วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะเงื่อนงำทุ่งสังหาร 'เผานั่งยาง' โยงฆ่าตัดตอน ถอดรหัส DNA กระดูก

ยังเป็นเรื่อง ฉงน ว่าเหตุใด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุดจับ หมู่ 3 บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถึงพบเป็นพื้นที่ “มรณะ” จุดปลิดชีพด้วยวิธีสุดโหดของหลายชีวิต นั่นก็คือการ “เผานั่งยาง” ซึ่งล่าสุด มีการตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่า มีทั้งหมด 23 หลุม แต่ศพที่พบกลับยังไม่ตรงตามนั้น ซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดในการทำงานครั้งนี้คือ การหาหลักฐานเชื่อมโยงชี้ชัดว่าผงกระดูกที่พบนั้นมีใครบ้าง

นับจากตรงนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะเดินหน้าไขเงื่อนงำต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเปิดบทสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง กูรูด้านต่างๆ รวมไปถึงแหล่งข่าวในพื้นที่ จะมาร่วมต่อจิ๊กซอว์ “ฆาตกรรมอำพราง” ครั้งนี้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะเป็นคนมีสีอย่างที่ชาวบ้านหวาดผวาจริงหรือไม่ มาเริ่มต้นกันเลย...

ลำดับเหตุการณ์ โยงคดีที่เกี่ยวข้อง

17 พ.ย.52 เกิดคดีอุ้ม นางกุหลาบ อินทร์ศรี แม่แอร์โฮสเตส หายไปจากบ้านพัก ตำรวจ สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ ผู้ต้องหาซัดทอดว่า จ้างตำรวจอุ้มฆ่าทิ้ง แต่หาศพไม่พบ จึงเชื่อว่าถูกฆ่าเผานั่งยาง

9 มิ.ย.57 พบศพ นางบังอร ทองอ่อน เจ้าแม่เงินกู้ถูกเผานั่งยางที่โคกเฒ่าคำภา ต.หนองแวง อ.บ้านผือ ซึ่งเป็น 1 ใน 16 จุด ที่ซึ่งถูกโยงไปถึงตำรวจในพื้นที่ แต่ไม่สามารถจับกุมใครได้ เนื่องจากไม่มีพยานกล้าชี้ตัว

13 มิ.ย.57 เจ้าหน้าที่ตามรวบ ดาบตำรวจ ปราโมทย์ บุพศรี พัวพันคดีอุ้มฆ่า และเป็นผู้มีอิทธิพล พร้อมของกลางอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยตอนนี้ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำอุดรธานี

27 ม.ค.58 ช่างเฟอร์นิเจอร์ ถูกเผานั่งยางบริเวณป่าละเมาะ ริมถนนบ้านผือ-บ้านบ่อ บ้านดงหวาย ยังจับคนร้ายไม่ได้

เปิดประวัติ ทุ่งสังหาร ชาวบ้านขวัญผวา เชื่อคือ “สุสานนักเลง” สู่แก๊งอุ้มรีดเผานั่งยาง

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามเบื้องหลังจุดมรณะดังกล่าวกับ นายฉันทะ ฤทธิวงศ์ นายก อบต.กุดจับ ยอมรับว่า ตรงนั้นคือสุสานนักเลง สมัยก่อนตรงนั้นจะมีโจรลักวัวลักควายออกอาละวาด เคยมีเหตุมาฆ่าเผานั่งยางตรงนั้นกันเป็นประจำ โดยมีมานานแล้วกว่า 30-40 ปี ส่วนสาเหตุที่มาของตรงนั้น เพราะแถวนั้นมันเปลี่ยวมาก ไม่ค่อยมีใครผ่าน แม้ชาวบ้านจะพอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่สนใจ ยิ่งเป็นเวลากลางคืน ชาวบ้านแถวนั้นเขายิ่งไม่ค่อยออกจากบ้าน

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้สอบถามชาวบ้านรายหนึ่ง ก็บอกในลักษณะคล้ายกัน คือ สุสานนักเลง เมื่อมีการเตือนแล้วไม่ฟัง จึงเกิด “ศาลเตี้ย” ลงทัณฑ์ด้วยวิธี “เผานั่งยาง” เพราะแถวนั้นไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา เนื่องจากเป็นรอยต่อระหว่าง อ.กุดจับ กับ บ้านผือ เมื่อต่อมามีความเจริญมากขึ้น แต่ทีมสังหารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ก็ยังคงอยู่ มีการรับงานมาทำกัน

“ที่โหดสุด คือ “ยุคฆ่าตัดตอน” ชาวบ้านอ้างว่าได้ยินเสียงปืน 3 วันครั้ง ได้ยินเสียงปืนตอนตี 2 ตื่นเช้ามาเห็นไฟแดงโร่แล้ว พวกชาวบ้านที่เก็บของป่าเห็นก็มาพูดกัน ชาวบ้านที่รู้เรื่องจะกลัวกับเรื่องนี้มาก ถึงแม้ตำรวจจะมีหลักฐานมากมายในการดำเนินคดีกับแก๊งเจ้าหน้าที่นอกรีตนี้ แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรือเป็นพยาน” ชาวบ้านรายเดิม กล่าว

ไม่เชื่อมีแก๊งเดียว อุ้มรีด เผานั่งยาง ทุกคดีโยง ช่วงปราบยาเสพติด “ฆ่าตัดตอน”

ขณะที่ แหล่งข่าวน่าเชื่อถือในพื้นที่ บอกกับทีมข่าวฯ ว่า ศพที่พบ มีการตรวจ DNA ยืนยันได้เพียงศพเดียว คือ นางบังอร ทองอ่อน ส่วนที่เหลือเชื่อว่าน่าจะเป็นศพที่มีมานานแล้ว เมื่อก่อนมันเป็นป่ารก แต่มาปีนี้มันแล้งเกิดไฟไหม้ จึงมาพบ ส่วนตัวเชื่อว่า โครงกระดูกที่พบน่าจะเป็นของเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว สิบกว่าปีขึ้นไป แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ยังมีคดีที่เผานั่งยางในลักษณะนี้ ที่หนองหานอีก 2 ศพ นอกจากนี้ก็มีเผาอีก 1 คดี และนางบังอร คือคดีที่ 3 ที่พบศพการเผา ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยพบมาก่อน ถึงแม้ว่าคดีของนางบังอรจะพบใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุ 23 หลุมก็ตาม

กลุ่มตำรวจ ตั้งแก๊งอุ้มรีด รับงานมานานแล้ว จริงหรือไม่ แหล่งข่าวรายเดิมที่เคยทำงานในพื้นที่มานาน กล่าวว่า ได้ยินข่าวเหมือนกันว่า ได้ลงมือในคดี นางบังอร ส่วน นางกุหลาบ อินทร์ศรี แม่แอร์โฮสเตส ก็เคยมาร้องเรียนให้ค้นหาศพ แต่ก็ยังไม่พบ จึงมีความเชื่อว่า นางกุหลาบ อาจจะถูกเผาเหมือนกัน เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กัน ระหว่างบ้านผือ กับ บ้านเทื่อม อยู่เส้นเดียวกัน

“จะมีแก๊งตำรวจอุ้มรีดลงมือฆ่าเผากันมายาวนาน 20-30 ปี ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ หากเจ้าหน้าที่มีหลักฐานเชื่อมโยง ก็เชื่อว่าน่าจะออกหมายจับได้ แต่ที่ออกหมายจับไม่ได้ ก็เพราะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง ซึ่งเรื่องนี้มันเกิดมานานแล้ว สมัยก่อนนั้นก็มีเรื่องฆ่าตัดตอน จะบอกว่าเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้ เรื่องอื่นก็น่าจะมี เช่น เรื่องยาเสพติด”

แหล่งข่าวน่าเชื่อถือรายเดิม กล่าวต่อว่า สมัยก่อน พื้นที่ตรงนั้นเคยเป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในการปราบยาเสพติด โดยเส้นบ้านผือ น้ำโสม กระทั่ง อ.สังคม จ.หนองคาย และตรงนั้นก็มีกองกำลังอยู่หลายหน่วยงาน มีฐานปฏิบัติการตั้งอยู่หลายหน่วย แต่การจะมีแก๊งอุ้มรีดมาทำแบบนี้เชื่อว่า คสช.คงไม่ยอม


ยืนยันพบแล้ว 8 โครงกระดูกจาก 23 หลุม ยังไม่ฟันธง แก๊งตำรวจนอกรีตอุ้มรีด รอหลักฐานมัด

ในส่วนของทางคดีนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามความคืบหน้าไปยัง พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 เผยว่า ส่วนของกองบังคับการสืบสวนภาค 4 ดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.ศูนย์รับแจ้งคนหาย 2.ร่วมสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กรณีชาวบ้านไม่ไว้ใจคนในพื้นที่ เราก็จะมีทีมช่วยสอบสวน 3.กรณีที่รู้ตัว เช่น พบศพนางบังอร เคสนี้ถือว่าดำเนินการได้มากแล้ว แต่เหลือในส่วนการหาตัวบุคคลมาเป็นพยานในคดี ในส่วนที่เป็นพยานวัตถุ ก็กำลังตรวจสอบกันอยู่ แต่ขอให้เป็นข้อมูลลับก่อน ส่วนกรณีนางกุหลาบ แม่แอร์โฮสเตส ตอนนี้เราก็กำลังตรวจดีเอ็นเอกันอยู่ แต่ก็ยังไม่เจอ ส่วนการเก็บหลักฐานนั้น อันนี้เป็นหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แต่จากการสอบถามทราบว่า จาก 23 หลุม พบว่า 8 หลุม ระบุได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของกระดูกมนุษย์ แต่กำลังตรวจสอบอยู่ว่า “สามารถตรวจดีเอ็นเอเจอหรือไม่” เพราะบางหลุมที่ได้มา พบเพียงกระดูกนิดหน่อย เราไม่สามารถทำภาพเชิงซ้อนในส่วนของกะโหลกได้ ส่วนกระดูกก็พบเพียงข้อต่อนิ้วมือ เป็นต้น

เมื่อถามว่า หน่วยพิสูจน์หลักฐานได้ประสานงานหน่วยงานอื่นร่วมตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ต.ยรรยง กล่าวว่า ได้ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ส่วนที่อื่น เช่น สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อันนี้ไม่ตนไม่มั่นใจ เพราะเป็นเรื่องของท้องที่ แต่หลักของภาค 4 คือ ถ้ามาปรากฏตัว หรือ พบศพ จะรับผิดชอบเต็มตัว แต่สำหรับการเก็บหลักฐานก็จะให้พื้นที่ดำเนินการ

“จากหลักฐานที่มี “ยังไม่ชี้ชัดว่าใคร” จะใช่ทีมตำรวจที่ตกเป็นข่าวอุ้มรีดเผานั่งยางหรือไม่ ผมยังไม่ขอชี้ชัด หากตำรวจทำผิด รับรองไม่มีการช่วยเหลือกันแน่นอน ที่ผ่านมา คนอื่นก็คิดไป ถามว่าเคยเกี่ยวกับตำรวจหรือไม่ ถึงตอนนี้ยังไม่ชี้ชัด แต่สังคมกลับชอบด่วนสรุป ในส่วนของเรา สืบภาค 4 เราไม่สนใจอยู่แล้วว่าจะเป็นใคร ถ้าหลักฐานถึง ออกหมายจับแน่นอน ที่บอกว่าต้องช่วยกันเองแน่ นับเป็นเรื่องที่คิดไปเอง แบบนี้ถือว่าไม่ให้ความเป็นธรรมกับตำรวจเท่าไหร่ ถ้าตำรวจมันเลวหมด มันอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก”

ฆ่าตัดตอน ใครก็คิดได้ แต่ต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ยันพร้อมทำงานร่วมกับทุกหน่วยที่อยากช่วยเหลือ

กรณีที่มีการเชื่อมโยงกับการฆ่าตัดตอนนั้น ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ใครจะคิดก็คิดได้ แต่มันต้องมีหลักฐาน จินตนาการ หรือ พูด ก็พูดได้ แต่ทำงานต้องว่ากันด้วยหลักฐาน เราต้องหาอะไรมาชี้ให้ชัดว่ามันเกิดช่วงนั้น หรือ หลักฐานสาวถึงตรงนั้น

เมื่อถามว่าทำไมถึงมีศพเผานั่งยางบริเวณนั้นมากมาย พล.ต.ต.ยรรยง กล่าวว่า ในพื้นที่ตรงนี้มันเก่าแก่ จากที่ได้ยินมา ชาวบ้านก็ไปทำกันเองบ้าง และแต่ละจุด สิบกว่าปีขึ้นไป บางจุดอาจจะนานถึง 20 ปี ชาวบ้านพื้นที่เขารับกันได้ ยุคก่อนเขารู้กัน ซึ่งเรื่องนี้เขาก็เล่ากันเป็นนิยาย เพราะบางจุดที่เราเจอ ก็เจอแต่ลวด หรือบางทีอาจจะเอายางรถยนต์มาวางกันไว้ แต่เมื่อเจอไฟไหม้จึงเหลือแต่ลวด เป็นหลุม เมื่อตรวจสอบก็ไม่พบเศษเลย

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ยรรยง ยังยอมรับว่า เรื่องที่หนักใจที่สุดคือ การตรวจสอบเรื่อง DNA เนื่องจากที่ผ่านมาตรงนั้นถูกไฟไหม้หลายครั้ง ความร้อนที่เกิดขึ้นมันทำลายหลักฐานต่างๆ ทำให้ยากต่อการตรวจ DNA นอกจากความร้อนแล้ว เวลายังทำลายอีกด้วย แต่คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาชี้ชัดอีกครั้ง อย่างไรก็ดี เราพร้อมที่จะให้หน่วยงานอื่นๆ มาช่วย ถ้าสังคมอยากได้ความกระจ่าง

เปิดสาเหตุชัดๆ ทำไมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ร่วมไขคดีที่อุดรธานี

เพื่อความกระจ่างในการตรวจ DNA กระดูก และเหตุใดสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้ามาช่วยเหลือ ทีมข่าวฯ ได้เดินทางไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อขอความรู้กับ พ.ต.ท.สุพจน์ นาคเงินทอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเครือข่ายนิติวิทยาศาสตร์แห่งเอเชีย ซึ่งให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเล่าเรื่องศูนย์คนหายที่อยู่ภายใต้การดูแลให้ฟังด้วย

ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เผยว่า ปัจจุบัน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำงานภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม 2558 ปกติแล้วเวลาคนหาย ญาติก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แต่เมื่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีบังคับใช้ ทำให้เราได้ทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างบูรณาการ โดยการช่วยคดีจะแบ่งออกเป็นส่วนๆ คือ ถ้าเป็นคนหาย ผู้ที่มีหน้าที่ช่วยเหลือติดตามก็คือ ตำรวจ และมูลนิธิกระจกเงา คนนิรนาม กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะเป็นคนรวบรวม ส่วน ศพนิรนาม จะมีสถาบันนิติเวช ของ สตช. และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกันโดยมี สถาบันนิติเวช เป็นเจ้าภาพหลักในการออกแบบฟอร์มตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้เป็นการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยในเดือนมิถุนายนนี้จะมีการประชุมออกแบบหลักเกณฑ์ในการทำงานร่วมกัน

หลายคนสงสัย ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำไมไม่ร่วมไขคดีทุ่งสังหารอุดรฯ พ.ต.ท.สุพจน์ อธิบายว่า หากดูที่หลักเกณฑ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ในข้อ 4 จะระบุว่า การดำเนินการตามระเบียบนี้ต้องไม่กระทบต่อการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้นระหว่างที่เขาทำงานเราจะไม่กระทบกระเทือน จากนั้นให้ไปดูข้อ 16 ระบุว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับแจ้งว่ามีการพบศพนิรนาม ให้หน่วยงานรัฐนั้นแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้พนักงานทราบโดยเร็ว ซึ่งตรงนี้แปลว่าหากเขาดำเนินการเสร็จแล้ว เขาก็จะส่งข้อมูลส่วนนี้มาให้

อย่างไรก็ดี หากเมื่อดูข้อ 17 ที่ระบุว่า กรณีที่หน่วยงานรัฐใดไม่สามารถระบุได้ว่าศพนิรนามเป็นบุคคลใด หรือ ศพนิรนามต้องทำการตรวจพิสูจน์จำนวนมาก หน่วยงานรัฐนั้นอาจร้องขอให้สำนักงานเป็นผู้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ศพนิรนามดังกล่าวก็ได้ แปลง่ายๆ คือ ถ้าเขามีงานมาก เขาสามารถร้องขอให้เรามาช่วยได้ นี่คือสาเหตุทั้งหมดว่าทำไม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่เข้าไปช่วยในคดีที่อุดรธานี

“ผมเองได้โทรหา พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งก็อยู่ในชุดที่ทำงานร่วมกัน โดยบอกว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอก นอกจากนี้ ยังได้โทรไปหา พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่คุมคดีนี้ โดยบอกว่าเราไม่มีข้อแม้ พร้อมจะช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ได้มีการร้องขอมา จึงเชื่อว่าเขายังสามารถทำไหว” ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าว

เปิดขั้นตอนตรวจสอบที่เกิดเหตุที่ถูกต้อง

เมื่อถึงตรงนี้ ทีมข่าวฯ จึงถามว่า ขั้นตอนการตรวจสอบที่เกิดเหตุที่ถูกต้องควรจะเป็นเช่นไร พ.ต.อ.สุพจน์ กล่าวว่า เริ่มต้นด้วยการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นเข้าสู่กระบวนการ searching เดินค้นหาวัตถุพยาน เพื่อกั้นขอบเขตไม่ให้กระทบกับวัตถุพยาน จากนั้นก็ออกหาอีกรอบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นร่างหรือโครงกระดูก อาจจะเป็นไฟแช็คก็ได้ มีคราบน้ำมัน กระสุนปืน หรือต้องขุดหรือไม่ ถ้าบางชิ้นอาจจะถูกฝังอยู่ การตรวจพื้นที่แบบนี้ควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นเราถึงต้องตั้งหน่วย ที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีการเทรนเรื่องพวกนี้ ดังนั้นเราจึงได้ทางประเทศอาร์เจนตินามาสอนให้ โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาสอนเรา

ตรวจ DNA ในกระดูก เรื่องยาก ยิ่งถูกเผาด้วยความร้อนสูง ยิ่งมหาหิน!

ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยอมรับว่า การตรวจ DNA ในกระดูก เป็นอะไรที่ยุ่งยากมาก บางครั้งตรวจ 1 ชั้น ไม่เจอ ก็ต้องหาชิ้นใหม่ แล้วยิ่งถูกเผาไหม้ ก็ยิ่งจะยากขึ้นอีก ที่สำคัญในคดีของอุดรธานี มีการเผา 2 รอบ โดยเผานั่งยาง 1 รอบ แถมมีไฟป่าอีก หากเราทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ และพบว่าไม่สามารถตรวจเจอเหมือนกัน ก็จะทำให้ประชาชนไม่เกิดความรู้สึกแคลงใจกัน ทั้งนี้ในยุคของตน อยากจะทำงานร่วมกัน ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกขบกันอย่างที่ผ่านมา 

“การถูกเผาในความร้อนสูง เช่น เมรุเผาศพ นับพันองศา โอกาสตรวจเจอแทบไม่มี ขณะที่การเผานั่งยางนั้น เราก็ไม่รู้ว่าเผากันยังไง ความร้อนขนาดไหน แล้วการนั่งยางเผาไหม้หมดหรือเปล่า เพราะมีกระดูกหลายส่วนใหญ่ๆ เช่น เชิงกราน เผาได้จริงหรือไม่ หรือ นำไปฝัง ที่ผ่านมาเคยมีคนนำกระดูกจากการเผาในเมรุมาตรวจ ปรากฏว่า ตรวจไม่ได้ เพราะร้อนมาก เผาทำลาย DNA ไปหมด” พ.ต.อ.สุพจน์ กล่าวและว่า แต่การเผานั่งยาง ใช่ว่ามันจะมีมาตรฐาน เพราะคนที่ลงมือก่อเหตุ เผาแล้วไป ก็แบบหนึ่ง แต่บางคนอาจจะเผาแล้วรอไปเรื่อยๆ ไฟใกล้ดับก็เผาใหม่ ดังนั้นจะตรวจเจอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเหลืออยู่เท่าไหร่...

เปิดตัวเลขคนหาย ศพนิรนาม รัฐอำนวยความสะดวก เปิดแอพฯ ให้แจ้ง

สำหรับข้อมูลคนหายในรอบปี ตั้งแต่ 29 เม.ย.58 - 29 เม.ย.59 ปรากฏว่า มีคนหายทั้งสิ้น 38 ราย โดยรับแจ้งจาก 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 12 ราย พนักงานสอบสวน 19 ราย และยุติธรรมจังหวัด 7 ราย ส่วนในรอบ 10 ปี จ.อุดรธานี รับแจ้งคนหาย 2 ราย ประกอบด้วย นายทวี ยางขันธ์ แจ้งหายเมื่อวันที่ 22 ต.ค.50 และนายประจัด แสงภักดี แจ้งวันที่ 19 เม.ย.59 และจากการตรวจสอบรายชื่อผู้คนหายตามข่าวนั่งยาง จ.อุดรธานี พบว่ามีผู้เคยมาแจ้งกับ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 1 ราย คือ นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เก็บ DNA แล้ว

ส่วนให้ตรวจสอบศพปี 2558 มีการแจ้งศพจำนวน 300 ศพ ค้นหาว่าเป็นใครได้สำเร็จ 154 ราย ส่วนคนหายรับแจ้ง 30 ตรวจพบ 12 ราย ซึ่งถึงว่าวันนี้ได้ดำเนินการมาแล้ว 12 ปี มีศพที่ยังค้นหาไม่ได้ว่าเป็นใครกว่า 700 ราย โดยเก็บไว้ที่สุสานนครนายก 300 ศพ และเก็บที่สถาบัน ซึ่งเป็นโครงกระดูก 400 ราย ซึ่งศพเหล่านี้จะถูกเก็บ 20 ปี จนกว่าคดีจะหมดอายุความ

ที่ผ่านมา ทางสถาบันมีการเปิดรับตรวจสอบคนสูญหาย และตรวจศพนิรนาม โดยจะมีหน่วยงานภาครัฐช่วยส่งเรื่องเข้ามา เช่น ยุติธรรมจังหวัด ภาคเอกชน อย่างมูลนิธิกระจกเงา หรือแม้แต่คนที่เดินเข้ามาหา เราก็จะรับแจ้ง ส่วนขั้นตอนเริ่มต้นด้วยการซักถามรูปพรรณสัณฐาน เอกลักษณ์บุคคล ตำหนิต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการตรวจพิสูจน์ศพ คือ กลุ่มนิติพยาธิ เมื่อส่งศพเข้ามาก็มีกระบวนการเหมือนกัน เพื่อนำข้อมูลของคนหายและศพมาตรวจสอบ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกใส่ในฐานข้อมูลคนหายและศพ

ต่อมา รัฐบาลได้คิดที่จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการแจ้งคนหาย หากได้แจ้งตำรวจ และศูนย์ดำรงธรรมแล้ว ก็สามาถแจ้งมาได้ที่ APP Spond ซึ่งดูแลโดยศูนย์ดำรงธรรม หากแจ้งแล้วก็สื่อสารกับเราได้.

• สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ยังเป็นเรื่อง ฉงน ว่าเหตุใด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุดจับ หมู่ 3 บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถึงพบเป็นพื้นที่ “มรณะ” จุดปลิดชีพด้วยวิธีสุดโหดของหลายชีวิต นั่นก็คือการ “เผานั่งยาง”... 1 พ.ค. 2559 13:49 2 พ.ค. 2559 03:33 ไทยรัฐ