วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คำถามพ่วงเติมเต็มรัฐธรรมนูญใหม่

คำถามพ่วงเติมเต็มรัฐธรรมนูญใหม่

โดย สายล่อฟ้า
6 เม.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

เป็นประเด็นขึ้นมาอีกเมื่อคำถามพ่วงในการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นข้อเสนอของ สปท.ด้วยการให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือพูดกันง่ายๆเข้าใจตรงกันก็คือให้ ส.ว.สรรหาจำนวน 250 คนมีสิทธิร่วมลงมติเลือกนายกฯ

แม้จะเป็นข้อเสนอของ สปท.ที่ยังไม่ถึงขั้นบทสรุปสุดท้ายเนื่องจากต้องให้ สนช.ร่วมพิจารณาตัดสินอีกขั้นหนึ่งก่อนที่จะให้รัฐบาล พิจารณาเพื่อเสนอให้ กกต.นำไปบรรจุเอาไว้ในการทำประชามติ

แต่ที่พอจะเห็นทิศทางแล้วเรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้รับการขานรับ เพราะนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ออกตัวตั้งแต่ไก่โห่สนับสนุนข้อเสนอของ สปท.

นั่นแหละน่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย

ถ้าจำกันได้ นายพรเพชรนั้นมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ คสช.อย่างชนิดที่ว่า คสช.ว่ายังไงก็จะส่งสัญญาณผ่านบุคคลนี้เสมอ

จากข้อเสนอ 3 ข้อของ คสช.ที่ผ่านมา แต่ กรธ.รับลูกแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นแหละ นายพรเพชรได้แสดงออกด้วยความไม่พอใจว่าทำไมถึงไม่รับข้อเสนอทั้งหมด

แต่ประเด็นนี้ได้ยํ้าว่าเป็นคำถามที่ตรงเป้าที่สุด

คำถามพ่วงว่าด้วยการให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ แม้จะมีเสียงไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.บอกว่าไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าควรเป็นเรื่องของ ส.ส.และควรให้เกียรติกันเนื่องจากเป็นผู้กำหนดนโยบาย

“ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งคำถาม เพราะประชาชนจะเกิดความสับสน เพราะประชาชนควรให้ความสนใจเรื่องรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แม้ว่าอยากให้ ส.ว.มีบทบาทหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ตาม”

หรือแม้แต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ก็ออกมาเตือนให้ระวังว่าอาจจะเกิดปัญหาขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญได้

ขึ้นอยู่กับว่าจะให้ปรับแก้บทเฉพาะกาลหรือปรับแก้ในบทถาวร แต่ถ้าปรับแก้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ต้องกลับไปแก้ไขตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กำหนดระยะเวลาไว้ 30 วัน หากแก้ไขเฉพาะบทเฉพาะกาลก็ไม่มีปัญหา

แม้นํ้าเสียงไม่ค่อยจะเห็นด้วย แต่ก็ชี้ช่องเปิดทางให้ด้วย

รัฐธรรมนูญฉบับเต็มนั้นไม่ได้กำหนดให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯตรงๆ แต่ก็เปิดทางเอาไว้ว่าหาก ส.ส.ไม่สามารถโหวตนายกฯได้ในจำนวนรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอพรรคละ 3 คนก็เปิดทางให้ ส.ว.ร่วมลงมติเลือกนายกฯที่มาจาก “คนนอก” ได้

ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้แหละ...คือให้สิทธิ ส.ส.เลือกกันเองก่อน หากไม่สำเร็จก็ให้อำนาจ ส.ว.เข้าไปร่วมโหวตได้ แต่ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 และให้สภาผู้แทนฯมีมติรับรอง

ต่างกับคำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตได้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าที่จริงแล้วแม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมดอันเป็นการสนองตอบความต้องการของ คสช.ที่ต้องการให้การเปลี่ยนผ่าน 5 ปีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ความหมายก็คือ คสช. ยังสามารถดำรงบทบาททางการเมืองผ่าน ส.ว.สรรหา 250 คน

ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการคงอำนาจเอาไว้แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วต้องไม่ลืมว่าอำนาจบริหารผ่านรัฐบาลน่าจะเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านมากกว่า

ส.ว.เปลี่ยนผ่านจึงไม่เพียงพอต่อการกุมสภาพได้ทั้งหมด

นายกฯคือศูนย์รวมอำนาจที่แท้จริงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากทหารก็ตาม เพราะจะครอบคลุมได้ทุกอย่าง

ทั้งหลายทั้งปวงจึงชี้ให้เห็นได้ว่ากระบวนการนำไปสู่รัฐธรรมนูญ (ฉบับ คสช.) นั้นเป็นการแสดงบทบาทของแม่นํ้า 5 สาย ที่แบ่งงานกันอย่างแยบยล

เพื่อสนองความต้องการของ คสช.อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้