วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โลกเปลี่ยน...เกษตรต้องมองไกล

โลกเปลี่ยน...เกษตรต้องมองไกล

โดย สะ-เล-เต
6 เม.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

เมื่อวานนำคำชี้แจงของกรมวิชาการเกษตรเรื่อง พืชจะให้สาร อาหารได้ครบคุณค่าทางโภชนาการแก่ผู้บริโภค พืชที่ปลูก ต้องได้รับ ธาตุอาหาร หรือปุ๋ยครบถ้วนตามที่พืชต้องการ...มาให้อ่าน ให้รู้ว่าสินค้าเกษตรจะมีคุณภาพหรือไม่ ปุ๋ยสำคัญไม่น้อย

และความตั้งใจจริงที่ยกประเด็นนี้มาเขียน ไม่ได้มีเจตนาจะต่อต้านนโยบายเกษตรอินทรีย์...หากแต่ต้องการจุดประกายความคิดผู้บริหารภาคเกษตรบ้านเรา ได้ฉุกคิดเรื่องอาหารปลอดภัย อาหารมีคุณภาพ ไม่ได้มีเพียงเกษตรอินทรีย์หนึ่งเดียว ยังมีการทำเกษตรในแนวทางอื่นที่ทำได้ เพียงแต่อย่ายึดติดกับคำว่า “อินทรีย์” คือยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาไปได้หมดทุกอย่าง

เพราะในโลกอนาคต คำว่าปลอดภัย ไร้สารพิษที่ถูกนำมาเป็นข้อกีดกันทางการค้าอยู่ในภาวะใกล้ตกยุค เนื่องจากทุกประเทศต่างใช้มาตรการนี้มากีดกัน และประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรต่างปรับปรุงมาตรฐานการผลิตในเรื่องนี้ไปกันหมดแล้ว ขืนไม่ปรับเปลี่ยนก็ขายของไม่ได้

เมื่อมาตรการนี้นำมาใช้กีดกันไม่ได้... ลองมองโลกให้ไกลกว่าปัจจุบัน คำว่า คุณภาพสินค้า คุณค่าทางโภชนาการ จะถูกนำมาเป็นมาตรการกีดกัน หรือไม่นี่ต่างหาก เจตนาที่แท้จริงของการยกประเด็นนี้มาพูดถึง

ที่สำคัญสินค้าเกษตรของเราหลายตัวอยู่ในภาวะขายแข่งกับใครไม่ได้ เพราะต้นทุนการผลิตสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เคยมีนโยบายที่จะอัพเกรด อัพคุณภาพสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น

อย่างข้าวมีแผนจะผลิตข้าวเป็นอาหารสุขภาพ ให้ข้าวเป็นยาช่วยรักษาโรค NCDs เบาหวาน ความดัน หัวใจ มะเร็ง ฯลฯ เพราะข้าวบางพันธุ์ของเรา มีสารสำคัญที่ช่วยยับยั้งโรคเหล่านี้ได้

ทำไมไม่ศึกษาวิจัยให้ลึกลงไปว่า พันธุ์ข้าวที่มีสารสำคัญรักษาโรคพวกนี้ได้ ต้องปลูกยังไง วิธีไหน ให้ปุ๋ยตัวไหนถึงจะให้สารเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น...เราไม่เพียงจะมีสตอรี่ขายข้าวได้ราคาสูง ยังได้สร้างมาตรฐาน ใหม่ที่โลกต้องก้าวตาม ไม่ใช่คอยแต่เดินตามกันให้ต่างชาติสนตะพาย

ไม่เพียงแต่ข้าว...พืชทุกตัวที่คุณสมบัติเช่นนี้ ถ้าเราทำได้หมด ใครจะไม่ซื้อสินค้าอุดมคุณค่าโภชนาการหยุดโรคร้าย made in Thailand.


สะ-เล-เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้