king10
Thairath Logo
กีฬา

อ้าง พ.ต.ท.ยึดรถไปหายจ้อย หนุ่มขอนแก่นร้อง ชนะคดีแล้วยังไม่ยอมคืน

Share :
line-share-logo

หนุ่มขอนแก่น ร้องศูนย์ดำรงธรรมขอรถยนต์คืน ระบุถูกตำรวจ2นาย ยศ พ.ต.ท.และ ร.ต.ท.สังกัดภาค 4 ยึดรถไปตรวจสอบ ก่อนจะถูกฟ้องเรียกรถคืน สู้คดีในชั้นศาลจนชนะ แต่ตำรวจก็ยังไม่ยอมคืนรถ อ้างศาลไม่ได้สั่งให้คืน...  

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ศรีสองชัย ชาวบ้าน หมู่ 7 ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้เข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น เพื่อขอให้ช่วยเจรจากับคู่กรณีเรื่องให้คืนรถยนต์พิพาท

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพลเรือนที่ร่วมมือกันกลั่นแกล้งตนจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมาได้มีนายธนนท์ แก้วดวงดี มาติดต่อขอซื้อรถจากตนถึงที่บ้าน เป็นรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ หมายเลขทะเบียน บม 8972 บุรีรัมย์ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวตนเองได้ซื้อมาจากนายสมจิตร นามาบ ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ยังไม่ได้ทำเรื่องโอนกันแต่มีชุดโอนลอยไว้เรียบร้อยตามปกติของการซื้อขายรถยนต์ จากนั้นนายธนนท์ ที่มาซื้อรถของตน ขอนำรถยนต์คันดังกล่าวไป โดยยังไม่ได้จ่ายเงิน เนื่องจากเป็นคนที่รู้จักและสนิทกัน ตนจึงให้ไป

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า กระทั่งวันรุ่งขึ้น ตนไม่เห็นนายธนนท์ ติดต่อกลับมาจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามว่าตกลงจะซื้อรถตนหรือไม่ ได้รับคำตอบว่าได้ถูก พ.ต.ท. นายหนึ่งสังกัดกองกำกับการสืบสวน 2 ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 4 และ ร.ต.ท. สังกัดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ยึดรถไปแล้ว อ้างว่าเป็นรถต้องสงสัย จึงติดตามไปทวงถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการตรวจยึด ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าขอยึดไว้ตรวจสอบสภาพรถก่อน โดยได้ให้บริษัท ตรีเพชรอีซูซุ มาทำการตรวจสอบรถคันดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มาตรวจสอบแล้ว ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด แต่ทาง พ.ต.ท.นายนั้น ก็ยังไม่ยอมคืนรถให้ โดยบอกให้ตนไปรอที่บ้าน

ผู้ร้อง ยังกล่าวอีกว่า ขณะที่รอฟังคำตอบและรอรถจากตำรวจ ก็ได้รับหมายศาลจากศาลแขวงจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 20 ก.ค. 2558 ถูกนายวิรัตน์ บุตรสิม ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร ฟ้องตนเป็นจำเลยที่ 2 ส่วนนายสมจิตต์ นามาบ ผู้ที่ขายรถให้ตนเป็นจำเลยที่ 1 ฐานความผิด "ติดตามทรัพย์สินคืน และเพิกถอนทะเบียนรถ" จากนั้นได้ต่อสู้คดีในชั้นศาลเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ศาลแขวงขอนแก่น มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า รถยนต์พิพาทเป็นของโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกรถยนต์พิพาทคืนจากจำเลยทั้งสอง

"หลังศาลยกฟ้องโจทย์แล้วจึงไปทวงถามขอรถยนต์คันดังกล่าวคืนจาก พ.ต.ท. นายนั้น แต่ได้รับคำตอบว่า ศาลไม่ได้สั่งให้คืนรถ เมื่อถามว่ารถอยู่ไหน ก็ได้รับคำตอบว่า ได้เก็บรักษาอย่างดี แต่แล้วจู่ ๆ กลับมีใบสั่งส่งมาให้ไปชำระค่าปรับข้อหาขับรถฝ่าไฟแดงที่สามแยกโกสุมพิสัย ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น"

นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนไม่มีที่พึ่ง และเนื่องจากโดนกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดตามรถยนต์คันกลับคืนมาให้ด้วย

ทางด้านนายพศวัต ธรรมวงศา นิติกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งเป็นผู้รับเรื่องไว้ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า หลังจากศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องไว้แล้ว จะทำหนังสือถึงต้นสังกัดของบุคคลทั้งสอง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง และนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกัน เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมเมื่อวันที่ 4 เม.ย. กล่าวหาตำรวจ 2 นายยึดรถไว้ว่า หากเป็นตามที่ร้องเรียนก็จะเรียกนายตำรวจทั้งสองมาพบ เพื่อสอบถามรายละเอียด พร้อมทั้งจะตั้งกรรมการสอบสวนข้อท็จจริง ผิดก็ว่าไปตามผิด อาจจะผิดทั้งวินัยและอาญา แต่ตอนนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดตามขั้นตอนก่อน ต้องให้ความเป็นทั้งสองฝ่าย.

อ่านเพิ่มเติม...
ร้องถูกยึดรถตำรวจยึดรถพ.ต.ท.ยึดรถไม่ยอมคืนรถร้องศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่นข่าวไทยรัฐข่าวทั่วไทยข่าวภูมิภาคไทยรัฐออนไลน์