วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Startup จะรอดกี่เปอร์เซ็นต์

วงนี้ Startup กำลังฟินสุดๆรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ ฝันหวานจะสร้าง เศรษฐีรุ่นใหม่ เกิดขึ้นจำนวนมากภายในเวลา 2 ปี เพื่อเป็น เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ แทนที่เครื่องยนต์อุตสาหกรรม และเกษตรกรรมแบบเดิมๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ยุค Thailand 4.0 เติบโตบนฐานเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การสนับสนุนให้เกิด Startup เป็นเรื่องที่ดีมาก ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ยิ่งมีสตาร์ตอัพมากก็ยิ่งดี แต่ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดของ Startup ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งคิดขึ้นเป็นครั้งแรก

สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพจัดงาน Startup Thailand 2016 ขึ้นที่ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ มีบริษัทสตาร์ตอัพหน้าเก่า และหน้าใหม่ไปร่วมงานกันคับคั่งราว 200 บริษัท เพราะไปฟรี คุณพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แถลงว่า รัฐมีนโยบายจะส่งเสริมสตาร์ตอัพให้เกิดขึ้นใหม่ 4,000-5,000 ราย ในสิ้นปี 2559 และถึงระดับ 10,000 รายในปี 2560 เพื่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจประมาณ 100,000 ล้านบาทในปีหน้า

รัฐมนตรีพิเชฐ บอกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการสตาร์ตอัพในไทย 1,000-2,000 บริษัท กระทรวงมีแผนผลักดัน สร้างเขตชุมชนสตาร์ตอัพใหม่ 2 แห่งในปีนี้ ใน ย่านสยามสแควร์ และ ย่านถนนนิมมานเหมินท์ เชียงใหม่ คาดว่าในปีนี้จะมีชุมชนสตาร์ตอัพของภาครัฐ 4 แห่ง ภาคเอกชน 4 แห่ง และมีแผนร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อจัดทำศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัพใหม่ 20-30 แห่งในปีนี้ด้วย

ความจริงธุรกิจ Startup เป็นความใฝ่ฝันของ คนรุ่นใหม่ ในไทย และทั่วโลกมานานแล้ว หลังจากที่ได้เห็น Startup อย่าง Facebook, Instagram, Amazon, eBay, Uber, Grab ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้คนหนุ่มสาววัยต่ำกว่า 30 วัยต่ำกว่า 40 กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลกกันมากมาย แต่ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในล้านหรือหลายล้าน ไม่ใช่ Startup ทุกคนจะประสบความสำเร็จร่ำรวยเป็นเศรษฐี แต่ Startup ที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ คือ แรงบันดาลใจ ที่ทำให้ คนรุ่นใหม่ ใฝ่ฝันอยากจะเป็น Startup ที่ประสบความสำเร็จบ้าง

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องการค้าปลีก ได้พูดถึงธุรกิจ Startup ว่า เป็นธุรกิจที่ถูกจำกัดด้วยเวลา มีความเสี่ยงสูง 90 เปอร์เซ็นต์ของ Startup มักจะจบลงด้วยความล้มเหลว มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยู่รอด และมีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ที่มีโอกาสเติบโตสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลก

ดร.ฉัตรชัย บอกว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ Startup แตกต่างจาก SME ก็คือ โมเดลธุรกิจ ซึ่งโมเดลธุรกิจของ Startup จะต้องออกแบบให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แบบก้าวกระโดด ไม่ใช่หมายถึง ธุรกิจเปิดใหม่ หรือ ธุรกิจเริ่มต้น หรือ SME Startup

ผมฟัง ดร.พิเชฐ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประกาศจะสร้าง Startup ใหม่ 4,000-5,000 รายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 10,000 รายในปีหน้า คิดเป็นมูลค่า 100,000 ล้านบาท แล้วก็งงๆ Startup ไทยแลนด์ ทำไมสร้างกันง่ายดายปานนี้ ถ้า Startup สร้างกันง่ายขนาดนี้ ประเทศ ไทยมีหวังเป็น Super Country ไปแล้ว แต่สตาร์ตอัพจริงๆ ไม่ได้สร้างได้ง่ายดายเป็นพันรายหมื่นรายภายในเวลาสองปีอย่างที่คิด

สตาร์ตอัพมีทั้ง Tech Startup ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก Non Tech Startup ที่ไม่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ไม่ว่าสตาร์ตอัพแบบไหน ก็มีความเสี่ยงเรื่องกำไรขาดทุนเหมือนธุรกิจทั่วไป สตาร์ตอัพจึงกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ยาก ต้องไปหาเงินทุนจาก VC หรือ Venture Capital ธุรกิจเงินร่วมลงทุน ที่รับความเสี่ยงสูงได้

สตาร์ตอัพไทย ที่ประสบความสำเร็จยังมีน้อยมากในงาน ไทยแลนด์ สตาร์ตอัพ 2016 จึงเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น ทรู เอไอเอส ดีแทค ไปออกบูธเปิดรับ สตาร์ตอัพหน้าใหม่ กันใหญ่โต ก็ถือเป็น โอกาสทอง ของ สตาร์ตอัพหน้าใหม่ ที่จะได้มีโอกาสแสวงหาเงินทุน เพื่อแจ้งเกิดในอนาคต ขอให้ Startup ทุกท่านโชคดีครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

1 พ.ค. 2559 11:02 1 พ.ค. 2559 11:04 ไทยรัฐ