วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไปร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี สัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์

ไปร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี สัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์

  • Share:

ก่อนหน้าเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา “ฤทธิ์ ศิษย์ซูม” ทีมงานซอกแซก มีโอกาสไป ร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ ที่เมืองเวลลิงตัน เมืองหลวงประเทศนิวซีแลนด์

ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะคุ้นเคยเมืองท่องเที่ยวอย่างเมืองโอ๊คแลนด์ ทางเกาะเหนือ และเมืองไครสต์เชิร์ช ทางเกาะใต้ที่เพิ่งเกิดแผ่นดินไหวเมื่อไม่กี่ปีนี้มากกว่า

ส่วนเมืองหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่ตอนปลายสุดของเกาะเหนือ เป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาล และได้รับสมญาว่าเป็น Windy city หรือเมืองแห่งสายลม เป็นเมืองท่าเชื่อมระหว่างเกาะเหนือกับเกาะใต้ ถูกคั่นกลางด้วยช่องแคบคุก จึงมีกระแส
ลมแรงตลอดทั้งปี

ดังนั้น ใครอยากพิสูจน์ว่าเดินตัวปลิวเป็นอย่างไร สมควรอย่างยิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองนี้

ในส่วนของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง สองประเทศ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค.2499 โดยท่านทูตคนแรกที่ถูกส่งไปดำรงตำแหน่งคือ ท่านทูต กนต์ธีร์ ศุภมงคล

จนกระทั่งถึงคนล่าสุดคือท่านทูต มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานฉลอง 5 รอบ หรืองานครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ ขึ้นดังกล่าว

ด้วยการนำ “โขน” จากกระทรวงวัฒนธรรม ไปจัดแสดงที่ เซนต์ เจมส์ เธียร์เตอร์ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. จนได้รับเสียงปรบมือลั่นโรงละครแล้วต่อด้วยการจัดงาน “ไทยเฟสติวัล” บริเวณ Odlins Plaza ใกล้พิพิธภัณฑ์เทปาป้า ที่อยู่ใจกลางเมือง เมื่อวันที่ 9-10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนาง เซลล่า เวด บราวน์ นายกเทศมนตรีกรุงเวลลิงตัน ให้เกียรติเปิดงาน

บรรยากาศภายในงานทางกระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมคนไทยในเวลลิงตัน จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงรำ 4 ภาค อาทิ ฟ้อนดอกไม้ทิพย์ล้านนา ระบำผีตาโขน ฟ้อนภูไทสามเผ่า ฟ้อนกลองยาว เซิ้งบั้งไฟ ฯลฯ ที่หาดูได้ยาก และการแสดงโขนชุดเล็ก ที่ฝรั่งมังค่าติดอกติดใจในอรรถรส

แต่ไฮไลต์ที่ชาวนิวซีแลนด์รุมล้อมแน่นขนัดกันตลอดทั้งวัน หนีไม่พ้นบูธการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย ที่คุณ รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท. สนง.ซิดนีย์ จัดเต็ม นำการแกะเทียนพรรษา แกะเทียนหอมรูปดอกไม้ ปั๊มพิมพ์ขี้ผึ้งลายเทพพนม จาก จ.อุบลราชธานี และบายศรีชุดใหญ่จาก จ.นครพนม มาตั้งโชว์

ส่วนหน้าบูธ ททท.ได้ตั้งโต๊ะให้ทำกิจกรรมเวิร์กช็อป หัดแกะเทียน หัดปั๊มพิมพ์ขี้ผึ้ง และหัดทำบายศรีชุดเล็ก แก่บรรดามือสมัครเล่นกันอย่างสนุกสนาน สวยบ้าง ไม่สวยบ้างตามฝีไม้ลายมือ แถมเมื่อทำเสร็จยังให้ทุกคนนำผลงานกลับบ้านเป็นที่ระลึก

อีกโซนที่นักชิมไม่พลาดด้วยประการทั้งปวงคือ บูธขายอาหารไทยประเภท จานด่วน ที่ลูกค้าเข้าคิวโซ้ยกันแน่นทุกร้าน เมนูยอดนิยม ยังคงเป็น ส้มตำ ผัดไทย และสารพัดแกงเผ็ด อาทิ พะแนง เขียวหวาน ซึ่งทุกเมนูขายดิบขายดี หมดเกลี้ยงภายในพริบตา

ทำเอาท่านทูตมาริษที่เดินทักทายทุกบูธถึงกับเป็นปลื้ม รอยยิ้มเต็มใบหน้า กล่าวด้วยความปลื้มใจกับทีมงานซอกแซกว่า ไทยเป็นประเทศแรกๆในทวีปเอเชียที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนิวซีแลนด์ จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 60 ปี

เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ จึงนำโขนมาจัดแสดง และจัดงานไทยเฟสติวัลขึ้น โดยจุดประสงค์หลักของงานไทยเฟสติวัล ต้องการขายความเป็นไทยให้ชาวนิวซีแลนด์เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม

ที่สำคัญ ยังเชิญมูลนิธิเพื่อสังคมของนิวซีแลนด์ คือ “สตาร์แจม” กับ “เวลลิงตัน ฮอสพิทัล ฟาวเดชั่น” ร่วมออกบูธ เพื่อส่งสัญญาณว่า ชุมชนไทยเข้มแข็ง ไม่ได้เป็นภาระ พร้อมสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับสังคมนิวซีแลนด์

นอกจากบูธ ททท.สนง.ซิดนีย์ แล้ว ยังมีบูธอาหาร ซึ่งเมนูที่กำลังมาแรงที่สุดขณะนี้คือ พะแนงเนื้อ พะแนงหมู พะแนงปลา ส่วนเมนูยอดนิยมอื่นๆ อาทิ ผัดไทย เริ่มแผ่วลงไป เพราะมีคนรู้จักอยู่แล้ว ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน และส้มตำที่ติดตลาดอยู่แล้ว

ผลตอบรับทั้งการแสดงโขนและไทยเฟสติวัลสูงเกินคาด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หลังจากนี้คงต้องทำการบ้านว่า ในอนาคตจะจัดงานในรูปแบบใด เนื่องจากมีกระแสเรียกร้องให้จัดอย่างต่อเนื่อง

เบื้องหลังความสำเร็จอีกคนคือ นาง รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท.สนง.ซิดนีย์ ในฐานะที่รับผิดชอบประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ หมู่เกาะเอเชียแปซิฟิก ที่สวมบทนางกวักเรียกนักท่องเที่ยวประจำบูธ ททท.

เพราะนอกจากกิจกรรมเวิร์กช็อปแกะเทียน กับปั๊มพิมพ์ขี้ผึ้งลายเทพพนมแล้ว ยังมีโบรชัวร์แนะนำแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลและภูเขามาแจกให้ผู้สนใจเข้าชมงาน

ทีมงานซอกแซกอดทึ่งไม่ได้กับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ ผอ.รุจิรัศมิ์ เล่าให้ฟังว่า ในรอบปี 2558 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางไปเที่ยวเมืองไทย จำนวน 805,946 คน สร้างรายได้จำนวน 63,441 ล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ไปเที่ยวเมืองไทย มีจำนวน 112,314 คน สร้างรายได้จำนวน 7,378 ล้านบาท

ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพรายได้สูง เน้นการพักผ่อน กิน ดื่ม โดยสถานที่ยอดนิยมมักเน้นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เขาหลัก จ.พังงา ส่วนภาคเหนือเน้นท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคู่รักที่นิยมไปจัดแต่งงาน ตามชายหาดบ้านเรา สนนราคาแพ็กเกจประมาณ 2 แสนบาท ต่างจากการจัดที่บ้านเขาที่สนนราคาสูงลิ่วเกินหลักล้านบาท

เช่นเดียวกับกระแสฮิตทำ “ศัลยกรรมความงาม” ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ยังมาแรงไม่เลิก ถือเป็นลูกค้าหลักอีกตลาดที่โกยเงินเข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำ

ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกความดีความชอบให้ท่านทูตมาริษ และท่าน ผอ.รุจิรัศมิ์แห่ง ททท.ซิดนีย์ ที่ช่วยกันปลุกปั้นให้งานไทยเฟสติวัลแจ้งเกิดบนแผ่นดินกีวีไปเรียบร้อยแล้ว และยังทำให้คนไทยในเมืองเวลลิงตันมีความ รู้สึกสำนึกรักบ้านเกิดกันถ้วนหน้า.

“ฤทธิ์ ศิษย์ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้