วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"บิ๊กตู่" ดักคอห้ามอืดซ้ำ "ตำบลละ 5 ล้าน"

"บิ๊กตู่" ดักคอห้ามอืดซ้ำ "ตำบลละ 5 ล้าน"

  • Share:

ครม.ทุ่มเพื่อชนบทอีก 1.5 หมื่นล้าน จัดอีก 2 แสนเงินช่วยรายหมู่บ้าน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติงบประมาณวงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินทุนให้หมู่บ้านละ 200,000 บาท จำนวน 74,965 หมู่บ้าน เพื่อนำไปพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ภูมิภาคของประเทศ ทั้ง ด้านเศรษฐกิจและสังคมผ่านโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้าน หรือดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ช่วยพัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การผลิตและการตลาดการพัฒนาสตรี เด็กเยาวชน ผู้สูง อายุและผู้พิการ การจัดสวัสดิการในหมู่บ้าน และสงเคราะห์ผู้ยากจนที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข การส่งเสริม การศึกษา ศาสนาการบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของหมู่บ้าน เป็นการต่อยอดจากโครงการ ที่รัฐบาลดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ จะทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการดำเนินโครงการภายในเดือน เม.ย.นี้ หรือประมาณหลังช่วงสงกรานต์ โดยจะจัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในกลุ่ม 4-5 จังหวัดรอบเขตปริมณฑล และจัดประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์พร้อมกันไปทั่วประเทศ เพื่อให้เริ่มต้น นับหนึ่งโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2559 เป็นต้นไป กำหนดให้เบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หรือไม่เกินวันที่ 31 ก.ค.2559

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมให้ดำเนินโครงการอย่างรวดเร็ว อย่าให้ล่าช้าเหมือนกับโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ที่ต้องขยายเวลาโครงการออกไปหลายรอบ ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้ทางคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นผู้พิจารณาและเสนอโครงการ โดยมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เจ้าหน้าที่เกษตร เป็นผู้ให้ คำแนะนำ และเสนอให้คณะกรรมการระดับอำเภอเป็นผู้อนุมัติโครงการ จากนั้นกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อนุมัติเงินส่งตรงไปยังอำเภอเพื่อลดขั้นตอน ซึ่งความกังวลเรื่องการทุจริตนั้น ต้องให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบ

“ในเบื้องต้นกระทรวงการคลังเสนอจะจัดงบประมาณให้หมู่บ้านละ 300,000 บาท แต่ที่ประชุม เห็นร่วมกันว่าวงเงินหมู่บ้านละ 200,000 บาท ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีหลายโครงการที่เงินลงไปยังหมู่บ้านแล้ว ซึ่งในภาพรวมน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความสุขให้ประชาชนในระดับที่พอเหมาะพอสม”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้