king10
Thairath Logo
กีฬา

ปปง.ประสานตปท. สอบแฟมลับฟอกเงิน สรุปผลแถลง8เม.ย.นี้

Share :
line-share-logo

ผู้นำหลายชาติทั่วโลกเริ่มสะท้าน ผลพวงเอกสารลับ “ปานามา เปเปอร์ส” หลุดสู่สื่อสาธารณะ ขณะที่ รัสเซียมองเป็นฝีมือคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “ซีไอเอ” ส่วนในไทย “ปปง.”เตรียมแถลงความคืบหน้าเอกสารต่างประเทศเผยข้อมูลคนดังฟอกเงิน 8 เม.ย.นี้ ขณะที่ดีเอสไอรับลูกรอข้อมูล จะตรงกับข้อมูลในคดีที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ “บิ๊กต๊อก” ระบุ ยังไม่อยากให้พูดถึงชื่อใคร ขอตรวจสอบก่อน ด้านนักวิชาการแฉกลวิธีฟอกเงิน

กลายเป็นกรณีอื้ออึงไปทั่วโลก เมื่อข้อมูลลับของสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซก้า ที่สำนัก– งานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศปานามา ทวีปอเมริกากลาง ถูกนำออกเผยแพร่สู่สาธารณะ เป็นเอกสารขนาดมหึมา 11.5 ล้านชุด เรียกว่า “ปานามา เปเปอร์ส” เป็นข้อมูลลับเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการหลบเลี่ยงภาษีนอกประเทศของบุคคลและองค์กรในกว่า 72 ประเทศ ซึ่งข้อมูลลับเหล่านั้น ทางสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซก้า เก็บเอาไว้นานถึง 40 ปี และไม่เคยถูกฟ้องร้องหรือดำเนินคดีความผิดใดๆ แต่จู่ๆ เอกสารทั้งหมดก็ถูกส่งถึงหนังสือพิมพ์ดังในเยอรมนี และหนังสือพิมพ์ส่งต่อเอกสารให้กับองค์กรผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (ICIJ) และเริ่มมีการทยอยเปิดชื่อบุคคลที่เป็นลูกค้าของมอสแซค ซึ่งมีทั้งคนดัง ดารา นักกีฬา รวมถึงนัก การเมืองระดับบิ๊กจากหลายประเทศ

ถือเป็นการเปิดโปงครั้งใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีเอกสารลับที่หลุดออกมาในครั้งนี้ว่า แม้แต่นายเจอราร์ด ไรล์ ผู้อำนวยการไอซีไอเจ ยังระบุว่า ถือเป็นการเปิดโปงเอกสารเครือข่ายธุรกิจนอกประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลมากมายแทบทุกวงการ ไล่ตั้งแต่ข้อสงสัยการฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยบุคคลเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ทั้งเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน รวมถึงบุคคลระดับนายกรัฐมนตรี อาทิ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เครือข่ายประธานาธิบดีแห่งอาเซอร์ไบจานและอีกมากมาย แม้แต่กษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบีย รวมถึงลิโอเนล เมสซี นักเตะกองหน้าทีมบาร์เซโลนาของสเปน

เปิดหมดเปลือกวิธีช่วยลูกค้า

นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวเผยแพร่ข้อมูลแสดงวิธีการช่วยเหลือลูกค้าฟอกเงิน โอนเงินและหลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงเสนอบริการด้านการเงินช่วยปกปิดซ่อนเร้นชื่อของลูกค้าแต่ละรายแลกกับค่า ธรรมเนียมสูงลิบ โดยไอซีไอเจระบุจะเปิดเผยรายชื่อ บริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบภายในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้

“รัสเซีย” โบ้ยฝีมือซีไอเอ

ขณะเดียวกัน ก็มีปฏิกิริยาจากนานาประเทศต่อการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลรัสเซียระบุกำลังถูกโจมตีด้วยข้อมูลข่าวสารที่นำไปสู่ความเข้าใจผิด ทั้งระบุถึงไอซีไอเจอาจทำงาน ให้กับอดีตหน่วยข่าวกรองซีไอเอของสหรัฐฯ ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการแสดงท่าทีของสื่อมวลชนจีนภายหลังเกิดกระแสข่าวข้อมูลลับ “ปานามา เปเปอร์ส” ระบุเชื่อมั่นว่ามหาอำนาจชาติตะวันตก อยู่เบื้องหลังการเปิดโปงเอกสารลับเหล่านั้น โดยระบุถึงเหล่าผู้นำจีนในระดับแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่างน้อย 8 คน เกี่ยวข้องกับ สำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซก้า ขณะที่กระ– ทรวงต่างประเทศจีนระบุถึงข้อมูลเอกสารดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ทั้งได้มีคำสั่งสกัดกั้นการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวแล้ว

ผู้นำชาติยุโรปเจอกดดันหนัก

ส่วนรัฐบาลอังกฤษ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กำลังถูกกระแสการเมืองกดดันอย่างหนัก ให้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นถึงกรณีบิดาของนายคาเมรอนซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ได้ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงภาษีมาตลอดช่วง 30 ปีก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การทำธุรกิจนอกประเทศถือเป็นเรื่องส่วนตัวและครอบครัวตนยังคงลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ ขณะที่ไอซ์แลนด์ ชาวไอซ์แลนด์หลายพันคนพากันก่อหวอดเคลื่อนไหวเดินขบวนในกรุงเรคจาวิค เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีซิคมุนเดอร์ เดวิด กุนน์ลัคส์สัน ลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกเผยแพร่เอกสาร “ปานามา เปเปอร์ส” ร่วม กับภริยาซุกซ่อนการลงทุนในต่างประเทศมูลค่านับล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้านหนึ่ง หนังสือพิมพ์เลอ มองเดอ ของฝรั่งเศส รายงานว่า นายฌอง มารี เลอ– แปง ผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดของฝรั่งเศส ถูกชี้ว่าเกี่ยวข้องกับการซุกซ่อนทรัพย์สินผ่านระบบธุรกรรมต่างประเทศด้วย โดยส่งเงินกองทุนไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน และรวมถึงในปานามา จุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบทรัพย์สินจากหน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินของรัฐบาล

เยอรมนีเข้มงวดกันฟอกเงิน

ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมเยอรมนีได้ประกาศเตรียมออกกฎระเบียบใหม่เพื่อเพิ่มความเข้มงวดของการดำเนินธุรกิจนอกประเทศให้โปร่งใสรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีและฟอกเงินหรือนำเงินไปใช้ให้เครือข่ายก่อการร้าย ส่วนธนาคารนอร์เดียของสวีเดน ประกาศยุติดำเนินการผูกพันใดๆกับสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา แห่งปานามาแล้ว หลังเกิดกรณีอื้อฉาว “ปานามา เปเปอร์ส”

ลูกผู้นำปากีฯไม่สนมีชื่อโผล่

ส่วนกรณีของนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟแห่งปากีสถาน ตามข้อมูลเอกสาร “ปานามา เปเปอร์ส” ระบุลูกๆของนายชารีฟ 3 คน คือ ฮุสเซน ฮาซันและมาร์ยัม ต่างเกี่ยวข้องการทำธุรกิจต่างประเทศผ่านสำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา ทั้งถือครองอสังหาริมทรัพย์มากมายในย่านสำคัญๆ ของกรุงลอนดอน แม้ว่ากฎหมายปากีสถานการใช้ช่องทางเลี่ยงภาษีด้วยการดำเนินธุรกิจนอกประเทศไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่นักการเมืองฝ่ายค้านก็พยายามจี้ให้หน่วยงานตรวจสอบบัญชีแห่งชาติ เร่งตรวจพิสูจน์ที่มาที่ไปของทรัพย์สินสมาชิกครอบครัวนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ขณะที่นายฮุสเซน ลูกชายนายชารีฟ ให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์ปากีสถาน ระบุตนไม่ได้พำนักอยู่ในปากีสถาน จึงไม่จำเป็นต้อง เปิดเผยประกาศทรัพย์สินและตนก็ทำตามกฎระเบียบของการทำธุรกิจทุกอย่าง

แฉหลายบริษัทเอี่ยว ปท.ต้องห้าม

ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สำนักงานกฎหมายมอสแซค ฟอนเซกา ถูกพบว่าทำหน้าที่ตัวแทนให้กับเอกชนและบริษัทมากกว่า 33 แห่ง ปกปิดซ่อนเร้นภายใต้มาตรการถูกคว่ำบาตร โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งมีต่อรัฐบาลอิหร่าน ซิมบับเวและเกาหลีเหนือ โดยหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินการโดยมอสแซค ฟอนเซกา เกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือด้วย ทั้งนี้ บริษัทที่ลงทะเบียนโดยมอสแซค ฟอนเซกา จะดำเนินธุรกิจโดยปกปิดชื่อเจ้าของบริษัทที่แท้จริง ทำให้การติดตาม ตรวจสอบข้อมูลต่างๆยากยิ่ง เนื่องจากข้อมูลจะไม่มีเผยแพร่สู่สาธารณะ

แต่ในวันเดียวกัน ผู้บริหารสถาบันการเงินธนาคารเครดิต ซูส์ซี ในฮ่องกง ออกแถลงการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีและตกลงธุรกรรมไม่ พึงประสงค์ใดๆ ตามข้อกล่าวหาในเอกสาร “ปานามา เปเปอร์ส”

“บิ๊กตู่” ลั่นหากคนไทยผิดก็ติดคุก

ขณะที่ปฏิกิริยาในไทยต่อข้อมูลลับจากเอกสารดังกล่าว หลังมีการระบุว่าพบชื่อคนไทยปรากฏอยู่ด้วย โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีการเสนอข่าวเอกสารจากต่างประเทศที่อ้างว่า มีข้อมูลบุคคลสำคัญทั่วโลกเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและเลี่ยงภาษี โดยมีคนไทยรวมอยู่ 21 คนว่า ให้สอบสวนอยู่เพราะเป็นหลักฐานที่ไม่เป็นทางการมาจากสื่อ เรารับทุกเรื่องอยู่แล้ว ถ้าใช่ก็ดี จะได้มีคนชี้เป้าหมายให้เรา และเราก็จะดำเนินการต่อเนื่อง ต้องสรุปข้อเท็จจริงก่อน จำไว้ว่าการทำงานของรัฐบาล ทำได้สองอย่าง เปิดเผยเข้ากระบวนการได้เลย ในกรณีที่เป็นหนังสือราชการ หรือหนังสือที่มาถึงรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือหน่วยงานต่อหน่วยงาน แต่เรื่องนี้เผยแพร่จากสื่อต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะหลายประเทศเกี่ยวข้องด้วย ต้องดูแนวทางจากต่างประเทศด้วยว่าเขาทำอย่างไร คณะทำงานของเรามีอยู่แล้ว ทางฝ่ายยุติธรรมมีการประสานงานกัน การทำงานยุติธรรมมีการเชื่อมโยงกันหมดแล้วสมัยรัฐบาลนี้ ดีถ้าผิดจริงจะได้จับติดคุกเยอะๆ

“ประวิตร” กำลังสอบปมเอกสารลับ

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีใครบ้าง ส่วนการชี้แจงต่อสังคมโลก ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่ต้องถามผู้ที่เผยแพร่ก่อน ถ้าไม่มีข้อมูลแล้วไปตอบโต้มันไม่ได้ ต้องให้คนที่มีส่วนในรายชื่อแก้ตัวด้วย เมื่อถามว่า เห็นรายชื่อคนไทย 21 ราย แล้วตกใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตกใจอะไร ไม่มีชื่อตน ตนไม่เกี่ยว เมื่อถามอีกว่าข้อมูลที่เปิดเผยนี้ ทางประเทศไทยมีข้อมูลอยู่แล้วก่อนหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อาจจะมี แต่ไม่ได้ผ่านตน ตนไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องของการเงิน และเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกฯแต่อย่างใด

สมช.ขออย่าด่วนสรุปฟอกเงิน

ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่าเรื่องข่าวเอกสารลับบริษัทฟอกเงินในปานามาโยงคนไทยด้วยนั้น ขณะนี้ ทางเลขาธิการ ปปง.กำลังประสานขอข้อมูลไปยังบริษัทดังกล่าวที่ปานามา ดังนั้น ตอนนี้เราไปตี ความก่อนไม่ได้ว่า บริษัทหรือบุคคลเหล่านั้น ทำผิดกฎหมาย ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปก่อน หากไม่พบที่มาที่ไป ตรงนี้เราสามารถเรียกมาซักถามได้ ทั้งนี้ ทุกคนมีสิทธินำทรัพย์สินของตัวเองไปดำเนินการลงทุนที่ไหนก็ได้ แต่ต้องมีที่มาที่ไปถูกต้อง ส่วนของ สมช. ต้องรอดูว่า ปปง.ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมา และหากตรวจสอบพบว่าเป็นการกระทำความผิด ก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปปง.ขอตรวจสอบก่อน

วันเดียวกัน สำนักงาน ปปง.ได้ออกแถลงการณ์ โดยเอกสารระบุว่า“พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง. ได้เดินทางไปประชุมกับหน่วยงาน ปปง.ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา โดย พ.ต.อ.สีหนาท ได้กล่าวระหว่างการประชุมร่วมว่า จากการที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวการเปิดเผยเอกสารจากต่างประเทศที่อ้างว่ามีข้อมูลกว่า 11 ล้านฉบับ โยงถึงนักการเมือง และผู้นำทั่วโลกกว่า 72 คน เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและเลี่ยงภาษี โดยมีลูกค้า 21 คนในประเทศไทยและเชื่อมโยงกับ 963 บริษัทที่อาจเข้าข่ายเลี่ยงภาษีนั้น ปปง.กำลังเร่งดำเนินการประสานงานไปยังแหล่งที่มาของข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดก่อน เพราะ ปปง.มีการประสานงานและบูรณาการข้อมูลกับเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ หากประเทศใดพบข้อมูลเข้าข่ายฟอกเงินของกลุ่มบุคคลใด จะมีการส่งข้อมูลมายังประเทศที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ หรือรายงานข้อมูลให้รับทราบมีรายงานอีกว่าหลังเดินทางกลับจากประเทศ เมียนมา พ.ต.อ.สีหนาทจะแถลงข่าวความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม 501 ชั้น 5 สำนักงาน ปปง.

“ดีเอสไอ” โดดรับลูก “ปปง.”

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอ เบื้องต้นได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลจากคดีที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่ในปัจจุบันด้วย ซึ่งการประสานขอข้อมูลไปยัง ปปง.นั้น เพื่อตรวจสอบดูว่ารายชื่อของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว จะตรงกับข้อมูลในคดีที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องรอข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้ทราบรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากสื่อต่างๆเท่านั้น หากมีรายชื่อตรงกัน ก็จะพิจารณาตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

“บิ๊กต๊อก” ยังไม่อยากให้ระบุชื่อ

ส่วนที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนได้เห็นรายชื่อบ้างแล้ว แต่ไม่อยากให้ไปสนใจเรื่องนี้ อยากให้ไปสนใจว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่อยู่นั้นเท็จจริงเป็นอย่างไรก่อน ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจากสื่อ ไม่ได้เป็นข้อมูลทางราชการ ถ้าราชการจะเอามาดำเนินการมันต้องเป็นข้อมูลจากทางราชการเพื่อนำมายืนยันกัน แต่ในเมื่อเป็นข้อมูลอย่างนี้แล้ว ปปง.ต้องไปตรวจสอบ ขณะนี้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจากสื่อ โดยยังไม่ได้มีการยืนยันข้อมูลเป็นทางราชการ ซึ่ง ปปง.ที่มีการประสานงานและบูรณาการข้อมูลกับเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ ก็ต้องไปติดตามข้อมูลที่เป็นทางการมา

“จากนั้น เมื่อได้รายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าวแล้ว ก็ต้องมาตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินว่ามีการไปลงทุนทางธุรกิจหรือว่าเรื่องอะไร เมื่อได้ตรงนี้แล้ว จึงจะทราบว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นทีละขั้นตอนไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อย่าเพิ่งไประบุชื่อหรืออะไร ซึ่งสื่อหลายสื่อไปลงว่าเป็นการฟอกเงิน มันก็กลายเป็นเชิงลบ ทั้งนี้ เราต้องเข้าใจ ให้เกียรติ และให้ความเคารพกับคนที่เขาไปทำ คือต้องมองในแง่บวกบ้าง เพราะบางทีอาจจะเป็นเรื่องของการลงทุนระหว่างประเทศก็ได้ ดังนั้น ต้องรอผลการตรวจสอบก่อน อย่าเพิ่งไปเปิดเผยรายชื่อ แต่แน่นอนทางราชการมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ปฏิบัติ ทั้งหมดก็ต้องเป็นความลับในการเปิดเผยชื่อ ซึ่งเป็นไปตามหลักการ” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ขอเวลายืนยันข้อมูลก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และนายบรรยง พงษ์พานิช ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏรายชื่อคนไทยใน 21 คน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์โดยปฏิเสธว่าไม่ทราบว่ามีรายชื่อปรากฏได้อย่างไร พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า พอมีชื่อเขาก็ต้องออกมาปฏิเสธอย่างนี้ อย่างที่บอกว่าชื่อที่มีการเผยแพร่อยู่นั้นเป็นชื่อจริงหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นข้อมูลข่าวกรอง แต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่เราต้องรับฟังไว้ พอเราไปลงชื่อและมีการเผยแพร่ ซึ่งถ้าไม่จริงเขาก็เสียหาย แต่ถ้าได้รับการยืนยันว่าทุกคนก็จะหลีกเลี่ยงการมีหรือไม่มี ไม่พ้นอยู่แล้ว แต่ทางต่างประเทศเขาจะตอบมาหรือไม่ ก็ต้องรอฟังข้อมูลจากทาง ปปง. เพราะตนคุยกับทางเลขาธิการ ปปง.แล้ว กำลังตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ในการทำงานร่วมมือระหว่างประเทศอยู่ หลังจากนี้ อาจจะมีการเรียกประชุมของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ซึ่งต้องรอให้ทาง ปปง. ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อน

รบ.ยังไม่ขยับเรื่องเอกสารลับ

จากนั้นในช่วงบ่าย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ข่าวเอกสารลับปานามา เปิดเผยข้อมูลลับของคนดังทั่วโลกและคนไทย เลี่ยงภาษีและฟอกเงินนั้น เรายังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น ขณะนี้ยังเป็นเพียงข่าว เชื่อว่าคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเขาจะดูแลเรื่องนี้เอง ส่วนผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวนั้น ยังไม่มีการหารือกัน เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวโยงกับใครอะไรอย่างไร และยังไม่มีการรายงานอะไรเข้ามา เป็นเพียงข่าวเท่านั้น และในที่ประชุม ครม.ก็ไม่ได้สอบถามเรื่องนี้

นักวิชาการแฉกลวิธีฟอกเงิน

อย่างไรก็ดี วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายวิโรจน์ อาลี อาจารย์ประจำคณะ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า กลไกการฟอกเงินหรือเลี่ยงภาษีของบริษัท หรือบุคคล ที่ไปจดทะเบียนหรือตั้งบริษัทในประเทศขนาดเล็ก เช่น หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน หรือเกาะเคย์แมนนั้น กลุ่มประเทศเหล่านี้ ไม่มีฐานทรัพยากรทางเศรษฐกิจ จึงต้องหารายได้จากเงินที่ไหลเข้ามา จะเรียกตัวเองว่าสวรรค์ของภาษี หรือ Tax Heaven มีกฎหมายที่ส่งเสริมการไหลเวียนเข้ามาของเงินจากต่างประเทศ โดยไม่เก็บภาษีหรือเสียภาษีน้อยมาก เรียกว่าเป็นค่าบริการ พร้อมทั้งมีกฎหมายคุ้มครองผู้มาลงทุน จะเก็บข้อมูลเป็นความลับอย่างเข้มงวดมาก โดยบริษัทหรือบุคคลที่ต้องการเลี่ยงภาษีจะไปจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน หรือที่เรียกตัวเองว่าบริหารความมั่งคั่งมารับทำหน้าที่ปรึกษาเรื่องการเลี่ยงภาษีให้ และดำเนินการไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้ในประเทศเล็กดังกล่าว

สำหรับการจัดตั้งบริษัทเพื่อเลี่ยงภาษีหรือฟอกเงินนั้น จะดำเนินการโดยตั้งบริษัทขึ้นมาโดยไม่ได้ทำธุรกิจจริง แต่มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับทางบริษัทหรือบุคคลที่ต้องการจะหนีภาษีหรือฟอกเงิน เช่น บริษัท ก.ไปตั้งบริษัท ข. ขึ้นมาในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน แล้วบริษัท ก.ทำธุรกรรมโอนเงินระบุเป็นรายจ่ายไปยังบริษัท ข. เพื่อให้บริษัท ก.มีการแจ้งรายได้ที่น้อยกว่าความเป็นจริง จะช่วยเลี่ยงภาษีหรือเสียภาษีน้อยลง หรือแม้แต่กรณีที่ทางบริษัทในไทยเอง ที่ต้องการได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จากรัฐบาล ที่ให้สิทธิพิเศษกับต่างชาติ ก็จะไปตั้งบริษัทในกลุ่มประเทศดังกล่าว เพื่อมาขอสิทธิการลงทุน เป็นต้น ซึ่งตรวจสอบได้ยากเนื่องจากประเทศต้นทางไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งมักจะอ้างเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...