วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ซิโก้' เซ็นสัญญาคุมช้างศึก 2 ปี พอใจไม่น้อยหน้าใคร

'ซิโก้' เซ็นสัญญาคุมช้างศึก 2 ปี พอใจไม่น้อยหน้าใคร

  • Share:

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เซ็นสัญญาคุมทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ 2 ปีเต็ม นับเป็นโค้ชไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับสัญญาอย่างเป็นทางการ จากสมาคมลูกหนัง เผยพอใจกับค่าตอบแทนที่ไม่น้อยหน้าโค้ชต่างประเทศ...

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 59 มีรายงานความเคลื่อนไหวการเตรียมทีมฟุตบอล “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในการสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะมีการจับสลากแบ่งกลุ่มในวันที่ 12 เม.ย.นี้ โดยล่าสุด กุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดเผยว่า ได้เซ็นสัญญารับหน้าที่หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการ กับทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เรียบร้อยแล้ว เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆ ที่ได้รับ เป็นที่พอใจ เพราะถือว่าไม่น้อยหน้ากับที่สมาคมฯเคยว่าจ้างโค้ชต่างประเทศ โดย “ซิโก้” นับเป็นโค้ชชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการเซ็นสัญญาจากทางสมาคมลูกหนังอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ขณะที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แผนที่จะคิดทบทวนเรื่องการอัญเชิญ “ตราพระมหามงกุฎ” ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยมาติดบนหน้าอกเสื้ออีกครั้ง

ประมุขลูกหนังไทย เผยว่า เบื้องต้นได้คุยกับตัวแทนของสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางนำตราพระมหามงกุฎคืนสู่เสื้อทีมชาติไทยอีกครั้ง หลังรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานติดบนอกเสื้อเบื้องซ้ายของนักฟุตบอลทีมชาติสยาม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2458 ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อพ.ศ.2475 จึงมีการเปลี่ยนเป็น “ธงไตรรงค์” และในปี พ.ศ.2545 มีการจัดประกวดตราทีมชาติไทยขึ้น ซึ่งได้ตรา “ช้างศึก” ที่นำมาใช้จนถึงปัจจุบัน

“ในปีนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีอายุครบ 100 ปี จึงมีแนวคิดนำตราพระมหามงกุฎคืนสู่เสื้อทีมชาติไทยอีกครั้ง เพื่อถวายพระเกียรติรัชกาลที่ 6 ซึ่งถือเป็นพระบิดาของวงการฟุตบอลไทย โดยหลังจากนี้คงมีการตรวจสอบที่มาที่ไปของสัญลักษณ์ทีมชาติ ถ้าไม่ถูกต้อง ก็ต้องเปลี่ยน” บิ๊กอ๊อด กล่าว

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ที่เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วง “ฟีฟ่า เดย์” โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อยู่ระหว่างการเชิญชาติต่างๆ มาเข้าร่วมโม่แข้ง ล่าสุด นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฯ ฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สมาคมฯ ได้ทำหนังสือเชิญชาติต่างๆ มาเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งมีทีมอุซเบกิสถาน เพียงชาติเดียว ที่ตอบกลับมาว่าจะเดินทางมาแข่งขันรายการดังกล่าว

“ตอนนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า อุซเบกิสถาน จะส่งทีมชุดใหญ่มาแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ที่ประเทศไทย แม้ว่าอุซเบฯจะผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชียเหมือนกับทีมไทย แต่อุซเบฯ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา หากวันที่ 12 เมษายนนี้ ผลการจับสลากอาจจะอยู่สายเดียวกับไทยก็ตาม เนื่องจากเป็นเรื่องของมารยาทที่ทีมสายเดียวกันมักจะไม่อุ่นเครื่องกันก่อน แต่ก็ไม่ใช่กฎข้อห้ามแต่อย่างใด” นายพาทิศ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้