วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป่าที่หายไป...ทำไมไม่ฟื้น

โดย สะ-เล-เต

โลกร้อน ภัยแล้ง น้ำน้อย ฝนไม่ตกท้ายเขื่อน คนเชียงใหม่รวมตัวประท้วงปัญหาหมอกควันไฟป่าปกคลุมทั้งเมือง...ทั้งหลายทั้งปวงล้วนผูกโยงกับป่าเขาทั้งสิ้น

เห็นปัญหาซ้ำซากเหล่านี้ ให้คิดถึงการประชุม ครม.สัญจร ที่เชียงใหม่ เมื่อกลางปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สอบถามข้าราชการกรมชลประทาน ต้นน้ำมาจากไหน มาจากป่าใช่ไหม ทำไมน้ำถึงแล้ง ฝนน้อย เพราะป่าน้อย...ใครกันดูแลป่า

เหตุการณ์วันนั้นมาถึงวันนี้ ในวันที่ยังมีการใช้กฎหมายพิเศษ แต่เชียงใหม่แหล่งป่าต้นน้ำของประเทศยังมีปัญหาเหมือนเดิม การสร้างป่าปลูกป่ายังทำแบบเดิมๆ

ทั้งที่เชียงใหม่ มีมหาวิทยาลัยสร้างป่าที่มีชีวิต ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างให้คนไทยได้ดู ได้รู้ ได้ศึกษาเป็นแบบอย่าง... ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

วันนี้ภัยแล้ง โลกร้อน โถมทับทวีมากขึ้น ไม่รู้ว่าบรรดาข้าราชการ ที่กล่าวปฏิญาณจะสนองงานพระราช ดำริ ได้นำวิธีสร้างป่าแบบของพระองค์ท่านไปปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน

ป่าภูเขาหัวโล้นจะฟื้นกลับมาเป็นป่าเก็บออมทรัพย์รักษาน้ำให้กับแผ่นดินได้...หัวใจสำคัญ ต้องทำให้ผืนป่าหัวโล้นมีน้ำ มีความชื้นให้ได้เสียก่อน

ป่าห้วยฮ่องไคร้ที่เคยแห้งแล้ง กลับชุ่มชื้นร่มเย็นในวันนี้ได้ ไม่ใช่เพราะการปลูกป่าในแบบที่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำมาแต่ประการใด

แต่มาจากแนวพระราชดำริให้ทำในเบื้องแรก ให้กรมชลประทานหาวิธีสร้างอ่างเก็บน้ำบนยอดเขาขึ้นมาก่อน จากนั้นให้ผันน้ำจากอ่างฯ ลงไปยังผืนดินที่จะสร้างป่าผ่านทางท่อน้ำไปตามแนวสันเขา เจาะรูท่อให้น้ำหยดเป็นระยะ พร้อมส่งน้ำทางคลองไส้ไก่ แล้วกระจายน้ำออกเป็นระบบคูคลองก้างปลา เพื่อกระจายความชุ่มชื้น

ป่าเขาหัวโล้นแห้งแล้งได้น้ำมีความชุ่มชื้น เมล็ดพันธุ์ไม้ป่าที่ร่วงลงมาจะงอกขึ้นมาได้เอง...ไม่ต้องซื้อต้นกล้า ไม่ต้องจ้างคนมาปลูก

ในเมื่ออ่างเก็บน้ำ สร้างป่าได้ดีกว่าปลูก...แล้วจะหวงกีดกันไม่ให้คนอื่นเข้าไปสร้างแหล่งน้ำเพื่ออะไร ในเมื่อวิธีการเก่าๆ ล้มเหลวมาตลอด และตัวเองก็ทำเองไม่เป็น.

สะ–เล–เต

2 พ.ค. 2559 08:45 2 พ.ค. 2559 08:46 ไทยรัฐ