วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โจรใต้ปิดถนน จับผัวเมีย บีบขับรถซุกบึมเข้าเมือง

โจรใต้ปิดถนน จับผัวเมีย บีบขับรถซุกบึมเข้าเมือง

  • Share:

โจรใต้ก่อเหตุระทึกขวัญกลางวันแสกๆ ยกพวกกว่า 10 คน พร้อมอาวุธครบมือดักปล้น 2 ผัวเมียพ่อค้าขายกับข้าว ขณะขับรถปิกอัพกลับจากซื้อสินค้าที่ตลาดบังคับให้ขับรถบรรทุกถังแก๊สประกอบระเบิดแสวงเครื่อง 2 ถัง หนักรวม 100 กก. ขับไปจอดในปั๊มน้ำมันกลางเมืองยะลา พ่อค้าใจเด็ดขับเลยปั๊มเล็กน้อยแล้วรีบจอดรถวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ปลอดภัย เชื่อหากทำงานสำเร็จจะเกิดความสูญเสียอย่างหนัก ส่วนที่ จ.นราธิวาส ลอบวางระเบิดถล่มทหารพราน นั่งรถยนต์กลับจากตรวจสอบความเรียบร้อยสถานที่คัดเลือกทหารกองเกินที่ที่ว่าการอำเภอ เคราะห์ดีไม่มีใครตายเจ็บ มีเพียงรถเสียหายเล็กน้อย

ปัญหาไฟใต้ยังมีเหตุรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 เม.ย.ร.ต.ท.ธราพงษ์ เย็นใจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้ง มีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดถล่มเจ้าหน้าที่บนถนนในหมู่บ้านฮูลูปาเระ หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก. พ.อ.รุ่งโรจน์ อนันตโท ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส นำกำลังตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ แรงระเบิดทำให้เสาไฟหักโค่น 1 ต้น ชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องประกอบในกล่องเหล็กหนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารกระจายเกลื่อน

สอบสวน จ.ส.อ.พลศักดิ์ รักเมือง สังกัดร้อย ทพ.4503 กรมทหารพรานที่ 45 ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนำกำลังทหารพราน 12 นาย นั่งรถกระบะ 2 คัน กลับจากตรวจสอบความเรียบร้อยสถานที่คัดเลือกทหารกองเกินที่ที่ว่าการอำเภอระแงะมุ่งหน้ากลับฐาน ถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่ซุ่มอยู่ข้างทางใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง ที่นำไปวางไว้โคนเสาไฟฟ้าริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้รถกระบะเสียหายเล็กน้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย จึงรีบขับรถกลับฐานแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ส่วนที่ จ.ยะลา เมื่อเวลา 09.45 น. พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุด่วนว่า มีชายคนหนึ่งขับรถปิกอัพมาจอดไว้ที่มุมถนนคชเสนีย์ ใกล้สี่แยกไฟแดงปั๊มน้ำมันเชลล์ เขตเทศบาลนครยะลา แล้ววิ่งไปบอกชาวบ้านว่า ภายในรถมีวัตถุระเบิดวางอยู่ ให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย จึงพร้อม พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบก. นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา นำกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่กู้วัตถุระเบิดชุด “ศรศึก-ศรชัย” บก.ภ.จ.ยะลา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพโตโยต้า สีน้ำตาลอ่อน ทะเบียน บต 1845 ยะลา จอดอยู่ระหว่างประตูทางเข้าปั๊มน้ำมันกับประตูทางเข้าศูนย์บริการรถโตโยต้า กระบะหลังต่อเติมติดตั้งโครงเหล็ก ภายในกระบะนอกจากมีอาหารสดจำพวกผัก เนื้อและอื่นๆ แล้ว ยังมีถังแก๊สสีเขียวขนาด 15 กก. จำนวน 2ถังวางคู่กัน มีสายไฟเชื่อมต่อกับวิทยุสื่อสาร คาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดมโหฬาร เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดร่วมชั่วโมงจึงสามารถตัดวงจรจุดชนวนระเบิดได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งอกของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ตรวจสอบต่อมาพบว่าคนร้ายตั้งความถี่จุดชนวนวิทยุสื่อสารยี่ห้อ TYT น้ำหนักถังละ 50กก.หลังจากนั้นจึงได้จัดการนำไปทำลายทิ้ง

สอบสวนนายสุนันท์ ทองเนตร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/2 หมู่ 1 บ้าน กม.26 นอก ต.ตาเนาะ-ปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ชาวบ้านผู้แจ้งเหตุ ให้การว่า ประมาณตี 5 ตนขับรถปิกอัพคันดังกล่าว โดยมีนางเรณู จิตรบาล อายุ 60 ปี ภรรยา อดีตเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ หรือนิคมกือลอง ออกจากบ้านพักในนิคมกือลอง หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน เดินทางไปซื้ออาหารสด อาหารแห้ง เพื่อนำไปขายในตลาดนิคมฯ ขากลับขับรถมาตามถนนสายปาลอ-ปาต๊ะ-นิคมกือลอง ขณะผ่านโค้งอันตรายเลยรอยต่อบ้านกือลอง หมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน กับตลาดนิคมกือลอง หมู่ 6 ตำบลเดียวกัน มีชายฉกรรจ์ร่วม 10 คน แต่งกาย ชุดลายพรางคล้ายทหาร ทุกคนมีอาวุธปืนยาวครบมือโบกให้หยุดรถ หลังตนจอดรถคนร้ายส่วนหนึ่งได้ใช้อาวุธปืนจี้บังคับ อีกส่วนหนึ่งช่วยกันยกถังแก๊สขนาด 15 กก. จำนวน 2 ถัง ขึ้นไปวางไว้บนกระบะ ท้ายรถ จากนั้นพากันขึ้นนั่งบนรถ บังคับให้ตนขับมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมืองยะลา

ชาวบ้านผู้ตกเป็นตัวประกันคนร้ายให้การด้วยว่า ขณะนั่งอยู่ในรถ หนึ่งในคนร้ายพูดข่มขู่ว่า ให้ตนขับรถนำถังแก๊สซึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่องเข้าไปในเมืองยะลาโดยให้ไปจอดไว้ในปั๊มน้ำมันเชลล์ ถนนพิพิธภักดี ต.สะเตง พร้อมกันนั้นคนร้ายยังได้ให้ตนสวมเสื้อกั๊กสีเหลือง พูดขู่ว่า ภายในเสื้อกั๊กมีระเบิดแสวงเครื่องติดไว้ หากขัดขืนหรือไม่ทำตามจะจุดชนวนระเบิดฆ่าตน หรือไม่เช่นนั้นหากกระทำการไม่สำเร็จจะจัดการสังหารนางเรณู ภรรยาด้วย ขณะขับรถถึงบ้านปาลอบาตะ หมู่ 13 ต.ตลิ่งชัน คนร้ายราว 7 คน บังคับให้จอดรถ แล้วหิ้วนางเรณู ภรรยาไปขึ้นรถกระบะคนร้ายอีกคัน ขับมุ่งหน้า อ.บันนังสตา ส่วนคนร้ายอีก 3 คน นั่งรถควบคุมให้ตนขับต่อเข้าไปในเมืองยะลา พอถึงบ้านบันนังสาเรง ต.บันนังสาเตง อ.เมืองยะลา ใกล้ด่านตรวจเจ้าหน้าที่ทหาร คนร้ายได้ลงจากรถทั้งหมดแล้วบังคับให้ตนขับต่อเข้าไปในเมืองยะลา โดยมีคนร้ายอีก 2 คน นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ติดตามมาห่างๆ

นายสุนันท์ให้การด้วยว่า ระหว่างที่ขับรถมาเพียงลำพัง ตนนั่งคิดตลอดทางว่าจะทำอย่างไรดี จนตัดสินใจว่า “ตายเป็นตาย ตัวตายคนเดียวหรือตายพร้อมเมียดีกว่าคนอื่นอีกจำนวนมากมาพลอยรับกรรมตายไปด้วย” จึงได้จัดการถอดเสื้อกั๊กที่มีระเบิด ของคนร้ายออกแล้วโยนทิ้งไว้ริมถนนสุขยางค์หน้าสวนทดลองการยาง เขตเทศบาลนครยะลา โดยไม่สนใจว่า คนร้ายที่ตามมาจะเห็นหรือไม่ จากนั้นขับรถไปเรื่อย พร้อมคิดว่าตัวตายหรือเมียตาย ตามที่พวกโจรขู่ไม่สำคัญ เมื่อขับมาถึงปั๊มน้ำมันเป้าหมาย ได้ขับเลยประตูทางเข้าไปเล็กน้อย ตัดสินใจจอดรถแล้วเปิดวิ่งหนีไม่สนพวกคนร้ายที่ขี่จักรยานยนต์ติดตามมา ก่อนวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

หลังทราบเรื่อง พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา นำกำลังตำรวจ นปพ.และผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบจุดที่นายสุนันท์แจ้งว่าได้ทิ้งเสื้อกั๊กซุกระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายบังคับให้สวม ที่บริเวณซอยป่าไผ่ ริมถนนสุขยางค์ เขตเทศบาลนคร ยะลา กระทั่งพบเสื้อกั๊กดังกล่าว ในพงหญ้าริมถนน จึงให้เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบพบว่ามีระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กหนักราว 1 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารยี่ห้อเดียวกัน ปิดเทปดำติดกับตัวเสื้อ เจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บกู้สำเร็จจัดการยิงทำลายทิ้ง

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะ–ประดิษฐ์ ผบก.ภ.จ.ยะลา วิทยุสั่งให้ พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ ผกก. สภ.บันนังสตา นำกำลังออกติดตามรถคนร้าย จนไปพบนางเรณู ภรรยานายสุนันท์ ที่จุดตรวจ ตชด.บ้านบายิ หมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา หลังจากนั้นจึงได้แจ้งให้นายสุนันท์ทราบ ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่คาดเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบที่มีอิทธิพลในเขต อ.กรงปินัง และ อ.บันนังสตา วางแผนประกอบ วัตถุระเบิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สขนาดใหญ่ วางแผนปล้นรถนายสุนันท์ บังคับให้ขนระเบิดเข้าไประเบิดใจกลางเมืองยะลา เพื่อสร้างสถานการณ์ หากคนร้ายทำสำเร็จ คงบังเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลและรุนแรงที่สุดเท่าที่ปรากฏมา เพราะระเบิดแสวงเครื่องประกอบในถังแก๊ส 2 ถัง หนักร่วม 100 กก.

สายวันเดียว พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา มอบประกาศนียบัตรให้กับเจ้าหน้าที่ในสังกัดตำรวจภูธร จ.สงขลา ที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการสืบสวนดีเด่น และทุ่มเทเสียสละในการทำงาน โดยเฉพาะด้านความมั่นคงในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงและเกิดเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับประกาศนียบัตรด้านการสืบสวนดีเด่นคือ ชุด ฉก.ตชด.43 จำนวน 4 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ท.สุริวงค์ สมทรง หน.ฝขว.ฉก.ตชด.43/ หน.ชป.สส.ปป.ฉก.ตชด.43 ร.ต.ท.สันติ เอียดยวง รอง หน.ชป.สส. จ.ส.ต.อิทธิกร กลิ่นพงษ์ จนท.ชป.สส. และ ส.ต.ต.พัชรพร ใจแจ้ง จนท.ชป.สส. โดยทั้ง 4 นายมีผลงานจับกุมนายอิมรอน มีศรี ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับความมั่นคงที่ก่อเหตุยิงชาวบ้านบาดเจ็บ 3 คน และวางระเบิดไว้ในที่เกิดเหตุบริเวณร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา เขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ว่า เหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นเพราะเขาเร่งรัดกระบวนการพูดคุย แต่หลายเรื่องเราได้บอกไปแล้วว่า อย่าเพิ่งไปพูดถึงตรงนั้น เพราะยังไม่ได้ยอมรับกระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ที่พูดคุยนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า เป็นผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมดหรือไม่ ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด ทั้งแบบเปิดและแบบปิด แต่บางเรื่องรัฐบาลไม่สามารถให้ในความต้องการของเขาได้ วันนี้หากยังไม่มีความชัดเจน เป็นการพูดคุยเพียงคณะย่อยเท่านั้น จนกว่าจะมีความเห็นที่ตรงกันจึงจะพูดคุยคณะใหญ่

นายกฯกล่าวอีกว่า การพูดคุยเป็นไปไม่ได้ที่จะจบเรื่องได้ในทันที แต่วันนี้เรามีคณะทำงานย่อย เช่น กฎหมาย สิทธิมนุษยชน เมื่อทุกส่วนเห็นพร้อมก็ต้องมีการพูดคุยคณะใหญ่ การเจรจาในหลายประเทศ ใช้เวลาหลายสิบปี บางประเทศในอาเซียนเหตุการณ์ก็ยังคงมีอยู่ แม้จะยุติการสู้รบไปแล้วแต่ยังมีการใช้อาวุธอยู่ และบางอย่างของเขานั้นแรงเกินไป ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมทุกอย่าง ทั้งการใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การเยียวยา การพัฒนา การศึกษา ใช้งบ ประมาณลงไปในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ถามว่าจะให้เหตุระเบิดยุติเมื่อไหร่ ไม่ได้อยู่ที่ตนเพราะไม่ใช่คนเริ่ม เหตุไม่ได้มาจากรัฐบาล ทหาร หรือตำรวจ แต่มาจากผู้ที่เจรจากับเรา

“แล้วทำไมเราจะต้องเป็นเครื่องมือให้เขา ยิ่งประชาสัมพันธ์ให้เขามาก เขาก็ยิ่งชอบ ระเบิดบ่อยๆ ประโคมข่าว 5 วัน 10 วัน จะเป็นการกดดันรัฐบาลให้ต้องตกลง ยอมรับกับเขาให้ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการแต่ผมยืนยันว่าไม่สามารถที่จะกดดันผมได้ ถ้ากดดันผมจะใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่จะดูแลประชาชน เอาคนผิดมาลงโทษ ดังนั้น จะทำอะไรต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสีย เรื่องคนตายผมไม่ได้จะมาปิดบัง ตายไป 1 คน ใช่ว่าจะมีความสุข แต่เรากำลังแก้ทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เมื่อถามว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับคนร้ายสวมชุดเลียนแบบทหารปล้นรถกระบะ ที่ จ.ยะลา ที่ซุกระเบิดแสวงเครื่องหนักร่วม 100 กก. หวังก่อเหตุแล้วหรือยัง นายกฯตอบว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงแล้ว ทราบว่าไม่มีใครได้รับการสูญเสีย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้