king10
Thairath Logo
กีฬา

ถ้าเข้าใจสังคมก้มหน้า จะเงยหน้าอย่างสง่างาม

โดย ซูม
6 เม.ย. 2559 05:01 น.
Share :
line-share-logo

เมื่อวานผมเขียนถึงผลการสำรวจการอ่านหนังสือของคนไทยปี2558 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สรุปว่าคนไทยอ่านหนังสือเพิ่มเป็นวันละ 66 นาที สูงกว่าการสำรวจเมื่อ 2 ปีก่อนถึงเกือบ 2 เท่า

เป็นตัวเลขที่ควรจะยินดีอย่างยิ่ง แต่พอไปอ่านรายละเอียดว่า การสำรวจปีหลังสุดนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเขาขยายนิยามการอ่านออกไป โดยเพิ่มการอ่านผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียด้วย ผมก็เกิดความกังวล ลดความยินดีลงไปมาก

เพราะข้อมูลข่าวสารในโซเชียลมีเดียนั้น เราก็ทราบแล้วว่ามีสารพัด ทั้งของดีของไม่ดี ทั้งทองคำ ทั้งเศษขยะ ทั้งของหอม และของเหม็นปะปนกันเต็มไปหมด

ผมก็เลยทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยความห่วงใย โดยขอให้วัยรุ่นกลุ่มอายุ 15-24 ปี ตามนิยามที่เขาสำรวจมา และพบว่าอ่านโซเชียลมีเดียถึง 83 เปอร์เซ็นต์นั้น จงเลือกอ่านเลือกรับแต่ของดีมีประโยชน์เท่านั้นเถิด

อย่าไปอ่านไปชอบ หรือหลงใหลในเรื่องที่ไม่ดีงาม หรือบรรดาขยะในโซเชียลมีเดียเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ตัวเลขการอ่านที่เราพบว่าเพิ่มขึ้นนั้นกลายเป็นตัวเลขที่จะเป็นผลเสียแก่คนไทยมากกว่าผลดี

ที่ต้องเรียนเตือนไว้เช่นนี้ก็เพราะผมเชื่อในพลังของโซเชียลมีเดีย ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือเป็นไปอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงเข้าระบบอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพฉับไว ก็จะยิ่งทำให้พลังโซเชียลมีเดีย ผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก

จากข้อมูลล่าสุดพบว่า จากประชากรทั้งสิ้น 67.9 ล้านคนในปัจจุบันของประเทศไทย มีประชากรที่ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือถึง 56.1 ล้านคน

ขณะเดียวกันยอดโทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ รวมแล้วถึง 91.9 ล้านเครื่อง ซึ่งอาจจะแปลความได้ว่า คนไทยเราบางคนใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เครื่อง

เห็นตัวเลขแล้วก็หายสงสัยว่าทำไม พลังโซเชียลมีเดียจึงสูงนัก

ดังนั้นหากนำไปใช้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ก็จะสามารถก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างกว้างขวาง ดังที่หลายๆครั้ง เราจะเห็นการสร้างกระแสสังคมในบางเรื่องได้กลายเป็นแรงกดดัน ทำให้ผู้เอารัดเอาเปรียบสังคมไม่กล้ากระทำต่อไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เคยหลงผิดไปกับผู้เอาเปรียบสังคม ก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น

ขณะเดียวกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ตที่โยงเข้ากับโทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็วทันใจ ไม่แพ้เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ก็จะนำไปสู่การแสวงหาความรู้ ความบันเทิงผ่านมือถือมากขึ้น และมากขึ้นไปเรื่อยๆ

การค้นหาความรู้จาก กูเกิล จาก วิกิพีเดีย และจากฐานข้อมูลหลักต่างๆ ก็สามารถจะทำได้จากโทรศัพท์มือถืออย่างสะดวกสบาย

แต่ในเวลาเดียวกัน การที่จะเข้าสู่เว็บโป๊ เว็บพนัน เว็บการเมืองไร้สาระ เว็บทำลายความมั่นคงของชาติ ฯลฯ ก็ง่ายดายเช่นเดียวกัน

พวกบ่อนทำลายความมั่นคงนั้นจะมาบ่อยๆ แทรกเข้าไปในเว็บสำคัญหลายเว็บ ซึ่งแม้จะมีหน่วยงานของรัฐ ที่จะตามจัดการกับพวกบ่อนทำลายเหล่านี้ แต่กว่าจะอ่านพบ และตามไปลบทิ้งได้ ข้อความเหล่านั้นก็เผยแพร่ออกไปเยอะแล้ว

เมื่อการเข้าถึงข่าวสารข้อมูลทั้งดี ทั้งไร้สาระไร้แก่นสาร สามารถทำได้ง่ายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือเช่นนี้ ผมก็คิดว่าเขาควรจะหาทางแนะนำ หรือสอนคนรุ่นใหม่ของเราให้รู้จักเลือกใช้ในสิ่งที่มีประโยชน์เท่านั้น

พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์จะต้องช่วยกันคนละมือคนละไม้ นับแต่นี้เป็นต้นไป

สังคมก้มหน้าอาจจะดูแปลกๆตรงที่ผู้คนเอาแต่ก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ เครื่องเล็กๆในมือ ทำเหมือนอยู่คนเดียวในรถเมล์ ในรถไฟ ในรถไฟฟ้า หรือตามคอฟฟีช็อป หรือห้องอาหารต่างๆ หรือแม้แต่ไปฟังคอนเสิร์ต ก็ยังมีพวกก้มหน้าเยอะ (ไม่รู้จะตีตั๋วไปฟังหาอะไร)

แต่ก็เอาเถอะ...อาจมีประโยชน์สำรับคนที่ก้มหน้านั้นอย่างแน่นอน ถ้าเขาเลือกอ่าน แต่เฉพาะข่าวสาร ประเทืองสติ ปัญญา

เช่นถ้าอ่านข้อความเรื่องธรรมะ หรือคำสอนของพระอาจารย์ต่างๆ ที่ก็มีผู้แชร์กันอยู่ไม่น้อย ก็จะทำให้สติปัญญาแจ่มใสขึ้น

อย่าไปมัวอ่านแต่พวกเรื่องลามก หรือเอาแต่ดูภาพโป๊ก็แล้วกัน จะทำให้สติปัญญามืดมัวลง กลายเป็นมีราคะ โลภะขึ้นมาแทน

ไหนๆก็หนียุคสังคมก้มหน้ากันไม่พ้นแล้ว...ก็ขอให้ก้มหน้าอ่านสิ่งที่เป็นประโยชน์เถิด...เพื่อที่จะเงยหน้าขึ้นอย่างสง่า และผึ่งผาย สามารถใช้ชีวิตในด้านต่างๆ อย่างมีคุณค่าต่อสังคมไทย.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...
เหะหะพาทีซูมสังคมก้มหน้าการอ่านหนังสือของคนไทยโซเชียลมีเดียสื่อสังคมออนไลน์คอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ