียนไว้แสดงว่าไม่ผิด นั้นนายวิษณุ กล่าวว่า แต่พอไปถึงศาลศาลอาจบอกว่าที่นึกว่าไม่ได้เขียนแต่จริงแล้วเขียนไว้ เพราะซ่อนอยู่ในคำแล้ว เช่น หยาบคาย รุนแรง และปลุกระดม แปลว่าอะไร เราอ่านแล้วอาจนึกว่าไม่ใช่ แต่เมื่อไปถึงศาลศาลมีอำนาจตีความ เยอะแยะไปที่อ่านกฎหมายแล้วนึกว่าไม่ได้ครอบคลุม ดังนั้นเป็นความเสี่ยงของคนที่คิดว่าจะทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง ทางที่ดีจึงอย่าไปสุ่มและไปเสี่ยง

ขณะที่ หลักเกณฑ์ของ กกต.ครอบคลุมดีแล้วหรือไม่นั้น ตนอยากให้ชัดกว่านี้ "เวลาเราพูดถึงดูและด้อนท์" เราไม่ได้เป็นการลอกกฎหมายมา แต่ต้องยกเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม แล้วจับเอาสิ่งที่คนเขามักทำกันมายกเป็นตัวอย่าง มันจะได้ชัดเจนขึ้น ทีนี้ที่มีความพยายามคาดคั้นเอาความชัดเจน เพราะมีคนจำนวนหนึ่งในสังคมที่อยากจะทำให้ได้ แต่กล้าๆ กลัวๆ มันถึงได้เป็นปัญหา ดังนั้นถ้าไม่คิดอะไรมากคือ กลัวเสียและอย่าไปทำ ส่วน กกต.จะไปขยายความเพิ่มเติมหรือไม่นั้นตอบไม่ได้ ตนจะไปรบเร้าไม่ได้ อยู่ที่ กกต.เอง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้