วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กว่าจะถึง 7 ส.ค. “ประชามติ”

เหลืออีก 4 เดือนกว่าจะถึงวันลงประชามติยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก ด้วยมาตรการเข้มข้น “ห้าม เชียร์-ห้ามค้าน” รัฐธรรมนูญ คิดในใจได้เท่านั้น แรงเสียดทานจึงเพิ่มดีกรีมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ตรงกับวันแรงงานท่ามกลางอากาศร้อนถึง 44 องศา ซึ่งองค์การนาซาระบุว่าอากาศร้อนในเมืองไทยนั้นถือว่าอุณหภูมิสูงที่สุดในรอบ 56 ปี

วันแรงงานปีนี้ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องให้เพิ่มค่าจ้างจาก 300 บาท เป็น 357 บาท/วัน ที่ไม่มีการปรับขึ้นมา 3 ปีแล้ว

95.9% มีภาระหนี้สินล้นพ้นตัว

แต่ “นายจ้าง” ระบุว่าหากขึ้นค่าจ้างด้วยตัวเลขอย่างนี้คงเป็นไปไม่ได้เหตุเพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

ก็เป็นอย่างนี้มาตลอดระหว่าง “นายจ้าง” กับ “ลูกจ้าง” โดยมีรัฐบาลยืนอยู่ตรงกลาง เป็นปัญหาโลกแตกที่จะต้องสร้างความ “สมดุล” และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง

นัยว่าปีนี้กระทรวงแรงงานจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ราวเดือน มิ.ย.ว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะให้หรือไม่ให้ขึ้น

ถ้าจะขึ้นก็ต้องดูว่าตัวเลขจะอยู่ตรงไหนกับคำว่าเหมาะสม

การจะทำให้ผู้ใช้แรงงานมีความสุขได้ไม่มีเรื่องอะไรดีเท่าการขึ้นค่าแรงงาน

หวังว่ารัฐบาลจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีและสอดคล้องกับความเป็นจริงที่ไม่อิงตัวเลขจากฝ่ายนายจ้างฝ่ายเดียวอย่างที่ผ่านมา

ความเป็นธรรมและยุติธรรมมันก็อยู่ตรงนี้แหละ...

หันมาดูการเมืองเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” กับ “ประชามติ” ยังเป็นหัวข้อใหญ่ของบ้านนี้เมืองนี้ เพราะดูท่าจะบาน ปลายกลายเป็นการเผชิญหน้าอีกครั้ง

หากมองด้วยนัยสำคัญนักการเมืองส่วนใหญ่ การเลือกตั้งเป็นความโหยหาที่รอคอยมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว

ถ้าจับความกันอย่างตรงไปตรงมาอยากเลือกตั้งกันทั้งนั้น

ที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย หรือแกนนำ นปช.ล้วนหมู่คนหน้าเดิมๆทั้งนั้น แต่นักการเมืองจริงๆ แทบจะไม่ได้เห็นหน้าตากันเลย

เพราะแม้แต่ “ทักษิณ” ที่เปิดหน้าเล่นคัดค้านต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ที่คู่ขนานกันไปก็คือ การสั่งให้นักการ เมืองค่ายนี้ออกลุยพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้งปี 60

นั่นเพราะเชื่อว่าปีหน้าต้องมีการเลือกตั้งแน่

ก็เลยมีการตั้งคำถามว่า ในเมื่อจะมีการเลือกตั้งแล้ว ทำไมจะต้องออกมาเคลื่อนไหวปั่นป่วนกันทำไม

คำตอบก็น่าจะเป็นว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง

แต่ความต้องการของเขานั้นมากกว่านี้ ทั้งในส่วนที่เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ต้องการกลับเมืองไทยอย่างเท่ๆ

ยังมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับน้องสาว ลูกชายและเครือข่ายอีกหลายคดี

พูดง่ายๆก็คือต้องการชนะทุกสิ่งทุกอย่าง

แม้คาดหวังหากมีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยชนะแน่ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นรัฐบาลมีอำนาจรัฐหรือไม่?

วิธีการอย่างหนึ่งก็คือต้องสร้างความชอบธรรมในหมู่พวกเขา และทำให้ คสช.ใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม

ยิ่งทิ่มยิ่งแทงไปเรื่อยๆ ยั่วให้ คสช. ตบะแตกเมื่อใดก็เข้าทางเมื่อนั้น

คสช.ก็คงจะอ่านออกแทงทะลุ เพียงแต่ว่าจะมีสติยับยั้งอารมณ์ได้มากน้อยแค่ไหน เบรกแตกเมื่อใด

ใช้อำนาจมากจนรับกันไม่ได้ก็จะเสียท่าทันที เพราะเส้นแบ่งตรงนี้อยู่ว่าใครจะมอง มองจากมุมไหน อย่างไร

ผิดที่ ผิดทาง ผิดเวลา เมื่อใด ก็ยุ่งได้เหมือนกัน!!!


“ลิขิต จงสกุล”

30 เม.ย. 2559 08:48 30 เม.ย. 2559 08:49 ไทยรัฐ