วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คสช.เล็งสอบพฤติกรรม 'นร.-นศ.' ป่วน 'มีชัย' แจงร่าง รธน.

คสช.เล็งสอบพฤติกรรม 'นร.-นศ.' ป่วน 'มีชัย' แจงร่าง รธน.

  • Share:

คสช.เล็งสอบพฤติกรรมกลุ่ม "นักเรียน-นักศึกษา" ป่วน "มีชัย" แจงร่าง รธน. พร้อมอดีต ส.ส.เพื่อไทยปมแจกขันแดงเข้าคอร์ส “อบรม” รองโฆษก คสช.เตรียมแจงหลักสูตรเป็นไปตามหลัก ปชต.มุ่งเน้นสร้างสรรค์พลเมือง

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.59 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นำโดย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ชูป้ายข้อความที่ระบุว่า "ร่างรัฐธรรมนูญอย่าทำร้ายเยาวชน" ระหว่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปาฐกถาเรื่อง "กรอบแนวคิดในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า หากมีกลุ่มบุคคลใดมีพฤติกรรมไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่พยายามบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีนี้จะเข้าข่ายกระทำความผิดที่จะต้องเข้าหลักสูตรอบรมหรือไม่นั้น ต้องรอการประสานข้อมูลกับหน่วยทหารในพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อขอข้อมูลดังกล่าว ขณะเดียวกันกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารยึดขันแดงของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.น่าน นั้นว่า จะเข้าข่ายได้รับการอบรมหรือไม่ ตนชี้แจงว่าตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดูที่พฤติกรรม และเจตนาของบุคคลนั้นๆ หากมีพฤติกรรมที่ไม่เสริมสร้างความสามัคคี และสร้างความขัดแย้ง รวมทั้งให้ร้ายบุคคลอื่นโดยที่ไม่มีข้อมูลชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาอีกทีว่าเข้าข่ายรับการอบรมหรือไม่

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า กรณีการแจกขันแดงนั้น ตนมองว่าสีแดงในอดีตเคยเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งในวงกว้าง และเป็นปัญหาที่ผ่านมา อีกทั้งการจัดกิจกรรมที่สวมเสื้อสีแดงที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่อาจมองเป็นพฤติกรรมที่ยั่วยุ แต่บางสังคมมองว่าเป็นการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองที่ปลุกเร้ามวลชนเมื่อถามว่า ต่อไปนี้ขันสีแดงจะใช้ได้หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาการกระทำหากใช้ขันสีแดงไว้รดน้ำต้นไม้ก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครบอกว่าใช้ขันแล้วเป็นสิ่งที่ผิด

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวถึงความคืบหน้าของหลักสูตรของ คสช. ว่าเป็นการเตรียมการของการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ส่วนรายละเอียดของเนื้อหาจะเป็นอย่างไรนั้นต้องขึ้นอยู่กับผู้เข้ารับการอบรม โดยหลักสูตรดังกล่าวเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ซึ่งหลักสูตรนี้คล้ายหลักสูตรทหารโดยทั่วไป โดยมีกรมกิจการพลเรือนทหารบกเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ขอย้ำว่าหลักสูตรดังกล่าวเน้นการพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ รับฟังความคิดเห็นกันและกันพร้อมทั้งให้ข้อมูล และแนวทางต่างๆ รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องในสิ่งที่ผู้เข้ารับการอบรมอยากรู้ อีกทั้งเรื่องที่เราควรรู้ร่วมกัน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่าสำหรับรูปแบบการอบรมนั้นขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม ทั้งนี้คิดว่าผู้เข้ารับการอบรมไม่ได้มีแนวคิดสุดโต่ง แต่มีแนวความคิดที่หลากหลาย โดยเราใช้ช่องทางที่ถูกต้องในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อย่างไรก็ตามหากอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมก็สามารถทำความเข้าใจร่วมกัน และเป็นระบบได้อย่างดี ซึ่งทุกๆพื้นที่จะดำเนินการในลักษณะดังกล่าวเหมือนกัน เพื่อมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมมีแนวทางให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่ขอย้ำว่าเราไม่ได้บังคับให้มีความคิดเห็นเหมือนรัฐบาล และ คสช. เพียงแต่ขอให้มีความคิดเห็นทางการที่สร้างสรรค์เท่านั้น

"เราไม่ได้ตั้งเป้าจะมีคนเข้ามาอบรมมากน้อยแค่ไหน อยากให้เป็นไปตามธรรมชาติ อีกทั้งไม่ได้มุ่งเน้นเป้าหมายว่าจะเป็นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะดูที่มุมมอง ดูที่เจตนา และพิจารณาพฤติกรรมการแสดงออกเป็นองค์ประกอบหลัก โดยมีเจ้าหน้าที่ตามหน่วยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในพื้นที่นั้นๆ และเจ้าหน้าที่ส่วนกลางร่วมกันพิจารณา และหารือ พร้อมทั้งรายงานไปยังฝ่ายอำนวยการรับทราบ" รองโฆษก คสช. กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้