วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จาก Passion ถึง ธุรกิจความเจ็บปวด บทบาทใหม่ กมล สุโกศล แคลปป์!

ไม่เฉพาะผม, แต่เขาพูดคำนี้บ่อยมาก 'Passion' และแม้เขาจะบอกว่า อักษรผสมพยัญชนะที่มีมากมายจะไม่สามารถมีคำอธิบายความหมายได้ตามต้องการ แต่ทุกครั้งที่หัวใจขับเคลื่อนอะไรออกไปเป็น 'ปรากฏการณ์' เขามักจะยืนยันว่ามันเคลื่อนด้วยคำนี้

'ไม่ได้พูดเอาหล่อ ผมมันเป็นพวกชอบสร้าง' 

ในวันที่เขามีโปรเจกต์ใหม่ที่เคลื่อนย้ายจากเมืองไทยไประดับโลก แถมเป็นการต่อสู้ที่กำลังได้รับความนิยมที่สุดในโลก แต่ทว่าหลายคนเรียกมันว่า 'ธุรกิจขายความเจ็บปวด' ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้เปิดเปลือยชีวิตทั้งชีวิตต้องเริ่มพูดคุยที่แก่นหลักความคิด ตั้งแต่เรื่องอดีต ปัจจุบัน และอนาคต 

'คนไม่เข้าใจจะมองแบบนั้น MMA คือ ศิลปะผสมผสานเป็นการเคารพบรรพบุรุษ ไม่ใช่การต่อสู้อย่างเดียว มันเป็นศิลปะ เป็นความเคารพกันที่เห็นเลือด เพราะนวมมันเล็กเพราะต้องปล้ำกัน แต่ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครเสียชีวิตเลย ความสนุกเหล่านี้ทำให้มันเป็นกีฬาที่โตมากสุดในโลก'

ผู้ชายร่างใหญ่ ใส่แว่นตาใส หัวเราะเสียงดัง ที่นิยามตัวเองเป็น 'นักสร้าง' แนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่า 'ผมสุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่ายเพลง 'เบเกอรี่มิวสิค' ปัจจุบันทำงานอยู่กับเครือสุโกศล เป็นธุรกิจครอบครัว ล่าสุดเพิ่งมารับตำ แหน่ง President One ChampionShip Thailand 

หนุ่มวัย 40 กว่าๆ ที่ห่ามมักสร้าง 'ปรากฏการณ์' ผู้ชายขับเคลื่อนทุกๆ อย่างด้วย Passion  

Q : เราไม่คุ้นกับตำแหน่งสุดท้าย ส่วนตัวคุณคุ้นมันแล้วหรือยัง?

เป็นตำแหน่งหลังบอกตรงๆ ผมไม่คุ้น (หัวเราะเสียงดัง) ในชีวิตผมขับเคลื่อนด้วย Passion 3 อย่างที่ผมชอบ 3 M Music Motorcycle และ MMA ผมทำอะไรผมจะเอา passion เป็นตัวนำ ซึ่งคำนี้ผมคิดว่าไม่มีคำแปลเป็นภาษาไทยได้แบบที่ผมรู้สึกด้วยนะ (หัวเราะ)

ฝันแรกของผมก็มาจากคำนี้ ผมอยากเป็นมือกีตาร์ อยากเป็นนักดนตรีตั้งแต่สิบขวบ กระทั่ง 35 ที่มาเปลี่ยนไปแบบอื่น ผมเกิดและโตที่นี่ และย้ายไปอยู่ที่อเมริกา กลับมาตอนอายุ 23 ปี เข้าอินเตอร์ตั้งแต่ ป.2 เพราะคุยกับพ่อไม่รู้เรื่อง เนื่องจากคุณพ่อผมเป็นฝรั่ง ผมกับน้องชาย (น้อย วงพรู) เลยย้ายไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ที่นั่นแตกต่างเยอะมาก ผมจำได้ผมเรียนที่นี่ไม่ได้ทำอะไร (หัวเราะ) โน่นนี่ก็ไม่ได้ และจะมีคำว่า 'รุ่นพี่' ผมจะได้ยินเยอะมาก

แต่ที่นี่ได้เล่นกีฬาได้ทำทุกๆ อย่าง เรียกว่ามีกิจกรรมให้ทำเยอะมากๆ วิธีคิดที่สอนก็แตกต่างโดยสิ้นเชิง 'โรงเรียนไทยสอนให้จำ ไม่ได้สอนให้คิด' แต่ที่นั่นทำให้เราเลยกลายเป็นเด็กฝรั่งไป เพราะถูกเลี้ยงแบบนั้น ผมโตขึ้นเรื่อยๆ จากวันนั้นที่เป็นฝรั่งมากๆ ปัจจุบันพูดได้ว่ามีความเท่ากันระหว่าง 2 ชาติ แต่เราจะมีความคิดไม่เหมือนใครอย่างคนให้ไปทางนี้ผมจะไปอีกทางหนึ่งตลอด อย่างสมัยเด็กๆ ผมชอบเล่นเลโก้ มันจะมีตำราให้ใช่ไหม ผมจะปาตำราทิ้งตลอด แล้วก็ต่อก็ทำของผมเองเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ ครอบครัวคุณแม่สนับสนุน ไม่มีปิดกั้น เพราะคุณแม่เป็นศิลปิน แล้วคุณแม่ก็มีความเป็นฝรั่งเยอะมาก

Q : คุณหา Passion ตัวเองเร็วมาก พบสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่อยากจะเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ มันสะท้อนว่าอะไร

ผมจะมี JOKE อันหนึ่ง เด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าชีวิตนี้ต้องการทำอะไร จนเข้ามหา'ลัยไม่รู้หรอกว่าเรียนอะไร ต้องทำอะไร อย่างลูกผม เพื่อนๆ เขาก็ไม่รู้หรอกว่าจบไปต้องไปทำอะไร แต่สำหรับผมตั้งแต่ 11 ผมรู้แล้วผมชอบกีตาร์ (เน้นเสียง) ชีวิตนี้ผมต้องการเล่นดนตรี ตอนที่ผมอายุ 35 ผมออกจากวงการเพลง ผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไร ตรงข้ามกับคนอื่น งงแดกเลย

การที่เรารู้ตัวเร็วข้อดีของมันคือเรารู้ว่าเราจะเดินไปอย่างไร ผมมุ่งมั่นมาก ผมจะเอาให้ได้ ผมเป็นคนนิสัยแบบนั้น ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะเป็นนักดนตรีตั้งแต่เด็ก ผมก็จะเอาให้มันได้ พูดเรื่องนี้ผมมีเรื่องที่จะเล่า ผมยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี มันเร่ิมมาจากพวกเราไปเที่ยวสิงคโปร์-ฮ่องกง ผมจำได้เดินอยู่ในช็อปปิ้งมอลล์ เราเดินผ่านแล้วได้ยินเพลง เอซี/ดีซี (AC/DC วงร็อกออสเตรเลีย ก่อตั้งวงในซิดนีย์ปี 1973) เป็นวงที่ทำให้ผมอยากซื้อกีตาร์ แล้วก็ขอให้คุณแม่ซื้อกีตาร์ไฟฟ้าเลย

Q : คนเร่ิมเล่นกีตาร์เพราะอยากโชว์หญิง จุดเร่ิมต้นเป็นแบบนั้นไหม

ผมก็เหมือนคนทั่วไปโชว์หญิง แต่ผมก็อยากเล่นเพราะอยากเล่นจริงๆ หลังจากนั้นก็ไปทางนั้นเริ่มเล่นกีตาร์ มีกลุ่มเพื่อน เราไปแฮงค์กับรุ่นพี่จนถึงมหาวิทยาลัยไปทางนั้นอย่างเดียว หลังจากนั้นใช้ชีวิตอยู่แบบนั้น 8 ปี ซึ่งเป็นชีวิตที่โคตรน่าเบื่อไม่สนุกเลย คุณแม่เลี้ยงเราเปิดมาก ตอนนั้น 14-15 ถ้าเที่ยวกลางคืนไม่กลับบ้านก็ไม่ต้องกลับมาเพราะขี้เกียจเปิดประตู ก็ให้ไปนอนบ้านเพื่อน อยู่กรุงเทพฯ ทำอะไรก็ได้ แต่ไปอยู่โรงเรียนประจำมีกติกามากมาย เขาคอนโทรลชีวิตเรา ผมเบื่อ ผมไม่ชอบการเรียน 

Q : ไม่ชอบ เดาว่าคุณคงไม่อยู่เฉย?

(หัวเราะ) ตอนนั้นจะมีวงประจำโรงเรียนวงแตก ครูใหญ่ของแผนดนตรีไม่ถูกกัน จำได้ผมเกลียดมาก แล้วมีวงร็อกของผมชอบไปจัดเล่นดนตรีชนกับเขา (หัวเราะ) นึกออกไหมว่าใครจะไปดูเขา เขาเกลียดผมมาก ตอนนั้นเด็ก 16-17 ถ้าเกิดมีคอนเสิร์ตต้องขออนุญาตเขา มีหนหนึ่งผมขอเปียโนเพื่อเล่น ตอนไปถึงเข้าไปในห้องนั้นมันกลายเป็นอิเล็กโทนคาซิโอห่วยๆ ผมก็อะไรวะ ก็คุยกับเพื่อนในวง มันจะมีห้องซ้อมเปียโนข้างบน เขาบอกผิดกฎนะ ที่สุดเราก็ยกลงมา ไม่ได้บอกโรงเรียน เป็นเรื่องใหญ่นะ วันจันทร์ก็ถูกต่อว่าใหญ่ ผมก็ไม่ได้ฟัง เดินหัวเราะ ผมก็บอกคุณแล้วไม่เป็นไปตามข้อตกลง ครูใหญ่ก็เรียนไปว่า ทำแบบนี้ไม่ได้ อยู่ดีๆ ยกทรัพย์สินของโรงเรียนไป แต่แทนที่จะทำโทษผมก็ไล่ออกไป เพราะเขารู้ว่าครูคนนั้นก็งี่เง่า  

ผมเป็นคนดื้อ ผมไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ชอบระบบของโรงเรียน ใช้เวลาเท่าไหร่ถึงกลายเป็นหนึ่งเดียวกับอเมริกา เราโตที่เมืองไทย ตอนโรงเรียนประจำผมไม่ชอบนะ แต่ตอนย้ายไปนิวยอร์กไปอยู่เมืองใหญ่เหมือนกรุงเทพฯ ผมชอบนะ คนหลายเชื้อชาติผมก็ชอบมากขึ้น เสน่ห์ที่นี่คือมีทุกอย่างเป็นเมือง ที่เขาชอบว่านิวยอร์กคือศูนย์กลางของโลก เป็นแบบนั้นจริงๆ ทุกอย่างที่เราอยากได้มันมีหมดเลย อยากได้อะไร หาอะไรมีหมด ที่นั่นผมหาเงินเอง เพราะแม่ให้น้อยมาก ตอนไปเล่นกล้าม เร่ิมไปเป็นเพื่อนกับเด็กถนน เขาก็ชวนไปทำงานด้วย ได้คืนละ 100 เหรียญ ถือว่าเยอะนะ พอคนเขามีเรื่องกันเราถามว่าจะให้ทำอย่างไร เขาก็บอกว่าไปเรียกพวกตัวใหญ่เดี๋ยวเขาจะจัดการเอง กลายเป็นหาเงินง่ายมาก สนุก แต่บางทีก็จะมีเรื่องชกต่อยกันเป็นปกติ 

Q : ถ้าชีวิตคือ MMA  สุกี้เป็นบุ๋นหรือบู๊มากกว่ากัน?

ผมจะเงียบๆ แต่จะมีเพื่อนที่ชอบหาเรื่อง พาเราซวยไปด้วย ที่นั่นวีรกรรมเยอะมาก แต่เล่าไม่ได้มาก อย่างวันหนึ่งรุนแรงมาก ตำรวจมา ที่โน่นตำรวจเร็วมาก พอมีเรื่องก็วิ่งแยกย้ายกัน แล้วทุกครั้งจะไปเจอกันที่ร้านอาหารประจำ พอมาถึงทุกคนก็หัวเราะ แต่ผมไม่ตลกว่ะ เพราะเห็นเด็กๆ พวกนี้พอเอาจริงน่ากลัวมาก วันนั้นถึงวันนี้ผมไม่เจอพวกนี้อีกเลย จนมีเฟซบุ๊กเกิดมา

คนหนึ่งสอนมวยไทยที่นิวยอร์ก อีกคนเป็น Navy Seal ผมบอกทำ MMA เขาก็บอกว่าจะบินมาหา แต่ผมห้ามไว้เพราะมีเรื่องแน่ๆ ผมชอบนิวยอร์กเพราะเป็นศูนย์กลางของดนตรี นอกจากเรียน เวลาส่วนใหญ่ผมอยู่ในห้องอัด ช่วงกลับมาเมืองไทยตอนนั้นมี 'พฤษภาทมิฬ' เพื่อนอยู่ไนท์สปอร์ตทำอัลบั้มขึ้นมาก็ชวนทำด้วย ซึ่งเพลงออกไปไม่ได้ดัง แต่ช่วงนั้นไม่มีคนทำ ถือว่าใหม่มากๆ จากนั้นก็เร่ิมมีคนโน้นนี่นั่นชวนเรื่อย วันหนึ่งไปเจอ เอื้อง สาลินี ปันยารชุน แกอยู่สไมล์เรดิโอ รู้จักสมเกียรติ (อริยะชัยพาณิชย์) ทำชุดใหม่ เขาต้องการซาวด์เอ็นจิเนียร์ สมเกียรติบอกว่าไอเขียนเนื้อไม่เป็นเดี๋ยวจะมีเพื่อนชื่อบอย โกสิยพงษ์ เขียนเนื้อได้ 

Q : จุดเร่ิมต้นของเบเกอรี่ก็มาจากตรงนั้น

ตอนนั้นทุกคนฟรีแลนซ์กันวันหนึ่ง บอยบอกผมพูดนะ แต่ผมว่าบอยพูดว่า 'ทำไมเราไม่ทำบริษัทอะไรที่เป็นรูปเป็นร่าง' ก็เลยก่อตั้งเบเกอรี่ขึ้นมา คำนี้ดูเหมือนจะติดปาก เพรสชั่น เราก่อตั้งเบเกอรี่ ไม่ได้อยากทำตังค์ แต่เราอยากทำดนตรี เราอยากเป็นนักดนตรี ในมุมมองผมอยากจะมาเปลี่ยนชีวิตเบเกอรี่สนุกมาก บริษัทมีแต่เด็กๆ หมด อยากทำอะไรก็ทำ บังเอิญจังหวะได้ คนฟังต้องการอะไรแบบนั้นมันลงล็อกหมด โมเดิร์นด็อกขายได้ครึ่งล้าน บอยได้ครึ่งล้าน โจอี้บอกได้ 1 ล้าน บริษัทโตเร็วมาก แต่เราไม่รู้ตัวดีๆ ย้อนกลับไป 

Q : คุณมีวิธีเลือกศิลปินอย่างไร หรือรู้ได้ยังไงว่ามันจะประสบความสำเร็จ 

กึ๋นครับ ความรู้สึก สมมติเหตุป๊อดปุ๊บเฮ้ยไอ้นี่จะดัง มันดูแล้วใช่ว่ะ ผมเป็นคนใช้ความรู้สึกตลอด เขามีสตาร์พาวเวอร์ มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์นะ แต่มันเป็นศิลปะ จำได้ทุกปีผมจะสัมภาษณ์สายธุรกิจ ผมจะเจอคำถามซ้ำๆ เลือกศิลปินเลือกอย่างไร มันรู้อะ เพลงนี้มันจะได้ เราจะรู้ ตอนนั้นโมเดิร์นด็อกดังมาก มีอยู่วันหนึ่งป๊อดอยากไปเรียนต่ออเมริกา เราก็จัดคอนเสิร์ตกันภายใน 3 อาทิตย์ ทำกันที่ ทบ. ขายบัตรตรงนั้น เด็กมา 2-3 หมื่น ก่อนคอนเสิร์ต บัญชีเอาถุงใหญ่ๆ 2-3 ถุง มีเงิน 4-5 ล้านบาท ถามคุณสุกี้ทำอย่างไรดี เพราะธนาคารปิด ผมก็หยิบเดินไปที่รถแล้วเอาใส่ (หัวเราะดังมาก) แต่ช่วงที่พีคที่สุดคือฟันฟันโจอี้บอย มันทำทุกอย่างสำเร็จไปหมด เหมือนกับหาเงินง่าย เดี๋ยวก็มีเงินมาอีกแล้ว 

ผมมองว่าตอนนั้นเราเก่ง+เฮง จังหวะได้ด้วย ถ้าเบเกอรี่เร่ิมก่อนหน้านี้ 3 ปี หรือหลังจาก 3 ปีไม่ได้แล้ว สำหรับผมมันเป็นจังหวะ เราก็ต้องเก่ง แล้วเราก็ต้องดื้อด้วย พวกเบเกอรี่จะดื้อ เราจะทำแบบนี้ๆ ไม่ฟังผู้ใหญ่ พวกเราทั้ง 3 คนไม่มีใครจบธุรกิจมา แต่เซ้นส์เราดี เดาออก แต่หลังจากปี 1997 ระเบิดลงหนัก เป็นหนี้วิกฤติต้มยำกุ้งเจ๊งเลย คนชอบถามผมมันเจ๊งได้ไง เขาไม่เห็น มันเก็บเงินไม่ได้ บทเรียนที่ผมได้ก็คือเราให้ออนป้าจัดจำหน่าย เราพึ่งจมูกเดียว ที่สุดก็ฉิบหาย

Q : อีเวนต์ใหญ่ระดับโลกครั้งนี้เซ้นส์ของคุณบอกว่าจะประสบความสำเร็จไหม?

ผมชอบกีฬา MMA ตั้งแต่อายุ 23 เป็นกีฬาที่ผมตามมา วันดีคืนดีเพื่อนจากสมัยเด็กตั้งแต่ 7 ขวบ เขาไปก่อตั้งบริษัทหนึ่งมา ทำไมทำมา มันใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็น Spot property ถ่ายทอดสดไปทั้งโลก 75 ประเทศ มีคนดูกว่าพันล้านคน ไอ้นี่มันเก่ง แมตช์จัดที่สิงคโปร์ เขาก็ชวนไปดู พอเดือนสิงหาที่ผ่านมานั่งอยู่ที่บ้าน ผมนึกว่าทำไรดีวะ เพราะเพิ่งจบโปรเจกต์ EDM ไป นึกถึงเขาแล้วก็โทรหาว่าเอามาจัดเมืองไทยสิ เขาบอกว่า คุณโทรมาจังหวะดีมากๆ เพราะ 3 เดือนก่อนเพิ่งมีคนไทยชนะ (เดชดำรงค์ ส.อำนวยสิริโชค) นี่คือที่มาของโปรเจกต์นี้

Q : เป็นการเดินทางด้วยสัญชาตญาณ เป็นการเดินทางครั้งใหม่

อันนี้มันนำทางด้วยความหลงใหลอยากจะแบบที่คุณบอกนั่นแหละเป็น Passion ผมดูกีฬานี้มาตั้งแต่เร่ิมใหม่ๆ สมัย 20 ปีก่อน แล้วก็บวกกับช่วงเวลามันได้ เหมือนกับเบเกอรี่ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้นะ มันเด็ก ปัจจุบัน MMA มันถึงจุดแล้ว ซึ่งถ้าเอามาเมื่อ 3 ปีก่อน ผมว่าไม่เวิร์ค คนยังไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ 1-2 เดือนนี้ผมไปคุยกับสปอนเซอร์มา ทุกคนรู้จัก แม้จะไม่ได้เป็นแฟนตรงนั้น บวกกับคนไทยเป็นแชมป์โลก MMA มันถึงจุดทริปเปิลพอยต์ทั่วโลกแล้ว เป็นกีฬาที่โตเร็วที่สุดในโลก อเมริกาเป็นอันดับที่ 4 

Q : MMA ในมือสุกี้จะออกมาแบบไหน?

ผมทำกีฬาแต่นำเสนอในรูปแบบร็อกคอนเสิร์ต มาดูอีเวนต์ ONE แสง สี เสียง เรามาเต็มรูปแบบ ผมบอกชาตรีอย่าง F1 ไปสิงคโปร์ เราต้องมีแบบนั้น ต้องมีพรมแดง แสงสี เสียงเต็มที่ วันนั้น 'บอดี้สแลม' และ 'บิ๊กแอส' วงร็อกเบอร์ 1 ของไทยมาเล่น ผมก็โทรไปเล่า ตูนเขาก็ OK วันนั้นใครมาดูเหมือนกับฮอลลีวูด พรมแดง ผมก็โทรมาหาเพื่อนๆ ดารา คนดังต่างๆ ผมคิดว่ามันจะกลายเป็นปรากฏการณ์ เพราะเราทำมาตรฐานระดับโลก โดยปีนี้จะจัด 26 อีเวนต์ เมืองไทยจัด 2 งาน ทุกครั้งมันจะถูกถ่ายทอดไป 25 ประเทศทั่วโลก 

แต่แกนของมันคือ It's all entertainment ทุกอย่างเป็นความบันเทิง 

Q : คิดว่าจะถูกจริตกับคนไทยไหม?

ผมคิดว่าคนไทยจะชอบ เพราะเราเป็นประเทศต่อสู้ มวยไทยอยู่กับเรามาแต่ไหนแต่ไร บวกกับเรามีแชมป์คนไทยอย่างเดชดำรงค์ เขาคือนักกีฬาคนเดียวที่เป็นแชมป์ระดับโลก มันไม่มีแล้ว ถ้าเรามีแชมป์คนไทย องค์กรระดับโลกคนไทยต้องมาเชียร์สิ เราเป็นประเทศเล็กๆ แต่เมื่อไหร่ที่เรามีฮีโร่ของเราไปอยู่ในสังเวียนโลก คนไทยต้องไปเชียร์เพราะมันเป็นจุดที่ภาคภูมิใจสำหรับพวกเรา

Q : เสน่ห์ของ MMA คืออะไร

สำหรับผม ตอนที่เร่ิมเมื่อ 20 ปีก่อน มันมีแชมป์คนหนึ่งเป็นคนตัวเล็กมากๆ แต่ชนะทุกคน รุ่นเขาน้ำหนักแค่ 176 ปอนด์ คนอื่น 200 ปอนด์ แปลว่าบางทีเห็นคนตัวใหญ่ๆ ก็แพ้คนตัวเล็กได้ มันอยู่ที่เทคนิค มันทำให้ผมเห็นเสน่ห์ตรงนั้น พอเราเริ่มเรียนรู้เราก็อ้อ มันหักมือ หักคอเป็น เวลาเราต่อสู้เราจะดูที่ร่างกายก่อน จริงๆ แล้วเทคนิคล้วนๆ สำหรับผมอยู่ตรงนั้นอีกอย่างที่ชอบ ผมเป็นคนสุดขั้ว ผมจะไปไกลกับมันมาก กังฟูดีสุด เทควันโด มวยไทยดีที่สุดในโลกใช่ไหม เอามาพิสูจน์กันสิ ไม่ต้องมัวแต่พูดให้เห็นอะไรเป็นอะไรผมชอบมันตรงนั้น

Q : MMA เป็นกีฬาสำหรับความรุนแรง?

คนที่ไม่เข้าใจจะมองแบบนั้น เลือดออก แต่ถ้าคนเข้าใจ MMA คือ Mixed Martial Arts คือ ศิลปะผสมผสาน คือศิลปะป้องกันตัว มวยไทย เกาหลี ญี่ปุ่น อินโดฯ จีน มันคือศิลปะ มันคือการเคารพบรรพบุรุษ คนที่เข้าใจจริงๆ มันไม่ใช่การต่อสู้อย่างเดียว มันเป็นศิลปะ เป็นความเคารพกัน เป็นศิลปะการต่อสู้ ถ้าใครเข้าใจตรงนี้มันไม่ใช่ตรงนั้น และประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครเสียชีวิต เซฟตี้มันเยอะมาก เหตุผลที่เราเห็นเลือดเพราะนวมมันเล็ก เพราะต้องจับกันได้ด้วย มันแค่นั้นเอง

Q : คิดยังไงกับคำว่า 'พ่อค้าขายความเจ็บปวด'

no (ตอบเร็ว) เราขายศิลปะ เราขายตอนคุณเห็นนักสู้ที่เก่งเหมือนกับคนเล่นหมากฮอส มันเก่ง ชกๆ อยู่ไปหักคอไปหักขา สำหรับผมเป็นศิลปะ คุณต้องมองคุณต้องเข้าใจ แชมป์ที่เขาฝึกมายากมากที่เขาจะมาถึงจุดนี้ได้ มันต้องดูให้เป็น จะเห็นความสวยงามของมัน

Q : สุดท้ายการจัดงานใหญ่ครั้งนี้คุณเคลื่อนด้วย

Passion (ตอบเร็ว) ทำเพราะผมชอบ กีฬานี้ผมตามมาตั้งแต่เร่ิมปี 2539 บังเอิญองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย คนที่ทำก็เป็นเพื่อนกัน มันโชคดีที่ได้ทำงานกับเพื่อน ผมโชคดี ผมชอบดนตรี ผมชอบมอเตอร์ไซค์ ผมทำรายการทีวี ผมอยากดู ผมเป็น President แล้วมันจะเป็นปรากฏการณ์

ถ้าไม่มีผม ก็ไม่มี ONE หลายปีก่อนผมไปเจอเขาที่งานเพื่อนคนหนึ่ง เขาทำงานอยู่ที่วอลสตรีท แต่ไม่มีความสุข ผมถามว่าชอบอะไร เขาตอบว่าชอบการต่อสู้ ผมแนะนำให้เขาไปเปิดยิม เขาก็ไปเปิด และวันนี้กลายเป็น MMA กีฬาที่ใหญ่สุดในเอเชีย ให้หลังจากนั้นอีก 4 ปี มันจะเป็นสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ใหญ่สุดในโลก.

อ่านเพิ่ม : ล้มละลาย อดอยาก ไร้บ้าน สู่ธุรกิจหมื่นล้าน ชาตรี ศิษย์ยอดธง คนไทยดังระดับโลก 

อ่านเพิ่ม : ชีวิตเน่ายิ่งกว่านิยาย! แชมป์โลกที่คนไทยไม่รู้จัก เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค

ผู้ชายร่างใหญ่ ใส่แว่นตาใส หัวเราะเสียงดัง ที่นิยามตัวเองเป็น 'นักสร้าง' แนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่า 'ผมสุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่ายเพลง 'เบเกอรี่มิวสิค' President One ChampionShip Thailand' 28 เม.ย. 2559 18:00 23 พ.ค. 2559 10:51 ไทยรัฐ