ข่าว
100 year

"บิ๊กตู่" แบะท่าเอไอเอสรับไม้ต่อ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 เม.ย. 2559 06:01 น.
SHARE

“พิชญ์” โชว์ไม่ได้มาเล่นๆเปิดชื่อพันธมิตรจีน

หลังจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัดหรือเอดับบลิวเอ็น ผู้เข้าประมูลคลื่นความถี่ 4 จี ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้จัดสรรคลื่นความถี่ที่บริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ประมูลได้แต่ไม่มาชำระเงินให้แก่เอไอเอส ในราคาที่แจส โมบาย ชนะประมูลที่ 75,654 ล้านบาท และกสทช.จะทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ตัดสินใจนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ เผยว่า เรื่องยังไม่ถึงตนและต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาด้วยว่าทำได้หรือไม่ เพราะต้องพิจารณาในหลายประเด็นทั้ง 1. ข้อกฎหมาย 2. เรื่องผลประโยชน์ที่ได้รับว่าถ้าทำได้วันนี้จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เท่ากับที่ต้องทิ้งช่วงไปอีกระยะเวลาหนึ่งอย่างไร อย่ามองว่าเอื้อประโยชน์เพื่อใคร ก็ในเมื่อมีคนประมูลอยู่ 3-4 บริษัทเท่านั้น และบริษัทหนึ่งไม่รักษาสัญญาก็จะต้องฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคลื่นที่เหลืออยู่ ที่ไม่มีคนรับจะต้องมีวิธีการอย่างไร ประมูลใหม่จะคุ้มหรือไม่ ได้ราคาหรือเปล่า และถ้ากฎหมายให้เจรจาได้ โดยที่เราไม่เสียประโยชน์มันก็จะต้องหาทางออกแบบนี้ คงไม่ใช่จะเข้าใครออกใครอยู่แล้ว ขอให้ไว้ใจ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.รับทราบการยื่นข้อเสนอของเอไอเอส แล้วและทางสำนักงานได้เร่งจัดทำการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย และประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการออกประกาศเงื่อนไขการประมูลเพิ่มเติมให้ กสทช.มีอำนาจเรียกผู้เสนอราคาเป็นอันดับ 2 มาเจรจาเป็นรายแรก ถ้าไม่ตกลงที่ราคา 75,654 ล้านบาท ก็เรียกผู้เสนอราคาอันดับ 3 มาเจรจา หากไม่มีรายใดยินยอมก็ต้องเปิดประมูล เนื่องจากขั้นตอนการประมูลเกิดขึ้นแล้วเหลือเพียงการชำระเงินเท่านั้น ซึ่งขณะนี้เอไอเอสยินยอมที่จะจ่ายในราคา 75,654 ล้านบาทแล้ว ฉะนั้น ก็ต้องทำกฎเกณฑ์ที่จะทำให้เอไอเอสได้คลื่นดังกล่าวอย่างถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังได้อนุมัติร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ กรณีที่มีประมูลรอบใหม่ โดยราคาเริ่มต้น 75,654 ล้านบาท เคาะราคาประมูลครั้งละ 152 ล้านบาท เงินค้ำประกัน 5% หรือ 3,783 ล้านบาท ของราคาเริ่มต้นและการเตรียมเงินไว้สำหรับความเสียหาย กรณีไม่มาชำระเงินค่าประมูลอีก 15% หรือ 11,348 ล้านบาท และตัดสิทธิ์ทรูมูฟ เอช เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะครอบงำตลาดถือครองคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์เพียงรายเดียว และกรณีที่มีเอกชนยื่นเสนอราคาเพียงรายเดียว ก็ให้ เดินหน้าประมูลได้ โดยจะนำไปรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 22 เม.ย.นี้ และเปิดประมูลในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ แต่หาก คสช.ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกประกาศเพิ่มเติม เพื่อเรียกเอไอเอสมาเจรจาและให้เป็นผู้ชนะประมูล ก็ไม่จำเป็นต้องจัดเวทีประชาพิจารณ์และเปิดประมูลอีก

วันเดียวกัน นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการแจส โมบาย ได้เดินทางมายังสำนักงาน กสทช.เพื่อชี้แจงต่อคณะทำงานพิจารณาความรับผิดกรณีแจส โมบาย ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ระบุยอมรับ ว่าหาหนังสือค้ำประกันมาชำระไม่ทัน โดยขอชี้แจงใน รายละเอียด 5 ประเด็น และจะนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ส่งให้ กสทช.ภาย ในวันที่ 20 เม.ย. ได้แก่ 1.แจสตั้งใจจริงไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ใช่นอมินีของใคร เพราะมีศักยภาพต้องการทำธุรกิจมือถือจริง 2.ก่อนการประมูลได้เตรียมการทุกด้าน เตรียมทุนไว้ถึง 80,000 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าการแข่งขันจะดุเดือดและที่ไม่มาเอง เพราะเป็นกลยุทธ์ของบริษัท 

3.ก่อนการประมูลได้หารือกับธนาคารกรุงเทพ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด เพื่อให้ออกหนังสือค้ำประกันเพียงธนาคารเดียว แต่สุดท้ายธนาคารยื่นเงื่อนไขว่า ตนต้องค้ำประกันส่วนตัว รวมไปถึงนายอดิศัย โพธารามิก บิดาก็ต้องค้ำประกันส่วนตัวด้วย ซึ่งเงื่อนไขนี้ตนไม่ตกลง เพราะบิดาก็อายุมากแล้ว แม้ธนาคารกรุงเทพจะเป็นพันธมิตรที่ดีมาตลอด 20 ปี ซึ่งแจสยุติการเจรจากับธนาคารกรุงเทพเมื่อวันที่ 20 ม.ค.59

4.หลังจากนั้นแจส ก็เริ่มเจรจากับธนาคารไอซีบีซี และพันธมิตรกับบริษัทจีนทั้งไชน่า ยูนิคอม, ไชน่าเทเลคอมและแชร์ริ่ง โมบาย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการมือถือ รายที่ 4 ของจีนและมีข้อเสนอจากบริษัท แซดทีอี จำกัด ที่เสนอให้บริษัทเซริโอ เป็นบริษัทในเครือซิโนเบค ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจใหญ่ของจีน ที่พร้อมลงทุน 10,000 ล้านบาท และธนาคารไอซีบีซีจากปักกิ่ง ก็พร้อมจะลงทุนกับพันธมิตรจีน อีก 30,000 ล้านบาท ด้วยการถือหุ้นในแจส โมบาย 49% แต่เนื่องจากมีขั้นตอนการเจรจาจึงต้องใช้เวลาและไม่สามารถนำเงินมาชำระได้ทันในวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่จะได้เงินและทำสัญญาได้กลางเดือน เม.ย.ซึ่งก็ไม่ทันกำหนดการของ กสทช.

5.กรณีจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะบริษัทแม่ของแจส โมบาย จ่ายเงินปันผล 30 สตางค์ และซื้อหุ้นคืน 6,000 ล้านบาทนั้น เป็นการทำเพื่อผู้ถือหุ้นและการนำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของจัสมินแจสเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้นและแจสด้วย ซึ่งทำอย่างตรงไปตรงมา และถูกต้อง ไม่ได้ปั่นหุ้น เมื่อเป็นผู้ให้บริการมือถือรายที่ 4 ไม่ได้ ก็ต้องหันไปทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างจริงจัง สำหรับความผิดกรณีไม่มาชำระเงิน คงไม่เกี่ยวโยงกับใบอนุญาตในกิจการอื่นๆ เพราะไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขใดๆ ของ กสทช. ส่วนจะทำธุรกิจมือถืออีกหรือไม่ ตอบไม่ได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอไอเอสประยุทธ์ จันทร์โอชาฐากร ตัณฑสิทธิ์แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสประมูลคลื่นความถี่4จีแจส โมบายข่าวไทยรัฐฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้