วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหนือวิกฤติ 'เทียร์ 3-IUU' 30 ปี PFP ในธุรกิจ 'ปูอัด-เต้าหู้ปลา'

เป็นเวลามากกว่า 30 ปี ที่กลุ่ม บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด หรือ PFP ได้ก่อตั้งขึ้น และดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลแช่แข็ง จนก้าวสู่แถวหน้าและประสบความสำเร็จในธุรกิจมีผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลายภายใต้แบรนด์ "PFP" โดยเฉพาะปูอัดและเต้าหู้ปลา สินค้าคุ้นปากผู้บริโภคคนไทยเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังส่งขายต่างประเทศ ด้วยยอดขายปีที่ผ่านมา ถึง 5,000 ล้านบาท

อะไรคือแนวทางสู่ความสำเร็จจากวันก่อตั้งธุรกิจจนมาถึงทุกวันนี้ ท่ามกลางวิกฤติใบเหลือง IUU ที่กำลังส่งผลต่ออุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของไทยโอกาสนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปพูดคุยกับทีมผู้บริหารของ PFP นำโดย นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร นายธวัชชัย รัตนะพิสิฐ กรรมการบริหาร และ นางสาวปิยกาญจน์ ปิยะพัฒนา กรรมการบริหาร

กว่าจะมาเป็น PFP วันนี้

นายทวี: กลุ่ม PFP ตั้งโรงงานมาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว เริ่มจากทำเนื้อปลาบดแช่แข็ง (ซูริมิ) ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โรงงานอยู่ อ.เมือง จ.สงขลา โดยปลา 1 ตัว ใช้ได้หมดทุกอย่าง เนื้อนำมาทำซูริมิ ก้างทำอาหารสัตว์ ส่วนโรงงานแบ่งออกเป็น 2 โรงงาน โรงงานแรกทำเกี่ยวกับสินค้าขายในประเทศเป็นหลัก โรงงาน 2 เครื่องจักรทันสมัย 10 ปีที่ผ่านมาลงทุนเครื่องจักรมาตลอด

จุดเด่นสินค้าคุณภาพ-ได้ฮาลาล

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ PFP คือ เนื้อเนียนกว่าคู่แข่งด้วย 1. ความรู้ความชำนาญ 2. วัตถุดิบ 3. การตรวจสอบสิ่งเจือปนทั้งก่อนทำและหลังทำผลิตภัณฑ์ การแบ่งโรงงาน ส่งผลดีต่อการควบคุมคุณภาพ ได้มาตรฐานฮาลาล ซึ่งทำฮาลาลมาตลอด มีที่ปรึกษา

ตลอดเวลา PFP มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพของสินค้า ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคนคือ พนักงาน โดยการพัฒนาคนใช้เวลามากบวกกับการทำด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ สินค้าดีมีคุณภาพเป็นตำแหน่งการวางเป้าหมายสินค้าของ PFP แต่ราคาอาจสูงกว่าคู่แข่งเล็กน้อย

เดินหน้าธุรกิจควบคู่คืนกำไรแก่สังคม

เป็นเวลา 10 ปี มาแล้วที่มีโรงเรียนในโรงงาน ซึ่งนอกจากการพัฒนาพนักงานแล้วยังพัฒนาคนภายนอก โดยร่วมกับวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ร่วมมือกับอาชีวะพัฒนา ระดับปริญญาตรี รักษาสิ่งแวดล้อม มลภาวะ เพราะมีชุมชนขยายเข้ามาใกล้  

เทียร์ 3 - IUU ไม่กระทบ PFP

สำหรับปัญหาค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่า ไทยยังอยู่อันดับต่ำสุด (เทียร์ 3) ของสหรัฐฯ วันนี้ ไทยทำมามากแล้ว ส่วนกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) ให้ใบเหลืองเตือน มีปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) นั้น ยุโรปใช้เวลาแก้ไขกว่า 20 ปี แต่ไทยเปรียบถูกมัดมือชก 2 ปี แต่ถามว่า แก้ไขหรือไม่ ก็แก้ แต่กระทบผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอย่างรุนแรงล้มหายตายจากมาก 2 ปีที่ผ่านมา ไทยทำมาตลอด วันนี้ถ้ายังถูก IUU ดึงอยู่แบบนี้ อาจจะตาย แต่วันนี้กับ 3 ปีที่ผ่านมา ไทยทำไปแล้วกว่า 80-90% วันนี้ ทุกรายในอุตสาหกรรมทำ แต่ PFP ทำมาแล้วตลอด 30 ปี เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าบังคับมา ทำมาตลอด จึงไม่ได้รับผลกระทบจาก IUU 

ส่วนประเด็นภัยแล้ง PFP ไม่ได้รับผลกระทบด้านการผลิต พร้อมช่วยเหลือหมู่บ้านและโรงเรียนที่ขาดแคลนน้ำ โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งได้เสนอตัวผ่านไปทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ปิยกาญจน์ : กรณี IUU สิ่งที่อียูต้องการจริงๆ คือ ตรวจสอบย้อนกลับได้ เรือลำไหนไปจับปลา ของ PFP ตรวจสอบได้ทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ คู่แข่งยังทำไม่ได้ การส่งออกนั้น ไปยุโรป สหรัฐฯ และเอเชีย เพราะเรื่องนี้ สำคัญกับการผลิตอาหาร

นอกจากนั้น PFP ยังมีการทำระบบก๊าซชีวภาพ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต ช่วยลดโลกร้อน

ปูอัด/เต้าหู้ปลา สินค้าเด็ดส่งออก

ทั้งนี้ สินค้า PFP ที่ส่งไปขายต่างประเทศมี 2 อย่าง คือ ปูอัดและเต้าหู้ปลา ซึ่งได้รับการรับรองสินค้าที่ไม่ทำให้โลกร้อน และจะทำต่อไป

สินค้าของ PFP ไม่ใส่ผงชูรส และวัตถุกันเสีย เพราะสโลแกนของเรา คือ สินค้าเพื่อสุขภาพและต่อไปต้องเพื่อผู้สูงอายุด้วย ตรงนี้ เป็นเป้าหมายหนึ่งที่วางเอาไว้ 

บริหารดูแลพนักงานไม่แยกชั้นวรรณะ

นอกจากเป้าหมายทางธุรกิจแล้ว PFP ยังต้องดูแลพนักงาน และคุณภาพชีวิตด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาชื่อเสียงของ จ.สงขลา ต้องชักชวนคนมาเที่ยว อาหารต้องปลอดภัย

โรงงานทั้งหมดมีพนักงานคนไทย และต่างชาติประมาณ 600-700 คน ทั้งหมดเป็นแรงงานถูกต้องทุกอย่าง ไม่มีการค้ามนุษย์ ค่าแรงจ่ายตามกฎหมายไทย จ่ายโบนัส เทศกาลตามของไทย และไม่มีการแบ่งชนชั้น

ว่าด้วยประเด็น IUU อุตสาหกรรมประมงเดือดร้อน อุตสาหกรรมต่อเนื่องเดือดร้อน แต่ต้องทำ สำหรับ PFP เดือดร้อนบ้าง อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบของเราทั้งหมดตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด ทำตามหลักสากลทั้งหมด ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ

น้อมนำแนวพระราชดำริรักษาสิ่งแวดล้อม

PFP ได้ทำ CRM 2 ส่วน คือ 1. บนกระบวนการทำ-ผลิตสินค้า ตรงนี้ คือ ได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ วงจรสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด นับว่าเป็นความรับผิดชอบของเรา และ 2. ลงทุนพัฒนาระบบบำบัดน้ำทิ้ง ประยุกต์มาจากแนวพระราชดำริแหลมผักเบี้ย ทำระบบก๊าซชีวภาพระบบปิด การนำส่วนที่เหลือจากวัตถุดิบไปทำปุ๋ย กล้าเปิดให้สื่อมวลชนและบุคคลภายนอกดูงาน นอกจากนั้นยังได้สนับสนุนการศึกษาและร่วมกิจกรรมสังคมต่างๆ

กลยุทธ์ธุรกิจตามแบบฉบับ PFP

ธวัชชัย : ตลาดของ PFP แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ 60% เป็นตลาดในประเทศรวมประเทศกลุ่ม CLMV (ลาว กัมพูชา เวียดนามและเมียนมา) อีก 40% ส่งไปยุโรป สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วยระบบจัดจำหน่ายผ่านเอเย่นต์ทั้งโลก มีคู่ค้า 21 ประเทศ 60 กว่าราย ส่วนในประเทศมียี่ปั๊ว ในส่วนตลาดสดประมาณ 85-90% อีก 10-15% ผ่านโมเดิร์นเทรด โรงแรม และร้านอาหาร เป็นต้น

การจัดจำหน่ายนั้น มีรถส่งเอง โดย 14 จังหวัดภาคใต้ ดูแลโดยโรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.สงขลา ส่วนตั้งแต่ จ.ชุมพร ขึ้นไปมีบริษัทลูกดูแล

วางเป้าหมายธุรกิจปีนี้ เติบโต 15%

สำหรับเป้าปี 2559 ต้องเติบโต 15% จากปี 2558 ทั้ง 2 ตลาด ซึ่งในประเทศ เน้นกลุ่มลูกค้าเก่า โดยตลาดสดจะไปให้ทั่วถึง และที่ไม่เคยไป อีกส่วนเป็นโมเดิร์นเทรด พฤติกรรมคนไปห้างมากขึ้น แต่ละห้างขยายสาขาก็จะโตไปด้วยกัน ปีนี้ลงทุนลงแรงไป ขยายคอนวีเนียนสโตร์ ตามพฤติกรรมลูกค้าเน้นความสะดวกสบาย และปีนี้ ครบ 30 ปี ยังมีกิจกรรมตัดชิ้นส่วนให้ชิงโชค 3 ครั้งในปีนี้

โฟกัสตลาดจีนและตะวันออกกลาง

ตลาดต่างประเทศจะมุ่งเน้นไปจีนมากขึ้นแม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ที่เน้น เพราะยังเติบโต แม้ไม่หวือหวา อีกตลาดจะเน้นกลุ่มฮาลาล เพราะ PFP ได้รับไฮคิวผลิตภัณฑ์ฮาลาล ซึ่งค่อนข้างเข้มงวด ตรงนี้จะทำให้สามารถส่งสินค้าไปยังประเทศตะวันออกกลางได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ยังจะร่วมกับมาเลเซียในการกระจายสินค้าเข้าประเทศแถบตะวันออกกลาง เพื่อความมั่นใจที่มากขึ้น

เจาะตลาดเออีซีมาเป็น 10 ปีแล้ว

ส่วนประเทศแถบ CLMV นั้น ทำตลาดมาเป็น 10 ปี แต่ด้วยการพัฒนาและกฎเกณฑ์เปิดมากขึ้นก็มีโอกาสส่งสินค้าไปขายและสร้างยอดขายได้มากขึ้น สินค้าได้รับความเชื่อถืออยู่แล้ว

เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่กระป๋อง-พร้อมทาน

สำหรับตัวผลิตภัณฑ์ก็ไม่หยุด จะมีสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดตอบสนองความต้องการของคนเป็นระยะ โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าพร้อมทานไม่แช่แข็ง ซึ่งจะเป็นสินค้ากลุ่มกระป๋อง กระบวนการเสร็จแล้วเตรียมเปิดตัวสู่ตลาด

95% ของผลิตภัณฑ์ PFP เป็นสินค้าแบรนด์ตัวเอง รับจ้างผลิตประมาณ 5% โดยมีชนิดของสินค้าประมาณ 100 รายการ แต่ถ้าแบ่งตามบรรจุภัณฑ์ สินค้า และขนาด มีประมาณ 150 รูปแบบ

อนาคต PFP มีแผนจะขยายกระบวนการผลิตให้ผ่านมือคนน้อยที่สุดและใช้เครื่องจักรมากที่สุด แต่ไม่กระทบกับพนักงานปัจจุบัน สำหรับกำลังการผลิตวันนี้ อยู่ที่ประมาณ 2,500 ตันต่อเดือน ขายประมาณ 2,200 ตันต่อเดือน ซึ่งกำลังการผลิตนั้น สามารถรองรับได้อีก 1-2 ปี ซึ่งแหล่งที่มาของวัตถุดิบนั้น มาจากเวียดนาม 60% สหรัฐฯ 10% และที่เหลือจากในประเทศ 

ปี 2559 นี้ ใช้งบการตลาดประมาณ 30 ล้านบาท แยกเป็นใช้สำหรับกิจกรรมแจกรางวัล 2-3 ล้านบาท ที่เหลือเป็นโปรโมชั่น

ทั้งนี้ แม้สภาพเศรษฐกิจและภัยแล้งจะกระทบสินค้าทั่วไป ก็พอรู้สึกได้ แต่ของ PFP ไม่กระทบเท่าไร เพราะมีโปรโมชั่นและกิจกรรมการตลาดตลอด.

     

เป็นเวลามากกว่า 30 ปี ที่กลุ่ม บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด หรือ PFP ได้ก่อตั้งขึ้น และดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลแช่แข็ง... 26 เม.ย. 2559 13:19 3 พ.ค. 2559 07:28 ไทยรัฐ