ข่าว
100 year

บิ๊กป้อมฮึ่มเจอดีแน่ ขู่เชือดคนชักใยนศ.ป่วน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 เม.ย. 2559 08:10 น.
SHARE
 ‘เอ็นดีเอ็ม’ลุยรณรงค์ต่อ

“บิ๊กป้อม” มั่นใจกลุ่ม นร.-นศ. ขยับมีเบื้องหลังแน่ สั่ง คสช.ไปสืบ ฮึ่มถ้ารู้ว่าเป็นใครเจอดีแน่ บอกไม่อยากยุ่งจับเด็กเข้าค่าย เอ็นดีเอ็ม ไม่สน ลุยต่อรณรงค์โหวตโนในงานหนังสือ พท.ปัดวุ่นไม่มีใครชักใย “เต้น” เตือนแสดงตัวเป็นคู่ต่อสู้เยาวชน “วิษณุ” แง้มทางออกประชามติล้ม ยึด รธน.ปี 40-50-ร่าง “บวรศักดิ์-มีชัย” เป็นโมเดลกรธ.บ่นเหนื่อยกับพวกบิดเบือน ระวังตัวแจรู้มีคนจ้องมอง สนช.ชงยาแรงแช่แข็งกลุ่มป่วน 10 ปี พ่วงอาญา-แพ่ง แฉโพล สนช.แห่หนุนขอสิทธิจิ้มนายกฯ “หยุย” ติดใจขอโหวตคว่ำรัฐบาล พท.ซัด ส.ว.กลายร่างเป็นพรรคใหญ่ ปชป.ทำบุญครบ 70 ปี คึกคัก แต่ไร้เงา “เทือก-ชายหมู” “มาร์ค” คุยอยู่มาได้เพราะอุดมการณ์ “อนุทิน” นำลูกพรรคก้าวสู่ปีที่ 8 ลั่นพร้อมลงสนามไม่เกี่ยงกติกา ล็อกชื่อนายกฯต้อง หน.พรรคเท่านั้น

จากเหตุการณ์กลุ่มนักเรียน นักศึกษา บุกชูป้ายประท้วงนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ขณะกล่าวปาฐกถาถึงกรอบแนวคิดการร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม มั่นใจว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการให้ตรวจสอบ พร้อมขู่หากรู้ว่าเป็นใครเจอดีแน่

“บิ๊กป้อม” ย้ำ นศ.ขยับมีเบื้องหลัง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 เม.ย. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักศึกษาเสรีประชาธิปไตยและกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรี-ธิวัฒน์ หรือจ่านิว สร้างความปั่นป่วนระหว่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปาฐกถากรอบแนวความคิดการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลกันไป แต่บอกแล้วว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทั้งการสนับสนุนหรือต่อต้าน นายมีชัยไปทำความเข้าใจกับนักศึกษา ไม่เป็นไรถ้านักศึกษามีจิตใจบริสุทธิ์ก็ว่ากันไป แต่ถ้ามีเบื้องหลังต้องการทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ต้องมาว่ากัน หรือมีคนคอยดำเนินการอยู่ข้างหลัง คสช.ต้องไปสืบดูว่าเป็นใคร แล้วมาว่ากัน

ฮึ่มอย่าให้รู้ว่าเป็นใครเจอดีแน่

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังเป็นกลุ่มนักศึกษาหน้าเดิมที่ออกมาสร้างความปั่นป่วน คสช.จะดำเนินการอย่างไรเพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวเกรงว่าจะเกิดการลิดรอนสิทธิ์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เราไม่เคยลิดรอนสิทธิ์ใคร พูดมาหลายครั้งแล้ว ที่เราดำเนินการอยู่ในอำนาจรัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่ให้มีการโฆษณาชวน เชื่อหรือต่อต้าน ซึ่ง กมธ.จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่กลุ่มนักศึกษาที่ออกมาป่วนมีเบื้องหลังไม่อยากให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พล.อ.ประวิตรตอบว่า มีความเชื่ออยู่แล้วว่าต้องมีเบื้องหลัง แต่ไม่ได้ไปว่านักศึกษา เพราะต่อไปเขาโตขึ้นอาจรู้จักและเข้าใจอะไรดีขึ้น เรื่องระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี บอกแล้วขอแค่ 5 ปีดำเนินการด้านยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ ไม่เป็นไรเมื่อเป็นเรื่องความคิดก็ว่ากันไป “แต่อย่าให้มีเบื้องหลังหรือรู้ว่าใครต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เจอดีแน่”

บอกไม่อยากยุ่งจับเด็กเข้าค่าย

เมื่อถามว่าต้องเรียกนักศึกษามาเข้าค่ายอบรมทำความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขณะนี้ คสช.กำลังพิจารณาดูว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เด็กเหล่านี้เราไม่อยากไปยุ่ง เพราะเขาเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ก็เป็นได้ เมื่อถามว่านายมีชัยรู้สึกกังวลการเดินสายชี้แจงที่อาจมีกลุ่มอื่นๆที่ไม่ใช่นักศึกษามาปั่นป่วน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำไม่ได้ บอกแล้วไงว่าไม่ได้ อยากให้ทำตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ อะไรที่ขัดแย้งขออย่าทำ แต่ถ้าข้องใจมาถามเรื่องรัฐธรรมนูญ ถามได้ แต่ไม่ใช่ไปรณรงค์สนับสนุนหรือไม่เอารัฐธรรมนูญ ทำไม่ได้

“วิษณุ” แยกสีคำถามพ่วงกันสับสน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาคำถามพ่วงประชามติ วันที่ 7 เม.ย. ว่า ตามขั้นตอน เมื่อ สนช.มีมติแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทันที ค่าใช่จ่ายที่จะเพิ่มตรงนี้คงไม่มาก เพราะใช้บัตรลงคะแนนใบเดียวกัน โดยคำถามรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จะใช้สีหนึ่ง คำถามพ่วงอีกสีหนึ่ง ป้องกันประชาชนสับสน ส่วนการทำความเข้าใจคำถามพ่วง ยังไม่ได้คิดว่าจะให้หน่วยงานไหนรับผิดชอบ แต่คิดว่าใครก็ได้ โดยใช้งบประมาณตัวเอง แต่ถ้าคำถามพ่วงผ่านประชามติ แต่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ไม่มีปัญหาอะไร จะมองว่าเสียเปล่าหรือไม่ก็ได้ เพราะคำถามพ่วงจะชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องการอะไรเป็นนัยสำคัญในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่ถึงขนาดเป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย

อุบไต๋ทางออกหวั่นทำคนไขว้เขว

เมื่อถามว่าฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้บอกทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ นายวิษณุตอบว่า วันนี้ยังบอกไม่ได้ และไม่ควรให้รู้เพราะจะทำให้เกิดอคติเผื่อเลือกขึ้นมา อย่างไรเสียต้องหาทางทำให้รู้โดยเร็ว เพราะหลังวันที่ 7 ส.ค. ถ้าประชามติไม่ผ่าน จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าให้ใช้วิธีใด จะชัดเจนว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้เป็นฐานบ้าง หรือเขียนใหม่ทั้งหมด ซึ่งรัฐธรรมนูญที่อยู่ในข่ายที่จะใช้เป็นฐานคือ รัฐธรรม-นูญปี 40 รัฐธรรมนูญปี 50 ร่างรัฐธรรมนูญปี 58 และร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. คงไม่ย้อนไปไกลกว่านั้น และไม่จำเป็นต้องไปลงประชามติอีก เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว แม้แต่การทำประชามติครั้งนี้ยังงงว่าจะทำประชามติทำไม เพราะคิดในใจว่ามันมีวิธีอื่นที่สามารถทำได้โดยเร็วและประหยัด แต่เมื่อไม่เลือกใช้ก็ต้องทำประชามติ

กรธ.บ่นเหนื่อยกับพวกบิดเบือน

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงแผนการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญว่า เตรียมจัดทำคำอธิบายแล้ว กรธ.ต้องรู้ว่าประเด็นใดบ้างที่ประชาชนสนใจ จะได้อธิบายให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่วนกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ถูกกลุ่มนักเรียน นักศึกษาชูป้ายคัดค้านนั้น เราเข้าใจคนที่เห็นต่าง สิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าวิธีการก้าวร้าวรุนแรงเหมาะสมหรือไม่ ประเด็นเรื่องการศึกษา

กรธ.ชี้แจงไปมากแล้ว ผู้ปฏิบัติและคนส่วนใหญ่ก็เข้าใจ แต่ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่อยากรับร่างรัฐธรรมนูญ ต้องพยายามหาจุดจูงใจเพื่อให้คนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยพูดหลายครั้งว่าไม่กลัวคนที่อ่านแบบละเอียด แต่กลัวคนบิดเบือน กรธ.จึงต้องช่วยอธิบายกันไป “ที่เหนื่อยคือเราเหนื่อยกับคนที่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะหลักการ กรธ.ไม่เคยคิดไปจำกัดสิทธิใคร บ้านเมืองเป็นของคนทุกคน”

ระวังตัวแจรู้ตัวมีคนจ้องจับตามอง

เมื่อถามว่านายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีขบวนการไม่ให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ นายอุดมตอบว่า หน้าที่ กรธ. คือ การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการทำให้กระบวนการทำประชามติออกมาเรียบร้อย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ กกต. ในฐานะผู้ควบคุมการบริหารจัดการประชามติให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่การเผยแพร่ของ กรธ. จะไม่ทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย เพราะเราเข้าใจดีว่ามีคนมองการทำงานของ กรธ. เหมือนอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ต้องระมัดระวัง และต้องทำงานออกมาให้ดีและเหมาะสม

“พีระศักดิ์” หัวชนฝาค้านคำถามพ่วง

ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณาตั้งคำถามพ่วงประชามติ ของ สนช. ว่า ที่ประชุมวิปสนช.สรุปให้นำเรื่องดังกล่าวไปหารือต่อที่ประชุมสนช. วันที่ 7 เม.ย.อีกครั้ง เพราะร่างคำถามของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เสนอให้รัฐสภามีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงเปลี่ยนผ่าน ยังมีข้อถกเถียงในวิป สนช.ว่าจะขัดต่อบทบัญญัติหลักในร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าขัด อาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเยอะมาก จนอาจเกิดปัญหาตามมา ส่วนตัวจึงยืนยันชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการตั้งคำถามพ่วงประชามติ เพราะทำให้ประชาชนสับสนกับการลงประชามติได้

บิ๊กทหารยันให้เกียรติกันไม่มีใบสั่ง

พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม วิป สนช. กล่าวว่า มติวิป สนช.ชัดเจนว่าให้มีคำถามพ่วงประชามติได้หนึ่งคำถาม ส่วนที่ประชุม สนช.จะเห็นอย่างไรไม่มีใครตอบได้ แต่ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งแน่นอนเพราะเราเคารพสิทธิกันและกัน ส่วนข้อกังวลว่าคำถามของ สปท.จะขัดกับหลักการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อคำถามพ่วงประชามติผ่าน แต่ไม่ตรงกับรัฐธรรมนูญ ก็มีข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ กรธ.ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน ดังนั้นทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่มีปัญหา

ชงยาแรงแช่แข็ง 10 ปีพวกป่วน

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า การประชุม สนช.วันที่ 7 เม.ย. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีการกำหนดบทลงโทษทั้งจำคุกและโทษปรับตามมาตรา 62 แก่ผู้ทำให้เกิดความวุ่นวาย หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ตลอดจนผู้กระทำการเผยแพร่ข้อความ ภาพและเสียงในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ ให้ถือว่าผู้นั้นก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกิน 5 ปีด้วยก็ได้ หรือถ้าเป็นกรณีกระทำผิดของคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

สนช. 60% หนุน ส.ว.เลือกนายกฯ

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. กล่าวว่า ในไลน์กลุ่ม สนช. จัดทำผลสำรวจพบว่า กว่าร้อยละ 60 หรือประมาณ 130-140 คน เห็นด้วยประเด็นคำถามให้นายกฯมาจากการลงมติเลือกร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อให้เป็นกลไกสำหรับประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่าน คาดว่าจะมีการตั้งคำถามโดยใช้ประเด็นนี้ประเด็นเดียว เพราะหากเพิ่มประเด็นอื่นเข้าไปในคำถาม เช่น ให้วุฒิสภาลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ด้วยนั้น อาจขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่กำหนดให้ สนช.ตั้งคำถามได้เพียงคำถามเดียวเท่านั้น

“หยุย” ขอดาบ ส.ว.โหวตคว่ำรัฐบาล

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า จะเสนอที่ประชุม สนช. วันที่ 7 เม.ย. ประเด็นคำถามพ่วงประชามติ คือ ควรให้รัฐสภามีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในกรณีทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ โดยไม่เกี่ยวกับประเด็นให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ เพื่อให้ ส.ว.มีอำนาจร่วมลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีได้ แต่ต้องเป็นเฉพาะกรณีทุจริตเท่านั้น โดย ส.ว.ไม่มีอำนาจขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่มีอำนาจรับฟังการอภิปราย และร่วมลงมติ เพราะที่ผ่านมามักใช้เสียงข้างมากช่วยเหลือกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงควรให้ ส.ว.มาร่วมถ่วงดุล

“เสรี” ยุตั้งคำถามควบสองประเด็น

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ประเด็นคำถามพ่วงประชามติ ยังไม่ทราบว่า สนช.จะตั้งคำถามประเด็นใด แต่มองว่านอกจากประเด็นเสนอให้รัฐสภามีอำนาจโหวตเลือกนายกฯแล้ว หาก สนช.จะตั้งคำถามให้รัฐสภามีอำนาจโหวตลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพ่วงไปด้วย ก็สามารถทำได้ เพราะถือว่าอยู่ประเด็นเดียวกัน คือ เป็นการถามเรื่องอำนาจการโหวตของรัฐสภา ทั้งเรื่องการแต่งตั้งนายกฯ และควบคุมรัฐบาล ไม่ถือเป็นคนละคำถาม เพราะเมื่อกำหนดให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯแล้ว ก็ควรให้ความสำคัญเรื่องการเข้าและออกจากตำแหน่งของนายกฯด้วย

อย่าปิดกั้นความเห็นถ้าของดีจริง

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาก่อเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายระหว่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. กล่าวปาฐกถาที่ ม.ธรรมศาสตร์ ว่า ถือเป็นการ แสดงความคิดเห็น เพราะต้องยอมรับว่าการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.เปิดโอกาสให้ฝ่ายผู้ร่างและสนับสนุนได้แสดงความคิดเห็นฝ่ายเดียวมากเกินไป และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของคนเห็นต่าง ทำให้คนจำนวน มากอัดอั้น เพราะไม่มีช่องทางแสดงความคิดเห็น ปรากฏการณ์คนคัดค้านไม่เห็นด้วยจึงเกิดขึ้น ทางที่ดีควรเปิดโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการต้องการพื้นที่สำหรับสื่อสาร หากร่างรัฐธรรมนูญดีจริงอย่างที่ผู้ร่างว่าหรือผลสำรวจความคิดเห็น ก็ไม่น่ากลัวการรณรงค์แสดงความคิดเห็น การปิดกั้นแสดงว่า กลัวประชาชนรู้ความจริง รับฟังความเห็นอีกด้าน

เตือนสติอย่าเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เศร้าใจเมื่อทราบข่าวจากนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ว่าถูกเชิญไปเข้าค่ายทหารที่มณฑลทหารบกที่ 38 ในวันที่ 8 เม.ย. จากกรณีขันแดง คงไม่พูดว่าใครผิด ใครถูก ต่างฝ่ายต่างมองคนละมุม แต่ภาพทหารเข้าค้นขันแดงในสำนักงานอดีต ส.ส.น่าน สะท้อนความหวาดระแวงที่มีต่อฝ่ายการเมือง ขณะที่ฝ่ายการเมืองก็เกรงการทำลายบรรยากาศการรณรงค์ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ล้วนไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศ อยากให้สังคมทบทวนถึงวัตถุประสงค์ที่คสช.ทำรัฐประหาร ที่ระบุว่าเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง ความสามัคคีในชาติ อยากให้คิดหาทางออกร่วมกัน โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ต้องอดทนเสียสละ เป็นกลาง เป็นผู้ใหญ่ มิใช่เป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง

ซัด ส.ว.กลายร่างเป็นพรรคใหญ่

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ ส.ว.มาจากการสรรหา และไม่มีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ แต่ความพยายามของ สปท. ที่จะเสนอคำถามพ่วงให้ ส.ว.มีส่วนร่วม ในการเลือกนายกฯมาเป็นคำถามพ่วงประชามติเช่นนี้ เป็นความพยายามให้ได้นายกฯคนนอก จึงไม่เห็น ด้วย ที่ผ่านมา ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งยังไม่มีส่วนร่วม แล้วจะให้ ส.ว.สรรหามีส่วนร่วมเพื่ออะไร และ ส.ว.สรรหาจะกลายเป็นพรรคการเมืองใหญ่ ที่มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ ทั้งที่ไม่ได้มาจากประชาชนเลย

จับพิรุธ “ธีรยุทธ” หนุนรัฐประหาร

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตถ้อยคำปาฐกถาของนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า นายธีรยุทธจงใจไม่แสดงความคิดเห็นและท่าทีต่อการรัฐประหาร 2549 และรัฐประหาร 2557 ที่ทำลายอำนาจอธิปไตยของคนจน และคนทุกชนชั้นอย่างสิ้นเชิง สถาปนาอำนาจรัฐเผด็จการ กดขี่ข่มเหงประชาชน และไม่เคยแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ทั้งที่ได้สถาปนาอำนาจคณะรัฐประหาร ให้ ส.ว.แต่งตั้ง และองค์กรอิสระอยู่เหนืออำนาจอธิปไตย แนวทางปฏิรูปที่นายธีรยุทธเสนอก็สอดรับกับแนวทางของคณะรัฐประหารชุดปัจจุบัน ต่างกันแค่หัวข้อ เท่ากับสนับสนุนการดำเนินการของคณะรัฐประหารชุดปัจจุบัน ตั้งแต่ยึดอำนาจจนไปถึงการทำยุทธศาสตร์ชาติในอนาคต

ยันไม่มีคนชักใย นร.–นศ.จี้ดูเนื้อหา

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลังกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ป่วนเวทีปาฐกถาของนายมีชัย แต่การไปแสดงออกในลักษณะนั้น เพราะได้รับ ผลกระทบจากการเขียนรัฐธรรมนูญของนายมีชัย โดยเฉพาะการลดระยะเวลาเรียนฟรีจากเดิม เท่ากับเป็นการทิ้งไว้กลางทาง เด็กนักเรียนที่ยากจนอาจ ขาดโอกาสในการศึกษาต่อ จึงสมควรแล้วที่นายมีชัย ต้องเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องหาเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่ควรดูสาระที่เด็กนักเรียนประท้วงว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ควรยอมรับ

อย่าแสดงตัวเป็นคู่ต่อสู้เยาวชน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า อยากให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และผู้มีอำนาจใจเย็นๆ การแสดงออกของนักเรียน นักศึกษา เป็นเรื่องธรรมดาที่มีทุกยุค การชี้นำสังคมว่าความเคลื่อนไหวแบบนี้มีเบื้องหลัง จะใช้มาตรการต่างๆ จัดการ เท่ากับแสดงตัวเป็นคู่ต่อสู้ของเยาวชน ที่หลาย คนแสดงออกเปิดเผยไม่มีเบื้องหลัง เพราะเนื้อหาหลายส่วนขัดหลักการประชาธิปไตย โดยเฉพาะการ ตัดสิทธิ์เรียนฟรีของนักเรียนระดับ ม.ปลาย ที่ส่งผลกระทบกับคนจำนวนมาก ควรให้นักเรียนที่มีส่วนได้เสียโดยตรงได้อธิบาย ส่วนตัวไม่เห็นด้วยถ้าจะเพิ่มสิทธิชั้นเด็กเล็กก็ไม่ควรตัดสิทธิเด็กโต ส่วนเจตนาของแม่น้ำ 5 สายในการเสนอประเด็นคำถามพ่วง ยิ่งน่าห่วงว่า มีความพยายามขยายอำนาจออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด ถ้าร่าง รธน.ผ่านประชามติ จะยิ่งทำให้วิธีคิดนี้มีอิทธิพลในการทำกฎหมายลูกให้ขี้เหร่ไม่แพ้กฎหมายแม่

เอ็นดีเอ็มลุยต่อเดินสายโหวตโน

ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ กลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) กว่าสิบคน นำโดยนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกลุ่มนักกิจกรรมสังคม ร่วมกันเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนที่เข้ามาร่วมงานวันสัปดาห์หนังสือ ให้ร่วมกัน ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมแจกแผ่นพับที่มีข้อความ “7 เหตุผลไม่รับร่าง รธน.” หลังจากเดินแจกได้ราว 15 นาที ผู้จัดงานได้เข้ามาขอร้องให้ยุติกิจกรรม เพราะเกรงว่ากระทบกับการจัดงาน กลุ่มเอ็นดีเอ็มจึงยอมยุติ โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประชาชนไม่มีส่วนร่วม จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชน ต้องรณรงค์โหวตโน โดยทางกลุ่มยืนยันจะเดินหน้ารณรงค์ในโอกาสต่อไป จะเป็นพื้นที่ไหนคงต้องหารือกันก่อน

“ปู” กลับบ้านทวดที่เมืองจันท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กระหว่างเยี่ยมชมสวนทุเรียนสุดแสวง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พร้อมโพสต์ข้อความว่า มาจันทบุรี ทำให้นึกถึงบรรพบุรุษ ที่ก่อนหน้านี้ปู่ทวดเคยมาอยู่ ต.บางกะจะ จ.จันทบุรี และต่อมาก็ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่ จ.เชียงใหม่ ของดีที่เมืองจันทบุรี ได้แก่ ทุเรียนที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของประเทศ ทั้งพันธุ์ยอดนิยมอย่าง ชะนี หมอนทอง ก้านยาวและพันธุ์พื้นบ้านอย่าง กบเจ้าคุณ นกหยิบ พวงมณี กระดุม แต่ละพันธุ์มีรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกำลังมีรสหวานอร่อย อยากให้รีบหาทาน

ไร้เงา “เทือก–ชายหมู” 70 ปี ปชป.

วันเดียวกันเวลา 08.15 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ จัดพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา คือ อิสลาม พราหมณ์ และพุทธ ในโอกาสครบรอบ “7 ทศวรรษ พรรคประชาธิปัตย์” มีแกนนำและสมาชิกเข้าร่วมคึกคัก อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค อดีต ส.ส. มีตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี ขณะที่แกนนำกลุ่ม กปปส. อาทิ นายถาวร เสนเนียม นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายวิทยา แก้วภราดัย น.ส. จิตภัสร์ กฤดากร มาร่วมงานกันพร้อมหน้า แต่เป็น ที่น่าสังเกตว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. ปกติ จะมาร่วมงานทุกปี ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานในปีนี้

“มาร์ค” คุย อยู่มาได้เพราะอุดมการณ์

นายอภิสิทธิ์กล่าวระหว่างทำพิธีทางศาสนา ว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาได้ถึง 70 ปี เพราะอุดมการณ์ความคิดของผู้ก่อตั้งพรรค วันนี้อยู่ในช่วง เปลี่ยนผ่านที่จะมีการปฏิรูป หลังคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจและจัดทำรัฐธรรมนูญ ตนเป็นห่วงเรื่องหมวดสิทธิเสรีภาพที่ถดถอย และโครงสร้างการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ขาดการ มีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาพิจารณา ขณะนี้ สนช.กำลังพิจารณาคำถามพ่วงอยู่ ดังนั้น รัฐบาลควรระบุให้ชัดว่าหากประชามติไม่ผ่านแล้วประชาชนจะได้อะไร จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะรับหรือไม่รับ ที่บอกว่า มีแผนหมดแล้วควรบอกให้ประชาชนรับรู้

ประเคนอำนาจให้ ส.ว.วุ่นวายแน่

ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า อยากให้ทุกฝ่ายจับตาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการห้ามไม่ให้มีการรณรงค์ จะเกิดความยุ่งยาก และไม่มีประเทศไหนทำประชามติแล้วไม่ให้มีการรณรงค์ มันไม่เป็นธรรมชาติ แต่ถ้ากำหนดความผิดสำหรับผู้ที่บิดเบือน ใช้ความเท็จ ข่มขู่ ซื้อเสียง จูงใจในการลงคะแนน ต้องจัดการให้เด็ดขาด หากให้ กรธ.รณรงค์ได้ฝ่ายเดียว ยิ่งทำให้ประชามติไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เมื่อถามว่าแนวคิดการตั้งคำถามพ่วงที่ให้อำนาจ ส.ว.มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า จะนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต เพราะกระทบกับเสียงข้างมากที่มาจากการเลือกตั้ง ที่คิดว่าตัวเองถูกละเมิด สุดท้ายนำบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้ง ถ้ากลัวรัฐบาลเสียงข้างมากทำอะไรผิดกฎหมาย ต้องทำให้กฎหมายบังคับใช้ได้ เพื่อนำคนเหล่านั้นไปลงโทษ ไม่ใช่คิดเอาเองว่าไม่ให้เสียงข้างมากมีสิทธิ์ตั้งรัฐบาลตามเจตนาของประชาชน หากเกิดความ ขัดแย้งขึ้นคนที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ

ขอกติกาชัดๆ ป้องกันคนบิดเบือน

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า การที่พรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช. เอาการประชามติมาเป็นเงื่อนไขเรียกร้องให้ คสช.ต้องลาออก ยิ่งทำให้การแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต้องระวังมากขึ้น เพราะเราไม่อยากเห็นความวุ่นวายในบ้านเมือง หาก นปช.และพรรคเพื่อไทยคัดค้านเนื้อหาความเป็นประชาธิปไตย ก็อย่าลากไปเป็นเงื่อนไขทางการเมือง เมื่อถามว่า เริ่มมีการเคลื่อนไหวของนักศึกษาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยิ่งทำให้ประชาชนกังวลต่อการกลับเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตย ทำอย่างไรที่จะแสดงออกโดยไม่กระทบกับอีกฝ่าย อยากให้ คสช.และรัฐบาลเปิดพื้นที่การแสดงออก มากกว่าไปเล่นเกมกับคนที่ต้องการแหย่ ไปเล่นไล่จับกันจนมีการฟ้องละเมิดสิทธิ์ ซึ่งไม่จบ จึงอยากให้ทำกติกาให้ชัด

“อนุทิน” นำลูกพรรคก้าวสู่ปีที่ 8

ช่วงเช้าวันเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย จัดทำบุญครบรอบ 7 ปีก้าวสู่ปีที่ 8 การก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ นายชัย ชิดชอบ สปท. อดีตประธานรัฐสภา นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค โดยนิมนต์พระ 9 รูป มีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานพิธีสงฆ์ โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาพร้อมนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แกนนำพรรค ส่วนพรรคเพื่อไทยส่งนายสามารถ แก้วมีชัย นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายวัฒนา เมืองสุข ด้านพรรคชาติไทยพัฒนาได้ให้ตัวแทนนำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

ลั่นพร้อมลงสนามไม่เกี่ยงกติกา

นายอนุทินกล่าวถึงกลยุทธ์ของพรรคกับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ว่า พรรควางกลยุทธ์แบบยั่งยืน ไม่ซับซ้อน วางนโยบายหลัก 4 ด้าน คือ ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ การไม่ได้รับความไม่สะดวกของผู้ประกอบกิจการ ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะทำประชามติ พรรคฟังเสียงประชาชนไม่ว่าประชามติจะออกมาอย่างไร พร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในทุกสถานการณ์ เราเป็นนักกีฬาไม่ใช่คนเขียนกติกา เป็นหน้าที่เราที่จะปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นก็แข่งกันไม่ได้ ถ้าใครไม่พร้อมแข่งก็ไม่ต้องลง ใครพร้อมแข่งก็เสนอตัว คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่น่ามีปัญหา พรรคภูมิใจไทยจะเสนอตัวเป็นทางเลือกของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยหวังว่าจะเป็นไปตามโรดแม็ปของหัวหน้า คสช.

ล็อกชื่อนายกฯต้อง หน.พรรคเท่านั้น

เมื่อถามว่า เห็นด้วยกับการกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีในบทเฉพาะกาลหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า โนพร็อบเพล็ม (ไม่มีปัญหา) เราต้องทำตามกติกา และไม่เคยจะเสนอชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนอื่นเป็นนายกฯ คงเสนอชื่อหัวหน้าพรรค เพราะเป็นเรื่องของพรรคไม่ใช่เรื่องของคนนอก ทุกอย่างจะเป็นการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคกับคณะกรรมการบริหารพรรค ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่เป็นปัญหาให้บ้านเมือง อะไรที่เป็นประโยชน์ของบ้านเมือง ของพี่น้องประชาชน และประโยชน์ส่วนรวมเราเอาด้วยหมด ไม่มีการไปล็อกหรือไปอิงกับใคร เราเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเราต้องไปอิงกับคนนั้นคนนี้คงไม่แยกตัวมาตั้งพรรคใหม่เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว และพรรคคงไม่มีข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ อย่าไปทำให้ช้า ประชาชนจะเป็นตัวกำหนดอนาคตบ้านเมือง

พรรคเอสเอ็มอีโดดเกาะขบวน คสช.

อีกด้านหนึ่งที่พรรคประชาธิปไตยใหม่ ถนน วิภาวดีรังสิต นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ จัดทำบุญพรรคเนื่องในโอกาสปีใหม่ไทย โดยมีบรรดาแกนนำพรรคเล็ก 18 พรรคเข้าร่วม นายสุรทินกล่าวว่า ตัวแทน 18 พรรคเล็กได้ก่อตั้งกลุ่มปฏิรูปการเมืองยุคใหม่ เพื่อเป็นอีกทางเลือก ในอนาคตขั้วการเมืองที่สามจะเป็นตัวเชื่อมการเมืองทั้งสองขั้วให้ประเทศเดินหน้าสู่การปฏิรูปและปรองดอง เครือข่ายฯขอสนับสนุนแนวทางของ คสช.จัดโครงสร้างประเทศใหม่และเดินตามโรดแม็ปเลือกตั้งปี 60 นับจากนี้เราจะเดินสายพบประชาชนทั่วประเทศ สร้างความเข้าใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการเตรียมพร้อมเลือกตั้งใหญ่ 18 พรรคเล็กได้แบ่งพื้นที่ที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส. และเตรียมเสนอชื่อนายกฯไว้แล้ว 3 คนตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หนึ่งในนั้นเป็นถึงอดีตรองนายกฯมาแล้ว

แนะเร่งแก้ปากท้องอย่าหยุมหยิม

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น และควบคุมตัวอดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมแจกจ่ายขันสีแดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า แปลกใจที่รัฐบาลและ คสช.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เปรียบเหมือนหนังกลองหากไม่ถูกตีก็ไม่ดัง อยากให้ผู้มีอำนาจทบทวนไตร่ตรองแนวทางลักษณะนี้ ขอเสนอแนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาน้ำแล้งอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาปากท้องประชาชน และใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาโครงการใหญ่ๆที่รัฐเสียเปรียบเอกชน ดีกว่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ส่วนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า หาก คสช.เห็นดีกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ควรประกาศใช้ได้เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาหรืองบประมาณทำประชามติอีก


จ่อปรับแถลงผล ครม.ให้เข้าใจง่าย

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับรูปแบบผังรายการ คสช. ว่า คสช.พยายามปรับรูปแบบรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ออกอากาศช่วงเวลา 18.00 น. จากการสัมภาษณ์ภายในสตูดิโอ เป็นการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนและผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงจะปรับรูปแบบการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกวันอังคารให้เข้าใจง่ายมากขึ้นหรือเรียกว่าแถลง ครม.ฉบับประชาชน ต้องคุยกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่เป็นผู้ผลิตรายการก่อน อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องรอให้เลขาฯ คสช.ส่งเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พิจารณาและอนุมัติก่อนจึงจะดำเนินการได้

นายกฯเปิดทำเนียบรดน้ำดำหัว

พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมรองนายกฯ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และข้าราชการประจำทำเนียบรัฐบาล จะร่วมทำบุญตักบาตรพร้อมพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ในวันที่ 12 เม.ย. บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และนายกฯจะเปิดให้ข้าราชการและสื่อมวลชนร่วมรดน้ำขอพรตามประเพณีขึ้นปีใหม่ไทยด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงวันหยุดสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. นายกฯยังไม่มีกำหนดการปฏิบัติภารกิจแต่อย่างใด แต่ยังคงติดตามสถานการณ์ต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาล

“บิ๊กตู่” ลดทัวร์นอกลุยพบประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า จากช่วงเวลาที่ คสช.และรัฐบาล เข้าสู่เข้าโหมดการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งการให้ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ พิจารณาปรับลดภารกิจต่างประเทศให้น้อยลง เนื่องจากนายกฯต้องการใช้เวลาจากนี้ เพิ่มการลงพื้นที่พบประชาชนมากขึ้น เพื่อติดตามเร่งรัดนโยบายรัฐบาลงานที่ยังค้างอยู่และการแก้ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงเรื่องของการปฏิรูป ส่วนเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง นายกฯย้ำให้เป็นไปตามโรดแม็ป

คนอีสานตัดเกรดทีม ศก.แค่พอใช้

ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อภาวะเศรษฐกิจระดับครัวเรือนและระดับจังหวัด ในเขตพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ร้อยละ 50.5 เห็นว่ารายได้ค่าใช้จ่ายและการผ่อนชำระหนี้ของครอบครัวในปัจจุบันอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 16 เห็นว่าอยู่ในระดับแย่ โดยมีเพียงร้อยละ 1.7 ที่เห็นว่าอยู่ในระดับดีมาก ทั้งนี้ อีสานโพลยังสำรวจและสอบถามความเห็นต่อผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.59 พบว่าร้อยละ 40.2 เห็นว่าพอใช้ มีร้อยละ 25.2 ที่เห็นว่าดี และมีเห็นว่าแย่อยู่ร้อยละ 24.5 ซึ่งส่งผลต่อค่าคะแนนเฉลี่ยผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลคือ 46.9 จาก 100 คะแนนเต็ม

“ไก่อู” โต้โฆษก กต.สหรัฐฯอย่าตีมึน

ต่อมาช่วงค่ำ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯไม่สบายใจกับความเห็นของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เรียกร้องให้ คสช.จำกัดอำนาจทหาร หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 ทั้งที่ได้ชี้แจงอธิบายแล้วหลายครั้ง เหมือนพยายามไม่เข้าใจว่าข้อเท็จจริงคืออะไร สถานการณ์ประเทศไทยไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ นายกฯอยากให้เข้าใจว่า ทั้งนักโทษที่หลบหนีคดี กลุ่ม นปช. กลุ่มนักศึกษา กลุ่มต่อต้านสถาบัน ทุกคนรู้ดีว่าตัวเองทำผิดกฎหมาย แต่อ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนให้ดูดี การกระทำผิดทุกกรณีมีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธสงคราม หรือเผาบ้านเผาเมือง ล้วนเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองทั้งสิ้น จึงอยากถามกลับว่าในประเทศของท่าน ทุกคนมีเสรีภาพที่จะกระทำผิดกฎหมายเช่นนี้ได้ใช่หรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ร่างรัฐธรรมนูญประชามติกลุ่มเอ็นดีเอ็มนักเรียนต่อต้านต่อต้านรัฐธรรมนูญประวิตร วงษ์สุวรรณนักศึกษาต้านรัฐธรรมนูญจ่านิวสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ประชาธิปไตยมีชัย ฤชุพันธุ์กรธ.อุดม รัฐอมฤตทำบุญพรรคประชาธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์ข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้