วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครควรเป็นเจ้าของตลาดหุ้น

ประเด็นร้อนในแวดวง ตลาดหุ้นไทย กรณี คณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย ที่เพิ่งรีบอร์น มีแนวคิดที่จะ แปรรูปตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ กระทรวงการคลัง เข้าไป เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนออกมาคัดค้านกันใหญ่ แม้ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง จะออกมาแถลงว่า ยังเป็นแค่การศึกษา แต่ดูเหมือนผู้คนในตลาดทุนจะยังไม่ไว้วางใจ

ผมเองในฐานะสื่อที่ได้รับข้อมูลมาทั้งสองด้าน เลยขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

แนวคิดที่จะ แปรรูปตลาดหลักทรัพย์ (Demutualization) เพื่อ List ตัวเองในตลาดหลักทรัพย์ เคยมีการพยายามมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ มีการอ้างว่า ตอนก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ รัฐเป็นผู้ลงเงินทุนก่อตั้งแบบให้เปล่า จึงควรเป็นผู้ถือหุ้น แต่ข้อมูลจากประวัติตลาดหลักทรัพย์ มีการระบุชัดเจนว่า ช่วงที่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้มีเงินทุนก่อตั้งจากรัฐบาล แต่ตลาดหลักทรัพย์ไปกู้ยืมเงินมาจาก IFCT จำนวน 300,000 บาท และได้ชำระคืนไปหมดแล้ว

รัฐจึงไม่ควรมาอ้างเป็นเจ้าของตลาดหลักทรัพย์

และ เจตนารมณ์การก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ ของ คณะกรรมการจัดตั้งตลาดหุ้น เมื่อ 40 ปีก่อน ต้องการพัฒนาตลาดทุนไทย ให้เป็นแหล่งระดมเงินทุนของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งเป็นช่องทางการลงทุนของบุคคลทั่วไป จึงจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบของ “องค์กรที่ทุกคนเป็นเจ้าของ” เหมือนรูปแบบของ Social Enterprise ที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน

แต่นานๆเข้า ความจริงข้อนี้รู้สึกว่าจะเปลี่ยนแปลงไป คนในตลาดทุนคงรู้ดีกว่าผม

แต่สิ่งที่ ตลาดหลักทรัพย์ ได้รับจากรัฐบาลมาตั้งแต่ต้นคือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สมัยก่อนเสีย 30% ก็ถือว่าเยอะ แต่สมัยนี้แค่ 20% หลายฝ่ายในตลาดหลักทรัพย์จึงออกมาประกาศว่า ยินดีที่จะจ่าย เพื่อไม่ต้องมีอะไรกับรัฐบาลอีกต่อไป

หลังจากที่มีข่าวนี้ออกมา คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ในฐานะ ประธานสภาตลาดทุนไทย ก็ออกมาแถลงคัดค้าน ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเข้ามาถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เพราะรัฐบาลอาจมีการชี้นำนโยบาย ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ขาดความคล่องตัว และอาจมีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ ที่ต้องการให้เป็นองค์กรอิสระ ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ผิดปกติได้

ในอดีตเคยมีมาแล้ว มีนักการเมืองนั่งปั่นหุ้นในกระทรวง กันเลยทีเดียว

แต่สิ่งสำคัญที่สุด ผมคิดว่า ถ้ารัฐบาลเข้าไปถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เกิน 50% ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อม ย่อมส่งผลให้ “ตลาดหลักทรัพย์” กลายเป็น “รัฐวิสาหกิจ” ไปทันที ตรงนี้เป็นเรื่องอันตรายที่สุด ตลาดหลักทรัพย์ จะหนีไม่พ้น การแทรกแซงของนักการเมือง อย่างแน่นอน ให้ดู รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ ในเวลานี้เป็นตัวอย่าง ไม่ว่า ปตท. หรือ การบินไทย ล้วนถูกแทรกแซงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ก็ตั้งคนของตัวเองเข้าไปเป็นบอร์ด หรือไม่ก็เป็นรัฐมนตรีคุมรัฐวิสาหกิจเหล่านี้

ถ้า ตลาดหุ้นไทย ต้องกลายเป็น รัฐวิสาหกิจ ก็ไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร

การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ความจริงไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าทำให้เป็น “บริษัทมหาชน” มีโบรกเกอร์และประชาชนทั่วไปถือหุ้นเป็นเจ้าของ ตลาดหุ้นในประเทศที่เจริญแล้ว ก็ตั้งเป็นบริษัทมหาชนกันเยอะแยะ แต่ไม่มีใครแปรรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือ แปรรูปเพื่อให้รัฐบาลเข้าไปถือหุ้น เป็นการพัฒนาตลาดทุนที่ก้าวถอยหลัง

ความจริง รัฐบาล รวมทั้ง ก.ล.ต. ควรจะเป็น ผู้คุมกฎ แยกตัวเองออกมาจาก ตลาดหลักทรัพย์ อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันผลประโยชน์ขัดแย้ง หรือ Conflict of Interest

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ไม่ใช่ตลาดเล็กๆ แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีมูลค่าหุ้นในตลาดกว่า 13.6 ล้านล้านบาท พอๆกับจีดีพีประเทศไทยทั้งประเทศเลยทีเดียว หากเกิดผลกระทบอะไรขึ้นมา มีหวังยุ่งแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

2 พ.ค. 2559 08:26 2 พ.ค. 2559 08:26 ไทยรัฐ