วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หัวหน้า ปชป.ค้าน คำถามพ่วงประชามติ สปท. หวั่นนำไปสู่ความขัดแย้ง

หัวหน้า ปชป.ค้าน คำถามพ่วงประชามติ สปท. หวั่นนำไปสู่ความขัดแย้ง

  • Share:

"มาร์ค" จี้ คสช.-รบ. เปิดโอกาสทุกฝ่ายร่วมรณรงค์ประชามติ หวั่นหากรัฐรณรงค์ฝ่ายเดียวเป็นเหตุ ขัดหลักการ-หลักธรรมชาติ พร้อมระบุ คำถามพ่วงให้อำนาจ ส.ว.มีส่วนร่วมในการซักฟอกรัฐบาล - ร่วมโหวตนายกฯ จะนำไปสู่ความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างรัฐธรรมนูญว่า ต้องรอดูการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หากคำถามพ่วง เป็นเหมือนที่มีข่าวออกมาก็ไม่อยากให้ตั้งคำถาม เพราะจะเพิ่มความสับสน การจะถามวนเวียนให้ ส.ว.ยุ่งเกี่ยวกับงานของ ส.ส.เราไม่เห็นด้วย และยิ่งจะทำให้เกิดความครางแคลงใจ ต่อร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องรอดูท่าทีของ สนช.ว่าจะเป็นอย่างไร
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังอยากให้ทุกฝ่ายช่วยจับตาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการห้ามไม่ให้มีการรณรงค์จะทำให้เกิดความยุ่งยาก ตอนนี้คิดว่า ทั้งสองฝ่ายได้รณรงค์ไปแล้ว เพราะทุกคนต่างได้รับข้อมูลว่า ให้รับอย่างนั้น ไม่รับอย่างนี้ และไม่มีประเทศไหนที่จะทำประชามติแล้วไม่ให้มีการรณรงค์ เพราะจะไม่เป็นธรรมชาติ หากไม่ให้รณรงค์ แต่ถ้ากำหนดความผิดสำหรับผู้ที่บิดเบือน ใช้ความเท็จ ข่มขู่ ซื้อเสียง เพื่อให้คนลงคะแนนทางหนึ่งทางใดต้องจัดการให้เด็ดขาด ยิ่งตอนนี้ในร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติที่ให้อำนาจกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และเจ้าหน้าที่รัฐไปรณรงค์ไม่ถือเป็นความผิด จะกลายเป็นมีคนเพียงกลุ่มเดียวที่มีสิทธิ์โน้มน้าวประชาชนได้ ยิ่งจะทำให้การทำประชามติไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์
    
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าการให้อำนาจ ส.ว.มีส่วนร่วมในการซักฟอกรัฐบาล หรือร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เรื่องนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคตหาก ส.ว. 250 คน ชี้ขาดเรื่องเหล่านี้ได้ เสียงข้างมากที่มาจากกการเลือกตั้ง จะคิดว่าตัวเองถูกละเมิด สุดท้ายจะนำบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้ง จึงย้ำให้วิเคราะห์ปัญหา ถ้าเรากลัวว่ารัฐบาลเสียงข้างมากจะทำอะไรผิดต้องไปป้องกันให้กฎหมายบังคับใช้ได้ เพื่อนำคนเหล่านั้นไปลงโทษ ไม่ใช่คิดเอาเองว่าไม่ให้เสียงข้างมากมีสิทธิ์ตั้งรัฐบาลตามเจตนาของประชาชน และหากเกิดความขัดแย้งขึ้นคนที่เกี่ยวข้องก็จะต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า สังคมอาจมองว่าปัญหาทั้งหมด มาจากนักการเมืองที่เป็นผู้ฉุดรั้งประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ แต่เราต้องจัดการกับปัญหาทางการเมืองที่ทำให้เกิดความไม่ถูกต้อง ไม่ใช่จัดการกับระบบ เพราะเราหนีหลักการของระบบไม่ได้หากจะให้ประเทศเดินไปข้างหน้า การจะกำจัดนักการเมืองเลวๆอย่างไรเชื่อว่าทุกคนสนับสนุน แต่วิธีการที่จะทำไม่ใช่การจะบอกว่าไม่มีระบบการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมซึ่งนั่นไม่ใช่ทางออก
 
"การที่พรรคเพื่อไทย และ นปช.เอาประชามติมาเป็นเงื่อนไขเรียกร้องให้ คสช.ต้องลาออกก็ยิ่งทำให้การแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต้องระวังมากขึ้น เพราะเราไม่อยากเห็นความวุ่นวายในบ้านเมือง หาก นปช.และพรรคเพื่อไทยจะคัดค้านเนื้อหาความเป็นประชาธิปไตย ก็อย่าลากไปเป็นเงื่อนไขทางการเมือง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการเคลื่อนไหวของนักศึกษา แสดงความเห็นคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวปาฐกถาในงาน "วันสัญญา ธรรมศักดิ์ ปี2559" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะยิ่งทำให้ประชาชนกังวลต่อการกลับเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตย ทำอย่างไรที่จะแสดงออกโดยไม่กระทบกับอีกฝ่าย และอยากให้ คสช.และรัฐบาล เปิดพื้นที่การแสดงออกมากกว่า เล่นเกมกับคนที่ต้องการแหย่แล้วไปเล่นไล่จับกัน จนมีการฟ้องละเมิดสิทธิ์ ซึ่งก็ไม่จบ จึงเป็นเหตุผลที่อยากให้ทำกติกาให้ชัด

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ประคับประคองบ้านเมือง และต่อต้านความไม่ถูกต้อง ซึ่งต่อจากนี้จะยืนหยัดตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ โดยหวังว่า จะชนะการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามพรรคไม่เคยคิดว่า ประเทศไทย จะมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้