วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนพายุถล่ม 39จังหวัด ให้ระวังลมพัดแรง ระดมแพทย์รับมือ

พายุฤดูร้อนถล่มหนัก โดยเฉพาะ พื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสานอ่วม บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายยับเยิน เสาไฟฟ้าหักโค่น ชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่วหน้า เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและทหารส่งกำลังออกไปช่วยซ่อมแซมบ้านกับแจกถุงยังชีพและมอบเงินช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะเดียวกัน เกิดเหตุสลดใจสาวใหญ่อาชีพรับซื้อของเก่าเมืองสุโขทัย ถูกต้นตาลล้มทับเสียชีวิตสุดอนาถ ขณะที่ปลัด สาธารณสุขสั่งให้โรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือในการดูแลช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย นายกฯประยุทธ์ เป็นห่วงประชาชน 39 จังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ด้านอธิบดีกรมอุตุฯ เตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่อาจเกิดขึ้น

พื้นที่หลายจังหวัดโดนพายุฤดูร้อนกระหน่ำสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างหนักที่ จ.สุโขทัย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 30 เม.ย. เกิดลมพายุพัดกระหน่ำในพื้นที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย เป็นเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง และเกิดเหตุสลดใจขึ้นขณะที่นางจำปี ศิริโภคา อายุ 63 ปี อาชีพรับซื้อของเก่า อยู่บ้านเลขที่ 123/2 หมู่ 2 ต.บ้านกล้วย ออกมาเก็บกระสอบบรรจุขวดพลาสติกและขวดแก้ว ถูกต้นตาลขนาดใหญ่สูงกว่า 25 เมตร ซึ่งยืนต้นตายอยู่ริมรั้วบ้านหักโค่นล้มลงมาฟาดศีรษะและทับร่างจนสลบแน่นิ่งไป ญาติๆประสบเหตุช่วยหามส่ง รพ.สุโขทัย แต่อาการอยู่ในขั้นโคม่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ อ.ศรีสัชนาลัย เกิดพายุและฝนตกอย่างหนักนานกว่า 1 ชั่วโมง หลังพายุสงบเกิดไฟไหม้บ้านเลขที่ 403 หมู่ 2 ต.หาดเสี้ยว เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้นของนางทัศนีย์ คชพันธ์ อายุ 49 ปี วอดหมดทั้งหลัง ค่าเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

ที่ จ.แพร่ คืนวันเดียวกัน เกิดลมพายุกระหน่ำอย่างรุนแรงในพื้นที่ ต.ห้วยม้า อ.เมือง บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายจำนวน 320 หลังคาเรือน และที่ ต.แม่หล่าย บ้านเรือนพังเสียหายจำนวน 101 หลังคาเรือน ส่วนที่ อ.ลอง เกิดลมพายุรุนแรงเช่นกันบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหาย 91 หลังคาเรือน และต้นไม้ล้มหักโค่นขวางถนนสายลอง-แม่ลู้ นายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ ปลัดจังหวัดแพร่ ร่วมกับ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ม.พัน.12 อ.เด่นชัยนำเจ้าหน้าที่ไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนและจัดรถไปประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ที่ จ.อุตรดิตถ์ พล.ต.ทวีศักดิ์ วินิจสร ผบ.มทบ. 35 นำคณะไปแจกถุงยังชีพและนำทหารกว่า 30 นายไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.น้ำปาด ที่ถูกพายุพัดพังเสียหาย ทั้งนี้นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นอภ.น้ำปาด กล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายที่หมู่ 1 และหมู่ 6 ต.เด่นเหล็ก หมู่ 1 และหมู่ 4 ต.บ้านฝาย หมู่ 9 ต.แสนตอ หมู่ 3-5 ต.ห้วยมุ่น หมู่ 6 ต.น้ำไคร้ มีบ้านโดนลมพายุพัดพังเสียหายทั้งหลังจำนวน 29 หลังคาเรือน และพังเสียหายบางส่วนจำนวน 256 หลังคาเรือน ได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว

ที่ จ.เพชรบูรณ์ ค่ำวันเดียวกัน เกิดลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี ทำให้เสาไฟฟ้าริมถนนสายวิเชียรบุรี-โคกปรง ช่วง กม.50-52 หมู่ 3 ต.ท่าโรง ต้านทานแรงลมไม่ไหวหักโค่น ล้มจำนวน 9 ต้น และช่วง กม. 56-57 เสาไฟฟ้าหักโค่นล้มจำนวน 18 ต้น ส่งผลให้ชาวบ้าน ต.ท่าโรง และ ต.บ่อรัง รวม 17 หมู่บ้าน จำนวน 3,240 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.วิเชียรบุรี ระดมช่างออกไปซ่อมแซมเร่งด่วน ขณะที่โรงเรียนบ้านหนองบัวขาว หมู่ 3 ต.บ่อรัง อาคารเรียนและโรงจอดรถโดนลมพายุพัดหลังคาพังเสียหายยับเยิน

ที่ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.หญิง สิริพร วิทยานุกูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ นำถุงยังชีพจำนวน 542 ชุด และเงินสดไปมอบช่วยเหลือแก่ชาวบ้านที่ประสบภัยจากลมพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.คำม่วง อ.เขาวง 7 ชุด และ อ.ยางตลาด และในวันที่ 4 พ.ค.นี้ จะนำถุงยังชีพและเงินสดไปมอบช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่ อ.สหัสขันธ์ จำนวน 202 ชุด อ.ยางตลาด จำนวน 162 ชุด และ อ.สามชัยจำนวน 58 ชุด ด้าน จ.ร้อยเอ็ด นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด นำเจ้าหน้าที่ร่วมกับทหาร มทบ.27 นำอุปกรณ์ไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนชาวบ้านถูกลมพายุพัดพังเสียหาย ส่วน จ.บึงกาฬ เกิดลมพายุรุนแรงในพื้นที่ 8 อำเภอ บ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก เสาไฟฟ้าหักโค่น 30 ต้น ส่งผลให้ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง

ที่ จ.สมุทรสงคราม เมื่อคืนวันที่ 30 เม.ย. เกิดลมพายุกระหน่ำในพื้นที่ ต.วัดประดู่ และต.หนามแดง อ.อัมพวา ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที บ้านเรือนพังเสียหายจำนวน 80หลังคาเรือน ฟาร์มหมูเสียหาย 1 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีสวนกล้วย ส้มโอ ทุเรียน หักโค่นเสียหายจำนวนมาก นายสุริยัณห์ จิรสัตย์-สุนทร ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม รรท.ผวจ.สมุทร-สงคราม สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมกับทหาร มทบ.16 ออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ขณะที่เกิดลมพายุรุนแรงในพื้นที่ อ.วัดเพลง และ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายกว่า 20 หลังคาเรือน รวมทั้งวัดวิมลมรรคาราม ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ หลังคาศาลาวัดถูกลมหอบปลิวหายไปเสียหายอย่างหนัก หลังเกิดเหตุ นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผวจ.ราชบุรี นำคณะร่วมกับทหารหน่วยทหารกองพลพัฒนาที่ 1 ราชบุรี ออกไปตรวจสอบความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ว่า เบื้องต้นได้รับรายงาน ที่ รพ.บึงกาฬ เสาไฟฟ้าหักโค่นทับบ้านพักเจ้าหน้าที่หลังคาพังเสียหาย ที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ต.วังข่อย อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ที่ รพ.เต่างอย จ.สกลนคร ป้ายด้านหน้าโรงพยาบาลพังเสียหาย รพ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร เพดานห้องทันตกรรมทะลุ รพ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ตึกผู้ป่วยนอกประตูหน้าต่างพังเสียหาย และ รพ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสาไฟฟ้าล้มทับหม้อแปลงไฟฟ้าพังเสียหาย กระทบกับการจัดบริการผู้ป่วย เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT-scan) ต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวน 53 คน ต้องใช้ระบบไฟฟ้าสำรองช่วยแก้ปัญหา

ปลัด สธ.กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีหลายพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดพายุ โดยเฉพาะจังหวัดในตอนบนของประเทศ ให้เตรียมพร้อมรับมือโดยเร่งสำรวจจุดเสี่ยง เช่น ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้าหรืออาคาร ให้เร่งกำจัดความเสี่ยง เตรียมแผนรองรับกรณีไฟฟ้าดับ สำรวจความพร้อมเครื่องสำรองไฟฟ้า เตรียมแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เตรียมพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วม การขนย้ายเวชภัณฑ์ยา เครื่องมือแพทย์ เตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉิน สำรองเตียงรองรับผู้ป่วย นอกจากนี้ ให้ทีมหมอประจำครอบครัวและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ติดตามดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด เด็กเล็ก รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากยาหมดและไม่สามารถเดินทางไปพบแพทย์ได้ตามนัด ขอให้แจ้งทีมหมอประจำครอบครัว หรือ อสม.หรือแจ้งสายด่วน 1669

ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ 39 จังหวัด ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และ กทม. เตือนให้ระมัดระวังพายุฤดูร้อนตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า จะเกิดขึ้นในระยะ 1-2 วันนี้ มีรายงานว่าบางพื้นที่ได้รับความเสียหายจากลูกเห็บ พายุลมแรง ทำให้บ้านเรือนประชาชน และเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย โดยกำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ดูแลช่วยเหลือ เช่น มอบถุงยังชีพ ซ่อมแซมบ้านเรือน พร้อมเตือนไม่ให้ประชาชนออกนอกบ้านเมื่อเกิดพายุ อยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและแม้ฝนจะตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน แต่ลักษณะอากาศเช่นนี้มีความเหมาะสมต่อการปฏิบัติการฝนหลวง จึงสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศขึ้นบินทำฝนหลวงในพื้นที่เหนือเขื่อน เพื่อให้มีฝนตกเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อน คลี่คลายปัญหาการขาดแคลนน้ำต่อไป

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในช่วงนี้อุณหภูมิความร้อนจัดลดลง จะไม่ร้อนเหมือนในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดฝนพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นกระจายหลายพื้นที่ ที่มีลักษณะของฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง มีลูกเห็บตกบางพื้นที่รุนแรง ส่วนสาเหตุเกิดพายุฤดูร้อนลักษณะรุนแรงกว่าทุกปี เพราะเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกลงมาน้อย สภาพอากาศแล้งร้อนจัดสะสม และเมฆมีน้อย ย่อมส่งผลให้อากาศทั่วไปร้อนจัดและเกิดพายุฤดูร้อน มีลักษณะฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงรุนแรงมากตามไปด้วย แต่จากนี้ไปพายุฤดูร้อนจะลดลงเกิดขึ้นบางพื้นที่ เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผลัดเข้าสู่ฤดูฝน แต่คงมีอากาศร้อนจัดอยู่ และยังมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

พายุฤดูร้อนถล่มหนัก โดยเฉพาะ พื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสานอ่วม บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายยับเยิน เสาไฟฟ้าหักโค่น ชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่วหน้า เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและทหารส่งกำลังออกไปช่วยซ่อมแซมบ้านกับแจกถุงยังชีพ 2 พ.ค. 2559 05:33 2 พ.ค. 2559 06:15 ไทยรัฐ