วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


พระกริ่งพรหมมุนี

คนรักพระกริ่งรุ่นใหม่ๆ ที่เผลอขึ้นชั้นไปรัก พระกริ่งปวเรศ วัดบวรฯ ซึ่งถ้าเป็นบันได ก็ถือเป็นชั้นยอดสุด...นั้น ถ้าไม่มีบุญบารมี หรือมีเงินถังจริงๆ จะถูกหาว่าไม่เจียมกะลาหัว โทษฐานที่ไม่ขึ้นบันไดขั้นล่างๆ ขั้นพื้นฐาน คือ พระกริ่งสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ เสียก่อน

แต่กว่าจะผ่านบันไดขั้นพื้นฐาน เรียนรู้ เรื่องพระกริ่งวัดสุทัศน์ ขึ้นไปได้ ก็ใช่ว่าจะง่ายๆ

เริ่มต้นแค่...รู้จักรุ่น...รุ่นแรก เทพโมลี เรียกตามสมณศักดิ์เจ้าคุณ รุ่นสองธรรมโกษาจารย์ พรหมมุนี (รุ่นนี้ มีทั้งรุ่นเขมรน้อย รุ่นกริ่งใหญ่) รุ่นพุฒาจารย์ รุ่นวันรัต จนถึงหลายรุ่น ที่สร้างตอนท่านเป็นสมเด็จพระสังฆราช จบรุ่นสุดท้าย เชียงตุง

ทุกรุ่น ท่านสร้างตามกำลังวันบ้าง เพิ่มจำนวนตามแรงศรัทธาของศิษย์บ้าง...รวมๆกันก็แค่ราวๆ 2 พันองค์ (ไม่รวมรุ่นหน้าอินเดีย ที่แยกเป็นกรณีพิเศษอีก 4 พันองค์)

นักเล่นรุ่นใหม่ ฟังแค่ชื่อรุ่น ก็เวียนหัวตาลาย หากต้องไปเรียนรู้แต่ละรุ่น แต่ละพิมพ์ แต่ละเนื้อ การแต่งแต่ละฝีมือช่าง หาของจริงดูก็ยาก ยึดหลักตำหนิเป๊ะๆแบบเหรียญก็ไม่ได้

ศรัทธาไม่กล้าแข็ง ไม่มีอาจารย์ดี คอยกำกับเวที เจอแต่ของปลอม ก็มักต้องถอดใจ ถอยหนีไปเลย

******

ภาพพระกริ่งวัดสุทัศน์ ในคอลัมน์นี้ เป็นรุ่นมหานิยม...เรียกรุ่นพรหมมุนี น่าจะอยู่ในกลุ่มที่สร้างราวๆ 60 องค์ ถวายพระที่นิมนต์มาในงานฉลองอายุ 5 รอบ ปี 2459 วงการเรียกอีกชื่อว่า รุ่นถวายสำรับ

สภาพพระ ถ้าเห็นภาพสี ใช้คำบรรยายของ คุณบุญเหลือ ออประเสริฐ...เนื้อนวโลหะ ภายในสีนากกลับขาว แล้ว กลับดำสนิท...สภาพพิมพ์ยังคงเค้าเดิมๆเอาไว้

เค้าเดิม...ก็คือแม่พิมพ์รุ่นพรหมมุนี สมเด็จฯท่านเพิ่งเริ่มใช้แม่พิมพ์ใหม่...ใช้ต้นแบบพระกริ่งใหญ่ องค์ของพระยาศุภกรฯ (นุ่ม วสุธาร) กริ่งใหญ่องค์นี้ ที่ขมับซ้าย มีไฝเม็ดใหญ่ เป็นสัญลักษณ์

นักเลงพระกริ่งรู้จักกันทั้งนั้น เพราะท่านยังใช้ไปอีกหลายรุ่น จนถึงรุ่นเชียงตุง

******

ย้อนไปเล่าตำนานการสร้างพระกริ่งอีกที ...กริ่งปวเรศ วัดบวรฯนั้น สมเด็จกรมพระปวเรศฯท่านเอากริ่งใหญ่เป็นต้นเค้า เพิ่มบัวหลังเข้าไป สังฆราชแพท่านสร้าง พระกริ่งวัดสุทัศน์บ้าง ท่านเอาแบบพระกริ่งปวเรศ แต่ตัดบัวหลังออก

ก็ออกมาเป็นกริ่งรุ่นเทพโมลี ที่ว่ากันว่ามีอยู่แค่ 9 องค์ รุ่นต่อมาธรรมโกษา เค้ากริ่งปวเรศ ยังชัด มารุ่นเขมรน้อย เอากริ่งหนองแสมาเป็นต้นแบบ หล่อไม่ค่อยติดพิมพ์ ช่างแต่งไม่เรียบร้อยเอาเลย

ปีแซยิด 60 ปี ท่านจึงใช้แม่พิมพ์กริ่งใหญ่ ถอดมาทั้งดุ้น นี่คือกริ่งพรหมมุนี ใช้แม่พิมพ์นี้เรื่อยมา จนถึงรุ่นพุฒาจารย์ เค้ากริ่งใหญ่ก็ยังอยู่ จนราวปี 2476 เค้ากริ่งใหญ่เริ่มเปลี่ยนไป

เล่ากันว่า เหตุเพราะพระยาศุภกรป่วย หากริ่งต้นแบบไม่เจอ ช่างก็เอาพระกริ่งรุ่นเก่าเป็นเค้า ตกแต่งเพิ่มเติม ปี 2478 เอากริ่งปวเรศ มาเป็นแม่พิมพ์อีกที แต่หล่อไม่ค่อยดี ปี 2479 ถือเป็นรุ่นวันรัตแล้ว องค์พระเริ่มยาวชะลูด

ตัดตอนไปถึงปีฉลองพระชนมายุ 84 ปี ฉลองสุพรรณบัตรสมเด็จพระสังฆราช ปี 2483 ได้ช่างหรัส พัฒนางกูร แกะแม่พิมพ์ใหม่ ต่างจากแบบพิมพ์กริ่งใหญ่ไปเลย ใช้ในรุ่น พุทธนิมิต ปี 2484 และใช้อีกในปี 2485

ปี 2486 ปีสุดท้าย สมเด็จพระสังฆราชแพก็ได้พระกริ่งใหญ่ องค์มีไฝที่ขมับมาเป็นต้นแบบ รุ่นเชียงตุง...อีกครั้ง

ไฝตรงนี้ แม้ช่างตั้งใจแต่งให้สวยแค่ไหน ช่างก็ยังตั้งใจทิ้งไว้

รู้แค่นี้ ก็ต้องรู้ต่อไป แม่พิมพ์กริ่งใหญ่องค์มีไฝ...เจ้าคุณศรี (สนธ์) ท่านก็ใช้หลายรุ่น พระกริ่งรุ่นดังๆ โดยเฉพาะรุ่นพรหมมุนีซึ่งราคาน่าจะเกินล้านไปนาน ของปลอมออกมาแล้ว เนื้อและกระแสเหมือนจริงยังกะแฝด
คนละฝา

คำแนะนำ คนรักพระกริ่งรุ่นละอ่อน... วิทยายุทธ์พระกริ่งทั้งลึกทั้งซับซ้อน ยิ่งกว่าผ่านด่าน 18 อรหันต์ เชื่อเซียนเอาไว้ก่อนดีกว่า ...แพงแสนแพงแค่ไหน ก็ต้องกัดฟัน...เพราะหากแน่ใจพกเงินไปซื้อเอง จอดไม่ต้องแจวมาแล้วหลายราย.

พลายชุมพล

30 เม.ย. 2559 09:26 30 เม.ย. 2559 09:26 ไทยรัฐ