วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทวงเงินลูกหนี้ผ่านโซเชียลระวังเจอคุก

ทวงเงินลูกหนี้ผ่านโซเชียลระวังเจอคุก

โดย ทนายเจมส์
3 พ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ครั้งหนึ่งในชีวิตของใครหลายๆ คน ผมเชื่อว่าท่านต้องเคยเจอ “ลูกหนี้ขั้นเทพ” ลูกหนี้ประเภทนี้มักจะอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อให้น่าสงสาร และสร้างความหวังให้เราเห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา แล้วจะนำเงินมาคืนแน่นอน สุดท้ายท่านจะรู้จักคำว่า “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” เป็นอย่างดี ต่อให้ท่านเดือดร้อน จำเป็นต้องใช้เงิน หรือน่าสงสารเพียงใด ก็ไม่สามารถจะขอเงินคืนจากลูกหนี้ได้ครับ และที่จะทำให้ท่านเจ็บใจมากที่สุดคือ การทราบว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่ลูกหนี้ของท่านอ้างมานั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น ยิ่งท่านได้เห็นลูกหนี้ใช้ชีวิตติดหรู ใช้เงินกินเที่ยวอย่างสบายใจ ท่านจะช้ำใจหนักขึ้นไปอีก

หลายท่านนำคดีแบบนี้มาปรึกษาผม บางคดีก็ฟ้องได้ บางคดีก็ฟ้องไม่ได้ครับ สาเหตุเป็นเพราะขาดหลักฐานการกู้ยืมเงิน บางคดีมีหลักฐานครบ แต่ผมปฏิเสธที่จะทำคดีให้ เนื่องจากผมเห็นว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะให้ยึด ไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง การฟ้องคดีมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าธรรมเนียมศาลและค่าวิชาชีพทนายความ ยังไม่รวมค่าเสียเวลาของท่านที่จะต้องมาศาล ซึ่งจะสร้างความเสียหายซ้ำเติมให้ท่านเพิ่มขึ้นไปอีก แต่หากท่านมองว่าเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหา แค่อยากมอบบทเรียนให้แก่ลูกหนี้บ้าง นั่นก็เป็นอีกเรื่องนะครับ

หลักฐานที่จะใช้ประกอบการฟ้องคดีกู้ยืมเงิน คือ สัญญากู้ยืมเงิน จะใช้แบบสำเร็จรูปที่มีขายตามร้านขายเครื่องเขียน หรือจะคัดลอกจากในเว็บไซต์ หรือจะเขียนบันทึกด้วยลายมือก็ได้ครับ กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบของสัญญากู้ยืมไว้ ความสำคัญอยู่ที่ วันที่ทำสัญญา จำนวนเงิน ข้อความยืนยันว่าได้รับเงินครบถ้วนแล้ว กำหนดวันชำระเงินคืน และลายมือชื่อของผู้กู้ยืม จะแนบสำเนาบัตรประชาชนและ/หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืมหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้ามีก็ยิ่งดี หลักฐานการโอนหรือหลักฐานการส่งมอบเงินจะมีหรือไม่ก็ได้ครับ เพราะการลงลายมือชื่อย่อมเป็นการยืนยันการรับเงินอยู่ในตัว หากไม่ได้รับเงิน ผู้กู้คงไม่ยอมลงลายมือชื่อและคงดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อสงวนสิทธิไว้ต่อสู้คดีในอนาคต

มีคำถามเข้ามามากครับว่า มีหลักฐานการโอนเงิน เช่น สลิปการโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีของลูกหนี้ ใบนำฝากเงินเข้าบัญชีของลูกหนี้ ภาพถ่ายการโอนเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หลักฐานการสนทนาโต้ตอบผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไลน์ เฟซบุ๊ก อีเมล ข้อความมือถือ ภาพถ่ายของลูกหนี้และเจ้าหนี้ขณะส่งมอบเงิน ฯลฯ จะใช้เป็นหลักฐานการฟ้องคดีได้หรือไม่ ตอบได้เลยครับว่าหลักฐานต่างๆ ที่กล่าวมานั้น ไม่สามารถนำไปฟ้องคดีได้ครับ เนื่องจากหลักฐานต่างๆ นั้น ไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้กู้ ตามที่กฎหมายกำหนด

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วางหลักว่า “การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
 ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือ ชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้ เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว”

ในการให้กู้ยืมเงินสิ่งสำคัญ ที่ควรขอจากลูกหนี้ คือ หลักประกันการชำระหนี้ ครับ จะเป็นทรัพย์สิน หรือ ผู้ค้ำประกัน ควรขอคนค้ำประกันที่เชื่อถือได้และสามารถชำระเงินคืนท่านด้วยครับ หากลูกหนี้ไม่สามารถหาหลักประกันได้ ก็อยู่ที่ดุลพินิจของท่านแล้วครับ ท่านจะยอมเสี่ยงกับเรื่องปวดหัวและเจ็บใจในอนาคตอยู่ที่การตัดสินใจของท่านครับ

สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในการทวงหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกู้ยืมเงิน หรือการผิดสัญญาซื้อขายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต คือ การโพสต์ประจานลูกหนี้ครับ หากท่านดวงไม่ดีไปเจอ “ลูกหนี้ขั้นเทพ” ท่านจะยิ่งทุกข์ใจ เนื่องจากลูกหนี้ขั้นเทพจะให้ทนายความฟ้องกลับท่าน หรือร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาทันที ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 และกรณีมีภาพของลูกหนี้ ซึ่งเกิดจากการตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ท่านอาจจะถูกฟ้องเพิ่มเติม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 16 “ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เมื่อท่านตกเป็นจำเลยในคดีอาญา คราวนี้ท่านจะตกเป็นรองอย่างมาก เนื่องจากคดีของท่านกรณีผิดสัญญากู้ยืมเงินหรือผิดสัญญาซื้อขาย เป็นเพียงคดีแพ่ง แต่ในคดีของลูกหนี้ขั้นเทพ ข้อหาหมิ่นประมาทนั้น เป็นคดีอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ ในการเจรจาไกล่เกลี่ย หากเป็นลูกหนี้ที่มีจิตสำนึกอยู่บ้าง คดีอาญาจะจบแบบสวยงาม คือ ลบโพสและ/หรือโพสต์ข้อความขอโทษ โดยไม่มีการเรียกค่าเสียหายอย่างใดๆ แต่ในคดีของลูกหนี้ขั้นเทพ นอกจากลูกหนี้จะไม่คุยถึงเรื่องเงินที่ยืมมาแล้ว ลูกหนี้ขั้นเทพจะเปิดฉากเรียกเงินค่าเสียหายจากท่านอีกต่างหากครับ

สุดท้ายนี้ เมื่อท่านเจอปัญหาลูกหนี้หนีหนี้ ขอให้ท่านใจเย็นๆ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดีที่สุดครับ ขอเป็นกำลังใจและขอให้ทุกท่านได้เงินคืนโดยเร็วนะครับ

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้