วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


สนามพระ 01/05/59

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.

ธรรมะ สนามพระวิภาวดี ประจำวันแรงงาน 1 พ.ค.2559 เป็นเรื่อง “วัดภายใน” ซึ่ง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เคยรับสั่งสอน ถึงการ สร้างวัด ว่า “จะมีวัด ท่านก็ต้องสร้างกุฏิ วิหาร ต้องนิมนต์พระมาอยู่ และบำรุงวัดด้วยจตุปัจจัย ส่วนวัดที่อยู่ในใจ ก็ต้องสร้างเหมือนกัน จะให้พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาตั้งอยู่ในใจ โดยไม่ต้องสร้างนั้นไม่ได้”.....

คำสอนนี้ ข้าพเจ้าชอบมากส์ เพราะให้สติคนที่ชอบสร้างวัด ว่าต่อให้สร้างโครมๆ แต่ใจไม่ได้มีพระพุทธพระธรรมสถิตอยู่เลย ซึ่งไร้ค่า --สู้คนที่ไม่ต้องไปสร้างวัดแข่งกัน อวดกันว่าใครใหญ่กว่า แต่มีวัด คือมีพระในใจก็ไม่ได้.....

ส่วน พระเครื่อง วันนี้ ทุกองค์กำเนิดมาจาก วัดภายนอก คือสถานที่เป็นต้นกำเนิดในการจัดสร้างพระเครื่อง และเมื่อสำเร็จแล้ว ถ้าอัญเชิญมาอยู่ที่วัดภายใน (ใจ) เพื่อให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ถือว่า วิเศษสุด.....

องค์แรกคือ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งขอตอบ คำถามสนามพระ ก่อนว่า ทำไมบางวัดเรียกว่า “พระอารามหลวง” ต่างกันยังไงกับวัดที่ไม่มีคำว่าพระอารามหลวง.....

พระอารามหลวง หมายถึงวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง หรือทรงรับไว้เป็นวัดของพระราชวงศ์ หรือเป็นวัดที่ทรงอุปถัมภ์ แต่ละวัดมีระดับความสำคัญแตกต่างกันไป 3 ชั้นคือ วัดชั้นเอก มีระดับราชวรมหาวิหาร ราชวรวิหารและวรมหาวิหาร วัดชั้นโท แบ่งเหมือนกัน ส่วน วัดชั้นตรี แบ่งเป็นระดับราชวรวิหาร วรวิหาร สามัญ--การแบ่งระดับ วัดหลวง นี้มีมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2457.....

สำหรับ วัดระฆังฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีอยู่ 3 วัด คือวัดระฆังฯ วัดกัลยาณมิตร และวัดจักรวรรดิราชาวาส.....

กลับมาถึง พระสมเด็จ วัดระฆังฯ องค์นี้ เห็นแล้วบอกได้เรยย์ว่า ฝั่งเดียว ดูง่าย ไร้ปัญหา พิมพ์ชัด เนื้อใช่ เจ้าของคือ เสี่ยอภิลักษณ์ มาสกุล บ.ราชาผลไม้แปรรูป ซึ่งมีพระแบบนี้ อยากแปรเป็นเงินสดเมื่อไหร่ ก็ได้ทันที ได้เยอะด้วย.....

อีกองค์ เป็นพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส องค์นี้เป็น พระกรุเก่า ท่ีสภาพความสมบูรณ์ดีเยี่ยม ดูพิมพ์ก็ติดชัด ฟอร์มทรงก็สมส่วน เส้นสายได้อารมณ์ศิลป์ คราบฝ้ารากรุเกาะแน่น มีน้ำมีนวลตามอายุอย่างเป็นธรรมชาติ.....

จากประสบการณ์ที่เห็นพระมามาก พระดีมีคุณค่าแบบนี้ องค์จริงมักสวยกว่ารูป ใครอยากดูไปหา กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา บนศูนย์พระเครื่องพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วานได้ ว่าจริงไหม แล้วมา เล่าให้ฟังด้วย .....

วันนี้ พระสมเด็จมาถึง 3 องค์ ต่อด้วย พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดใหม่อมตรส ของ กำนันมานะ เหมือนกัน เป็นพระดีมีคุณภาพพอกัน เลยจัดมาให้ดูให้สะใจ ไม่มีกั๊ก.....

ต่อด้วย เหรียญหลวงปู่นาค เนื้อเงิน รุ่นแรก วัดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระอมตะเถราจารย์ของชาวหัวหิน.....

ท่านเป็นชาวบ้านลัดโพธิ์ อ.คลองกระแชง จ.เพชรบุรี เรียนวิชาพุทธาคมกับ หลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง หลวงพ่อเอี่ยม วัดด่าน หลวงพ่อภู วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อสุก วัดหลังป้อม ซึ่งล้วนเป็นพระอมตะเถราจารย์แห่งภาคตะวันตก จึงมีชื่อเสียงด้านวิชาพุทธาคมสูงส่ง และเป็นพระร่วมสมัย หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ .....

หลวงพ่อตาด ได้ชื่อเป็นพระอาจารย์ของรัชกาลที่ 6 เพราะทรงโปรดให้ท่านเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง “พระสมเด็จมฤคทายวัน หลังประทับยันต์ ตรีนิสิงเห” เพื่อพระราชทานข้าราชบริพาร.....

พระมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่องลือ มีชื่อชั้นเป็นพระสมเด็จยอดนิยม ราคาหลักหมื่น ถึงหลักแสน มีผู้แสวงหากันมาก.....

ส่วน เหรียญทรงเสมารูปจำลอง ครึ่งองค์ รุ่นแรก อย่างองค์นี้ เป็นอีกเหรียญพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมหมายเลข 1 ของชาวหัวหิน และเป็นแถวหน้าของวงการ เชื่อกันว่า พระครูประสิทธิ์สมนการ วัดจักรวรรดิ ซึ่งเป็นลูกศิษย์สร้างถวาย คราวท่านได้รับสมณศักดิ์ ที่ พระครูวิรินธิการี--อันนี้สวยระดับเหรียญแชมป์ เจ้าของอยู่ ม.ราชภัฏสวนดุสิต หัวหิน.....

ต่อด้วย ของหาดูยากจาก เสี่ยเพชร ท่าพระจันทร์ ซึ่งอุตส่าห์สืบเสาะ หาประวัติและหลักฐานมาประกอบ และเขียนลงในหนังสือ อนุรักษ์ ฉบับล่าสุด.....

คือ โถน้ำพระพุทธมนต์ เนื้อสำริด วัดราชบพิธ พ.ศ.2458.....

โถน้ำพระพุทธมนต์ องค์นี้ แรกได้มาก็แปลกใจ ว่า ใช่ไม่ใช่ เพราะดูเนื้อก็เก่า ดูศิลป์ก็เก่า แต่ดันมี จารึก ว่า “ที่ระฤกงานพระราชพิธีเจริญพระพุทธมนต์ วัดราชบพิธราชมหาวิหาร วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๘.....

เพราะมัวแต่ไปคิดว่า การใช้วันที่ 1 ม.ค.เป็น วันปีใหม่ ไทย เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2484 ดังนั้น โถน้ำมนต์ ที่จารว่า สร้าง พ.ศ.2458 จึงไม่น่าใช่ เพราะ พ.ศ.นั้น ต้องใช้ 1 เมษายน ถึงจะถูก .....

แต่ปรากฏว่า เมื่อหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ด้วยความสงสัย ก็ร้องอ๋อ ว่า การสร้างขึ้นเมื่อ 1 มกราคม 2458 นั้น น่าจะหมายถึงสร้างใน วันคล้ายวันพระราชสมภพของ ร.6 ไม่ได้หมายถึง วันปีใหม่ แต่อย่างใด.....

ก็เลยกลายเป็นว่าเจอ โถน้ำพระพุทธมนต์ชิ้นสำคัญ เข้าแล้ว--สนใจหาอ่านรายละเอียดกว่านี้ได้ใน อนุรักษ์ ซึ่งน่าจะยังมีตามแผง หรือสอบถามที่ 0-2509-0044.....

อีกองค์ เสี่ยเทพ มณเฑียร ส่งมายืนยันว่า กำลังกลับ คือ สุริยันจันทรา จตุคามรามเทพ พิมพ์เล็ก เนื้อไม้น้ำตาลปัดทอง ศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช.....

ยุคของ จตุคามรามเทพ แจ้งเกิด เพราะความโด่งดังของ จตุคามรามเทพ รุ่นแรกปี 2530 ซึ่งอยู่ในวัตถุมงคล ชุดศาลหลักเมืองนครศรีฯ ซึ่งสร้างกระแสนิยมถล่มทลาย จนใครๆก็แห่กันสร้างมากเข้า ไม่มีลิมิต เลยแห่กันพัง แต่รุ่นปี 2530 ยังดังอยู่.....

เพราะจัดสร้างเป็นพิธีใหญ่ ขลัง ในโอกาสประกอบพิธีเบิกเนตรหลักเมืองศรีวิชัย 12 นักษัตร เมื่อปี พ.ศ.2530 ซึ่งประกอบพิธีปลุกเสกกลางมหาสมุทร กลางทุ่งนา กลางทะเลลึก และบนภูเขา จึงครบ 3 ภูมิคือ ดิน น้ำ ฟ้า โดยมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช และ พ.ต.อ.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ประกอบพิธีอัญเชิญ องค์จตุคามรามเทพ และ ดวงตราพญาราหู ตราศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรทะเลใต้...มาประดิษฐ์ไว้ในพระผงสุริยันจันทรา.....

พิธีปลุกเสกมีพระเกจิอาจารย์แห่ง สำนักวัดเขาอ้อ พัทลุง ซึ่งเป็นสำนักที่มีพิธีกรรมเป็นเอกลักษณ์ เข้มขลัง.....

จตุคามรามเทพ ปี 30 มีทั้งแบบ รูปหล่อ เนื้อผง มีส่วนผสมมงคลได้แก่ ผงไม้ตะเคียนทองหลัก เมือง ปูนเปลือกหอย ปูนหิน ดินจาก 4 สังเวชนียสถาน ดิน 7 ป่าช้า แร่ 7 เหมือง ข้าวสุก 7 นา ผงกะลาตาเดียว เกสรดอกไม้ 108 ว่านมงคล 108 น้ำตาลอ้อย น้ำผึ้งหลวง กล้วย อับเพชร น้ำศักดิ์สิทธิ์ 4 บ่อ ผงอิทธิเจ น้ำมันจันทน์ เงิน ทอง และนาก.....

จัดสร้าง พิมพ์ใหญ่ 5.5 เซนติเมตร พิมพ์เล็ก 4.5 เซนติเมตร โดย อาจารย์มนตรี จันทพันธ์ เป็นผู้แกะพิมพ์ เป็นรูปวงกลมวัฏจักร ตามศิลป์ศรีวิชัย มีพญาราหูอมจันทร์ ล้อม 8 ทิศ กงจักรล้อมรอบ 12 นักษัตร ตรงกลางเป็น พระเทวราชโพธิสัตว์แห่งทะเลใต้ ด้านหลัง มียันต์หัวใจธรณี หัวใจมนุษย์ หัวใจพระคาถากำกับธาตุ.....

ขุนพันธ์ฯ กล่าวว่า รุ่นศาลหลักเมืองนครศรีฯ คือสุดยอดของความเข้มขลัง ที่ท่านไม่เคยสร้างรุ่นใดได้เหนือไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะท่านได้มอบธาตุศักดิ์สิทธิ์ทุกชนิด เช่น เหล็กไหล เหล็กหลบ เหล็กย้อย ธาตุอรหันต์ คนธรรพ์ เขี้ยวแก้ว คตต่างๆ ที่สะสมไว้ตั้งแต่หนุ่มๆ ลงไปผสมในวัตถุมงคลรุ่นนี้จนหมด.....

เพื่อให้เป็นวัตถุมงคลสุดยอดของแผ่นดิน สุดท้ายคือ เหรียญเจริญพร 2 ไตรมาส พ.ศ.2518 เนื้อทองแดง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย ระยอง ของ เสี่ยใหญ่ พีรพงศ์ สุทธรัตนกุล ร้านอะไหล่โคราช อีกหนึ่ง เหรียญหลวงปู่ทิม ยอดนิยม ที่มีจำนวนสร้างเพียง 2,589 เหรียญ ทุกเหรียญตอกโค้ด หมายเลขกำกับชัดเจน--แต่ก็มีปลอมเยอะ อย่าดูแต่โค้ดแล้วเชื่อเลย ต้องดูจุดตำหนิอื่นๆด้วย องค์นี้ก็ใช้ศึกษาเปรียบเทียบได้.....

วันนี้ลากันด้วย เรื่อง พระชวลิต ซึ่งเคยเป็นข้าราชการ พอเกษียณไม่ถึงปี ก็รู้สึกอึดอัด เพราะครอบครัวลูกชายที่มาอยู่ด้วยมีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน จึงหันหน้าเข้าวัด ฟังเทศน์ ฟังธรรม ได้พูดคุยกับพระในวัดก็หายเหงา นานเข้าจึงตัดสินใจบวช ที่วัดใหญ่ใกล้บ้าน.....

ที่วัดนี้ เจ้าอาวาสมีกฎระเบียบว่า พระทุกองค์ ต้องปฏิบัติศาสนกิจ เคร่งครัด ในพระธรรมวินัย สำรวมอิริยาบถ ออกบิณฑบาต ทำวัตร รับกิจนิมนต์ ครบ 15 วัน.....

พระชวลิต ก็ถูกกำหนดให้รับนิมนต์ ไปสวดมนต์ฉันเพล ที่บ้านโยมใกล้วัดก็เกิดประหม่า ที่ต้อง ออกงาน ครั้งแรก จึงไปปรึกษาพระ พี่เลี้ยง เรื่องขั้นตอนในการสวดมนต์ และการวางตัว พระ พี่เลี้ยงก็แนะนำให้รู้ขั้นตอน และปลอบใจว่าไม่ต้องกลัว ออกงานครั้งแรกไม่ต้องตื่นเต้น ดูอาตมาทำอะไร ก็ทำตาม สวดมนต์ไม่ได้ ก็อย่าออกเสียงดัง ทำหน้าเฉยๆไว้.....

พอถึงวันงาน พระชวลิต ก็ยังกลัว ไม่มั่นใจ จึงหยิบพระเครื่องมาอาราธนาให้ช่วย พกไปด้วย ก็ปฏิบัติกิจนิมนต์จนผ่านพ้นด้วยดี กลับมาถึงวัดด้วยความสบายใจ.....

แต่พักผ่อนได้เดี๊ยวเดียว ก็ถูกเจ้าอาวาสเรียกพบ และตำหนิว่าวางตัวไม่สำรวม พระชวลิต ก็สงสัยว่าไม่สำรวมตรงไหน เพราะทำตามพระพี่เลี้ยงบอกตลอด สวดมนต์ก็ออกเสียงเบาๆ นั่ง ยืน ฉันอาหารก็สำรวมระวังเต็มที่ จึงพนมมือถามเจ้าอาวาส ว่าผมไม่สำรวมตรงไหนครับหลวงพ่อ.....

เจ้าอาวาส บอกว่า ตัวท่านก็สำรวมดีอยู่ แต่พระเครื่องที่ท่านคล้องอยู่รอบคอนั้นดูไม่งาม พระที่ไหนทำกัน พระพี่เลี้ยงไม่ได้บอกหรือ.....

พระชวลิตจึงแก้ตัวแทนว่าพระพี่เลี้ยง บอกให้ทำตามอย่าง ผมเห็นท่านคล้องประคำรอบคอ แต่ผมไม่มีประคำ มีแต่พระเครื่อง จึงใช้คล้องคอไปแทนครับ เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่ไปทำผิด อายโยม.....

ฟัง “พระใหม่หัดรับนิมนต์” อธิบายซื่อๆ เจ้าอาวาสก็ส่ายหน้า บอกว่าจะเอาไปก็ไม่ว่า แต่คราวหน้าท่านช่วยเอาพระเครื่อง ใส่ย่าม ไว้อย่า ใส่คอ เลย เป็นพระอย่าใส่พระอาตมาขอเถอะนะอามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

30 เม.ย. 2559 09:31 30 เม.ย. 2559 09:39 ไทยรัฐ