ข่าว
100 year

ไทยอันดับ 11 ถูกหลอกทางโซเชียลมีเดียสูงสุด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2559 05:01 น.
SHARE

ไทยติดอันดับ 11 ในภูมิภาคที่มีการหลอกลวงทางโซเชียลมีเดียสูงที่สุด และอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก เผยอาชญากรไซเบอร์ยุคใหม่ เหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป มีเวลาปิด–เปิดทำการ เป็นองค์กรมืออาชีพ เตือนคิดก่อนคลิก ตั้งรหัสผ่านให้คาดเดายากและหมั่นเปลี่ยน รวมทั้งอย่าเปิดเผยข้อมูลบนโซเชียลมีเดียมากเกินไป

ไซแมนเทค ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย เปิดรายงานภัยคุกคามความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ต (Internet Security Threat Report-ISTR) ฉบับที่ 21 ระบุ อาชญากรไซเบอร์ในปัจจุบัน มีการจัดตั้งองค์กรธุรกิจแบบมืออาชีพเหมือนองค์กรทั่วไป ทำให้ขยายขอบเขตได้กว้างขวางมากขึ้น ด้วยทรัพยากรและบุคลากรด้านเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ โดยองค์กรอาชญากรทางไซเบอร์ยุคใหม่ จะมีเวลาเปิดทำการตามปกติ มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเหมือนองค์กรทั่วไป

โดยในส่วนของผู้บริโภคชาวไทยนั้น ปัจจุบันเข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีการหลอกลวงทางโซเชียลมีเดียสูงอันดับที่ 11 ในภูมิภาค และอันดับที่ 52 ของโลก โดยพบว่าประเทศไทยถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ราว 5,090 ครั้งในช่วงปี 2558 หรือโดยเฉลี่ย 14 ครั้งต่อวัน

ไซแมนเทค ยังเปิดเผยด้วยว่า โดยเฉลี่ยองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี มักจะถูกโจมตีอย่างน้อย 3 ครั้งภายในหนึ่งปี โดยเฉพาะต่อปัญหาข้อมูลรั่วไหล โดยครั้งที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ด้วยสถิติการรั่วไหลของบันทึกข้อมูลราว 191 ล้านรายการแต่แน่นอนว่าหลายองค์กรเหล่านั้น เลือกที่จะไม่เปิดเผยปัญหา ทำให้คาดว่าในความเป็นจริง น่าจะมีข้อมูลรั่วไหลทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านรายการเลยทีเดียว

โดยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งต้องเตรียมรับมือต่อการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ ที่ไม่จำกัดเวลาอีกต่อไป ควรที่จะปฏิบัติตามกฎเหล็กต่อไปนี้ ได้แก่ 1.ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก และรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน สำหรับบัญชีต่างๆ รวมทั้งควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก 3 เดือน และอย่านำเอารหัสผ่านเก่า กลับมาใช้ นอกจากนั้น ยังอาจใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน เพื่อยกระดับการปกป้องข้อมูลด้วย 2.คิดก่อนคลิก เพราะการเปิดไฟล์แนบที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้มัลแวร์เข้าสู่ระบบ ห้ามดูเปิด หรือคัดลอกไฟล์แนบอีเมล นอกจากจะไว้ใจผู้ส่ง

3.ปกป้องตนเอง ด้วยการใช้โซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต ที่ประกอบด้วยการป้องกันไวรัสไฟร์วอลล์ การปกป้องเบราว์เซอร์ และการป้องกันภัยคุกคามทางออนไลน์ 4.ระวังการล่อหลอกโดยอาศัยความกลัว จากซอฟต์แวร์ที่อ้างว่าเป็นซอฟต์แวร์ฟรี ซอฟต์แวร์เถื่อน หรือซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจส่งผลให้อุปกรณ์ติดเชื้อมัลแวร์ รวมทั้งการพยายามล่อลวงให้คิดว่าคอมพิวเตอร์ติดเชื้อ และกระตุ้นให้ซื้อซอฟต์แวร์ที่ไม่มีประโยชน์หรือจ่ายเงินให้แก่คนร้ายโดยตรง เพื่อให้ลบมัลแวร์ออกจากเครื่อง และ 5.ปกป้องข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลที่แชร์ทางออนไลน์ จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการโจมตี จึงควรจำกัดจำนวนข้อมูลส่วนตัว ที่เปิดเผยผ่านเครือข่ายโซเชียลและทางออนไลน์ รวมถึงข้อมูลล็อกอิน วันเกิด และชื่อสัตว์เลี้ยง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความไซเบอร์เน็ตโซเชียลมีเดียอาชญากรไซเบอร์ไซแมนเทคประเทศไทยมัลแวร์เรียกค่าไถ่โจรกรรมข้อมูลคอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้