วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สตม.รวบหัวหน้าแก๊ง กลุ่มทุน 'ยากูซ่า' หนีกบดานในไทย

สตม.รวบหัวหน้าแก๊ง กลุ่มทุน 'ยากูซ่า' หนีกบดานในไทย

  • Share:

สตม.รวบหนุ่มญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊งกลุ่มทุน มีพฤติกรรมฉ้อโกง กรรโชกทรัพย์เหยื่อ เพื่อหาเงินมาสนับสนุนแก๊งยากูซ่า 'ยามากูจิ' หนีจับกุม กบดานในไทย ประสานส่งตัวกลับดำเนินคดีในญี่ปุ่น ...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่หน้านิติบุคคลอาคารชุด เบ็ล อเวนิว 1 อาคาร ดี แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายชูเฮอิ โยชิซาว่า สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 34 ปี หัวหน้ากลุ่มทุนสนับสนุนแก๊งยากูซ่า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเมืองโกเบะ ประเทศญี่ปุ่น ฐานความผิดฉ้อโกงโดยใช้เครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 9 ก.พ. 2559 โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในซอยประชาสงเคราะห์ 1 แขวงและเขตดินแดง เมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่าน

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น ให้ช่วยติดตามจับกุมตัว นายชูเฮอิ โยชิซาว่า หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มทุนใหญ่ ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินกับแก๊งยากูซ่า “ยามากูจิ” ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากร ที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยนายชูเฮอิ โยชิซาว่า เป็นประธานบริษัท ซึ่งรับปรึกษาด้านการลงทุน มีสาขาหลายแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่มีพฤติการณ์เป็นองค์กรอาชญากรรมหาเงินโดยผิดกฎหมาย โดยจะใช้ผู้ร่วมขบวนการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขู่กรรโชกทรัพย์ ฉ้อโกงเหยื่อ ด้วยวิธีต่างๆ ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีถึงรายละ 1 ล้านเยน นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์ร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งทางตำรวจญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิด ห้วงระยะเวลาประมาณ 1 ปี มีผู้เสียหายจากองค์กรอาชญากรรมของนายชูเฮอิ กว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านเยน หรือประมาณ 180 ล้านบาท

โดยเมื่อประมาณกลางเดือนมีนาคม 2558 ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโอซาก้า ได้มีการปิดล้อมสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ จนสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมแก๊งได้จำนวน 25 ราย ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสมาชิกแก๊ง ยามากูจิ แต่ขณะเข้าจับกุม นายชูเฮอิ สามารถหลบหนีไปได้ และได้เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มี.ค.58 ต่อมาทางการญี่ปุ่นได้รวบรวมหลักฐานจนสาวไปถึงตัวนายชูเฮอิ ว่าเป็นหัวหน้าขบวนการนี้ จึงได้อนุมัติหมายจับ และแจ้งมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยติดตามจับกุม

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่า สำหรับนายชูเฮอิ นั้นก่อนหน้าทางการญี่ปุ่นจะออกหมายจับ พบว่านายชูเฮอิ เดินทางเข้าออกประเทศไทย จำนวน 45 ครั้ง ในฐานะนักท่องเที่ยว ต่อมาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา 1 ปี เพื่ออุปการะภรรยาคนไทย โดยมีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงที่อยู่จำนวนหลายครั้ง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และจากการสืบสวนทราบว่า นายชูเฮอิ มีที่พักอยู่ภายในอาคารชุดแห่งหนึ่ง และมักจะเที่ยวตามสถานบันเทิงย่าน อาร์ซีเอ เป็นประจำ จึงติดตามพฤติกรรม จนเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา พบนายชูเฮอิ และภรรยา ขับรถยนต์คันเป้าหมาย มาตามถนนพระรามเก้า ซึ่งในลักษณะระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ก่อนรู้ตัวว่าถูกติดตาม จึงจอดรถและวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ติดตาม จับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา ซึ่งขณะจับกุม นายชูเฮอิ ขัดขืนตลอดเวลา จนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย หลังจากนั้นได้นำตัวมาตรวจค้นที่ห้องพักภายในอาคารดังกล่าว

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจาการตรวจค้นพบ พาสปอร์ต ที่ทางสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้ยกเลิกการใช้แล้ว ซึ่งมีการประสานงานมาทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทำการเพิกถอน เนื่องจากนายชูเฮอิ มีหมายจับของเมืองโกเบะ จังหวัดโยโกะ ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมี เรด โนทิส อินเตอร์โพล ด้วย จึงเพิกถอนตามระเบียบเป็นบุคคลที่ต่างประเทศได้ออกหมายจับ ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อสังคม หลังจากนี้ จะได้ประสานทางการญี่ปุ่น นำตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดี และหากสืบทราบว่ามีผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทย หรือผู้ใดมีส่วนร่วมกับขบวนการดังกล่าว ก็จะดำเนินการติดตามจับกุม มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้