king10
Thairath Logo
กีฬา

อนุทิน ทำบุญ ภูมิใจไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ลั่น พร้อมชิงนายกฯ

Share :
line-share-logo

“อนุทิน” นำลูกพรรคทำบุญ ภท.สู่ปีที่ 8 ประกาศพร้อมชิงเก้าอี้นายกฯ – ไม่ติดใจร่าง รธน. น้อมรับเสียง ปชช.ตัดสินประชามติ ผ่าน-ไม่ผ่าน แนะ นักการเมืองนำอดีตมาเป็นบทเรียนอย่าเตะถ่วงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บริเวณชั้น 5 จัดทำบุญครบรอบวันเกิด ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ของการก่อตั้งพรรค ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เม.ย.ของทุกปี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญของพรรค เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตประธานรัฐสภา นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นายโสภณ ซารัมย์ รองหัวหน้าพรรค นายธีรชัย แสนแก้ว นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยบรรดาสมาชิกและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรค ร่วมงานอย่างคับคั่ง เป็นต้น

ทั้งนี้ ในพิธีสงฆ์ได้นิมนต์พระ 9 รูป โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานพิธีสงฆ์ในการทำบุญก้าวเข้าสู่ปีที่8 ของพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าได้มีตัวแทนพรรคการเมืองมาแสดงความยินดี โดยพรรคประชาธิปัตย์ มีนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส่วนพรรคเพื่อไทย มีนายสามารถ แก้วมีชัย นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายวัฒนา เมืองสุข นายสุรชาติ เทียนทอง นายไพจิต ศรีวรขาน ด้านพรรคเพื่อชาติไทยพัฒนา ได้ให้ตัวแทนนำกระเช้าดอกไม้มาแสดงความยินดีด้วย

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทย ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ว่า สมัยลงพื้นที่พรรคได้วางกลยุทธ์แบบยั่งยืน ไม่ซับซ้อน วางนโยบายหลัก 4 ด้านของพรรค คือ ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ การไม่รับความไม่สะดวกของผู้ประกอบกิจการ ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งทั้ง 4 ข้อ จะเป็นนโยบายหลักไม่ว่าจะหาเสียงกี่ครั้ง ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย เราพร้อมให้การสนับสนุนแก่รัฐบาล คณะที่เข้ามาปกครองประเทศในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยกลับคืนประเทศให้เร็วที่สุด ซึ่งเราเชื่อมั่นอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะทำประชามติ พรรคภูมิใจไทย มีความเห็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคฟังเสียงประชาชนไม่ว่าประชามติจะออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะเห็นหรือไม่เห็นชอบ พวกเราในพรรคได้คุยกันแล้วว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทุกประการ และเราพร้อมในทุกสถานการณ์

“เราเป็นนักกีฬา เราไม่ได้เป็นคนเขียนกติกา เมื่อมีกติกาออกมาแล้วก็เป็นหน้าที่เราปฏิบัติตามกติกา ไม่เช่นนั้นก็แข่งกันไม่ได้ ถ้าใครไม่พร้อมแข่งก็ไม่ต้องลง ถ้าใครพร้อมแข่งก็เสนอตัว จากการศึกษาคร่าวๆ ร่างรัฐธรรมนูญไม่น่ามีปัญหาอะไร สำคัญพรรคภูมิใจไทย ที่จะเสนอตัวให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่จะเกิดขึ้นซึ่งหวังว่า จะเป็นไปตามโรดแม็ปของหัวหน้า คสช.” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ที่เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า" โน พร็อบเพล็ม"เราต้องทำการกติกา ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ เพราะต่างคนต่างสร้างกติกาของตนเอง แล้วต้องการให้กติกานั้นไปเอื้อของแต่ละฝ่าย ซึ่งมันไม่เหมือนกัน เพราะทุกคนก็อยากได้กติกาที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตนเอง ซึ่งมีหลายกติกา มัวแต่เล่นกันไปเล่นกันมา เลยทำให้ประเทศไทยมาอยู่จุดนี้ กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว ต้องค่อยๆสร้าง การเลือกตั้งครั้งต่อไป รัฐบาลอาจมีอายุไม่นานก็ได้ เพราะว่า ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ แล้วต้องมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ยิ่งมีการเลือกตั้งมากครั้งก็ยิ่งดี เพราะทำให้ทุกคนตื่นตัว ประชาชนมีทางเลือก และจะได้ตัดสินใจให้กับตัวเองและประเทศชาติได้

เมื่อถามว่าระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ดูเหมือนจะเอื้อให้พรรคขนาดกลาง และให้มีการเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ 3 คน ในการหาเสียงเลือกตั้ง ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมประกาศตัวชิงนายกฯหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่เคยคิดจะเสนอชื่อคนอื่น เลยไม่ได้ดูเรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทย คงเสนอชื่อหัวหน้าพรรค คงไม่มีชื่ออื่นและตรงนี้เป็นเรื่องของพรรคไม่ใช่เรื่องของคนนอก ฉะนั้น ทุกอย่างก็จะเป็นการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำหรับพรรคภูมิใจไทย กติกาในระบอบประชาธิปไตยของพรรคการเมือง ระบบเลือกตั้งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า หัวหน้าพรรคส่วนใหญ่ต้องได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับตำแหน่งสำคัญๆ สำหรับพรรคภูมิใจไทย ไม่คิดว่าครั้งหน้าจะเป็นตัวแปร ได้ ส.ส.มากหรือน้อย เพราะเราจะทำให้ดีให้ดีที่สุด สามารถอธิบายตัวเอง สมาชิกพรรค คนในครอบครัวได้ว่าไม่ว่าผลออกมาอย่างไรก็เกิดจากการกระทำ ความคิด ความพยายามที่ดีที่สุดของทุกคนในพรรค ดังนั้น ผลออกมาอย่างไรเราก็ยอมรับ

“ผมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่เป็นปัญหาให้บ้านเมือง และไม่เป็นทางตันที่พรรคภูมิใจไทย อะไรที่เป็นประโยชน์ของบ้านเมือง ของพี่น้องประชาชน และประโยชน์ส่วนเราเอาด้วยหมด จะไม่มีการไปล็อกอะไรกับใครหรือไปอิงกับใคร เพราะเราเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเราต้องไปอิงกับคนนั้นคนนี้ คงไม่แยกตัวมาตั้งพรรคใหม่ เมื่อ 7-8 ปี ที่แล้ว ซึ่งการที่ทหารเข้ามาถือเป็นการลดความขัดแย้ง และเมื่อถึงเวลาก็คืนอำนาจให้ เราต้องเรียนรู้บทเรียนในอดีตและประคับประคองสถานการณ์ให้ได้ ซึ่งผมยังมั่นใจว่าทุกรัฐบาลและรัฐบาลปัจจุบันก็เข้ามาสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ และหลังการเลือกตั้ง ผมก็เชื่อว่า นายกฯคนปัจจุบันเข้ามาเพื่อวางรากฐานให้ดี เพื่อให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งสามารถบริหารบ้านเมืองไปในทิศทางที่ดีได้ เพราะบทเรียนที่ผ่านมา มีคุณค่าสูงมาก เราต้องมองถึงประโยชน์ส่วนรวม อย่านึกถึงประโยชน์ส่วนตัว ประเทศต้องมีทางออก” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีข้อเสนอ เพราะถ้าติติงไปเขาจะแก้ให้หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปทำให้ช้า ประชาชนจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของบ้านเมือง เราต้องฟังเสียงประชาชนมากกว่า ส่วนที่มีการมองกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เน้นให้พรรคการเมืองหาเสียงในเชิงนโยบายประชานิยม จะกระทบกับพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเราเน้นทำให้ประเทศชาติ และประชาชนเข้มแข็ง ขอเพียงอย่าโกง ถ้างบประมาณลงไปเพื่อบ้านเมือง ตนก็มั่นใจว่า จะไม่ส่งผลทางลบ และถ้าพรรคมีโอกาสเราก็พร้อมที่จะเข้ามาอุ้มประเทศให้สูงขึ้น ต้องยอมรับว่า ไม่มีใครได้อะไรทุกอย่าง แต่เราต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ โดยขอให้ทุกคนนำบทเรียนที่ผ่านมา แล้วจะเห็นว่า ความคิดเห็นที่ต่างคนต่างเอาชนะคะคานกันไม่เป็นผลดี.

อ่านเพิ่มเติม...